สรุปข่าว
- Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum ได้ทำการเทขายเหรียญมีม (Meme Coin) ที่มีผู้ไม่ประสงค์ออกนามส่งมาให้ฟรีๆ โดยแลกเปลี่ยนเป็นเหรียญหลักอย่าง Ethereum ได้จำนวน 14.5 ETH หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ
- นอกจากการเทขายเหรียญมีมแล้ว เขายังได้ทำการโอนเหรียญ 70,000 USDC และ 44 ETH (มูลค่ารวมประมาณ 92,000 ดอลลาร์สหรัฐ) ผ่านโปรโตคอล Railgun เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวในการทำธุรกรรม
- ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้ตอกย้ำถึงจุดยืนที่ชัดเจนของ Vitalik ที่ไม่ต้องการรับเหรียญมีมเป็นของขวัญ และมักจะนำเหรียญเหล่านี้ไปเทขายทิ้งเพื่อนำเงินไปบริจาคหรือสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศต่อไป
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
แม้พฤติกรรมการเทขายเหรียญของบุคคลสำคัญระดับโลกอย่าง Vitalik Buterin จะมักได้รับความสนใจจากสื่อและชุมชนคริปโตอยู่เสมอ แต่มูลค่าการเทขายเหรียญมีมในครั้งนี้ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นตัวเลขที่น้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณการซื้อขายโดยรวมในตลาด จึงไม่ได้สร้างแรงกระเพื่อมหรือแรงกดดันทางฝั่งขายที่มีนัยสำคัญต่อราคาของ Ethereum หรือตลาดคริปโตในภาพรวมแต่อย่างใด
เริ่มต้นเดือนใหม่พร้อมกับการเคลื่อนไหวของกระเป๋าเงินคริปโตที่รับความสนใจจากชุมชนอีกครั้ง เมื่อกระเป๋าที่เชื่อว่าเป็นของ Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum ได้กลับมาทำธุรกรรมท่ามกลางสภาวะตลาดที่กำลังฟื้นตัว โดยเฉพาะ Ethereum ที่ราคาปรับตัวสูงขึ้นเกือบ 8% นับตั้งแต่ต้นสัปดาห์
Buterin ยังคงยึดมั่นในกลยุทธ์การเทขายเหรียญมีม (Meme Coin) ที่มีผู้คนส่งมาให้แบบฟรีๆ เพื่อนำเงินทุนที่ได้ไปจัดสรรใหม่ให้กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโครงการการกุศล ข้อมูลจาก Onchain Lens ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจาก Arkham ระบุว่าในช่วงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมามีการบันทึกธุรกรรมในลักษณะดังกล่าวหลายรายการ โดย Buterin ได้ทำการขายเหรียญมีมมูลค่าตลาดต่ำที่ไม่เป็นที่รู้จักซึ่งถูกส่งเข้ามาในกระเป๋าของเขา แลกเปลี่ยนกลับมาเป็น Ethereum ได้จำนวน 14.5 ETH หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 30,000 ดอลลาร์สหรัฐเล็กน้อยเมื่อเทียบกับอัตราแลกเปลี่ยนในปัจจุบัน
การกระทำดังกล่าวตอกย้ำจุดยืนที่ชัดเจนของ Buterin เนื่องจากเขาเคยออกมาระบุหลายครั้งแล้วว่าเขาไม่ต้องการรับเหรียญโทเคนเหล่านี้เป็นของขวัญ และเรียกร้องให้นักพัฒนาโครงการนำเหรียญไปบริจาคเพื่อการกุศลแทน หากย้อนดูประวัติที่ผ่านมา เขามักจะเลือกใช้วิธี “เผา” เหรียญเหล่านี้ทิ้ง หรือไม่ก็เทขายเพื่อนำเงินทุนไปใช้ในการพัฒนาระบบนิเวศและการกุศล ดังเช่นเหตุการณ์ในปี 2021 ที่เขาได้นำเหรียญ Shiba Inu (SHIB) มูลค่าสูงถึง 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐไปบริจาค
นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้บริบทของ SHIB กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้งในธุรกรรมวันนี้ เมื่อไม่นานมานี้ Buterin เพิ่งออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงกรณีที่เงินบริจาคของเขาในรูปแบบโทเคน SHIB ซึ่งท้ายที่สุดมีมูลค่าสูงถึง 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กลับถูกสถาบัน Future of Life Institute นำไปใช้เป็นทุนในการวิ่งเต้นนักการเมืองเพื่อผลักดันเรื่อง AI
ในขณะเดียวกัน Buterin ยังคงเดินหน้าใช้งานเครื่องมือรักษาความเป็นส่วนตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเขาได้ทำการโอนเหรียญ 70,000 USDC และ 44 ETH ซึ่งมีมูลค่ารวม 92,000 ดอลลาร์สหรัฐ เข้าสู่โปรโตคอล Railgun ทั้งนี้ Buterin เป็นผู้ที่สนับสนุนแนวคิดที่ว่าความเป็นส่วนตัวคือสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์มาอย่างยาวนาน ทำให้ Railgun ซึ่งถูกสร้างขึ้นบนเทคโนโลยี ZK-SNARKs กลายเป็นเครื่องมือที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการปกป้องธุรกรรมทางการเงินจากการถูกตรวจสอบโดยสาธารณะมากจนเกินไป
ครั้งล่าสุดที่ Buterin ทำการเทขายเหรียญ Ethereum ล็อตใหญ่เกิดขึ้นเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ปี 2026 โดยในครั้งนั้นเขาได้เทขายไปถึง 17,696 ETH ซึ่งคิดเป็นมูลค่ากว่า 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม สำหรับความเคลื่อนไหวในวันนี้ ยังไม่มีแนวโน้มที่ชัดเจนว่ามันจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเทขายครั้งใหญ่ประจำเดือนเมษายน เนื่องจากลักษณะของธุรกรรมที่เกิดขึ้นในวันนี้มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน
ที่มา X
มุมมองส่วนตัวมองว่าธุรกรรมของ Vitalik รอบนี้เป็นเหมือนการทำความสะอาดกระเป๋าตังค์ประจำเดือนของแกครับ เพราะพวกโปรเจกต์เหรียญมีมเกิดใหม่ชอบโอนเหรียญมาให้แกฟรีๆ เพื่อเอาชื่อ Vitalik ไปใช้แอบอ้างทำการตลาด การที่แกเลือกที่จะเทขายทิ้งให้หมดเพื่อเอาเงินไปสนับสนุนฝั่ง Tech หรือองค์กรการกุศล ถือเป็นการดัดหลังพวกนักปั่นราคาได้ดีที่สุดครับ ส่วนเรื่องการโอนผ่าน Railgun ก็เป็นการแสดงจุดยืนเรื่อง Privacy ที่แกเน้นย้ำมาตลอด ถือว่าเป็นสีสันเล็กๆ น้อยๆ รับวัน April Fools’ Day ที่ไม่ได้มีผลอะไรกับตลาดภาพรวมครับ
