bitkub-banner

Bitcoin เสี่ยงแตะจุดต่ำสุด หลังดอลลาร์แข็งค่าจ่อทะลุระดับสูงสุดในรอบปี

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ราคา Bitcoin เผชิญกับแรงเทขายจนร่วงลงไปแตะระดับ 66,200 ดอลลาร์สหรัฐเนื่องจากความกังวลของนักลงทุนต่อสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่ไม่ได้รับการคลี่คลายหลังจากการแถลงการณ์ของประธานาธิบดี Donald Trump
  • ดัชนีดอลลาร์สหรัฐเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวกลับมายืนเหนือระดับ 100 และมีแนวโน้มที่จะพุ่งทะยานไปสู่ระดับ 104 ซึ่งเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายนปี 2025 โดยความแข็งแกร่งของเงินดอลลาร์นี้มักจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโตเคอร์เรนซี
  • นักวิเคราะห์ทางเทคนิคเริ่มจับตาดูรูปแบบธงขาลงของราคา Bitcoin ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับสภาวะตลาดในช่วงต้นปี 2026 และอาจเป็นสัญญาณเตือนถึงการร่วงลงไปสู่จุดต่ำสุดใหม่หากตลาดยังคงขาดแรงสนับสนุนในฝั่งซื้อ

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish

ความตึงเครียดจากสงครามที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงและหันไปถือครองเงินดอลลาร์สหรัฐในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ส่งผลให้ดัชนี DXY แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งตามสถิติแล้วเงินดอลลาร์ที่แข็งค่ามักจะสร้างแรงกดดันทางฝั่งขายให้กับ Bitcoin โดยตรง หากกราฟราคายังไม่สามารถทะลุแนวต้านสำคัญเพื่อลบล้างรูปแบบธงขาลง (Bear Flag) ได้ ตลาดก็มีความเสี่ยงสูงที่จะเผชิญกับการปรับฐานลงไปทดสอบจุดต่ำสุดใหม่ในระยะสั้น

ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีและสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกกำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจมหภาค ราคาของ Bitcoin ถูกปฏิเสธที่ระดับแนวต้าน 69,000 ดอลลาร์สหรัฐก่อนจะร่วงลงประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ไปแตะจุดต่ำสุดรายวันที่บริเวณ 66,200 ดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางกระแสข่าวสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่กลับมาสร้างความตื่นตระหนกอีกครั้ง

การร่วงลงของตลาดเกิดขึ้นพร้อมกันทั้งในฝั่งของคริปโตเคอร์เรนซี ตลาดหุ้น และทองคำ ภายหลังการแถลงการณ์ระดับชาติของประธานาธิบดี Donald Trump แม้ว่าก่อนหน้านี้ตลาดจะคาดหวังถึงการลดระดับความรุนแรงลง แต่น้ำเสียงและเนื้อหาในการแถลงการณ์กลับเปิดช่องให้ความขัดแย้งลุกลามบานปลายได้

จดหมายข่าว The Kobeissi Letter ได้แสดงความคิดเห็นบนแพลตฟอร์ม X ว่าการข่มขู่ที่จะโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่าน การระบุว่าสงครามจะดำเนินต่อไปอีกสองถึงสามสัปดาห์ รวมถึงการพาดพิงถึงกลุ่มนาโต ล้วนไม่ได้ช่วยสร้างความมั่นใจใดๆ ให้กับตลาดเลย

ท่าทีดังกล่าวถูกมองว่าเป็นเรื่องน่าฉงนและกลับกลายเป็นการกระตุ้นความตื่นตระหนกของตลาดแทนที่จะช่วยให้สถานการณ์สงบลง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบของสหรัฐอเมริกาพุ่งกลับขึ้นไปยืนเหนือระดับ 104 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ตลาดหุ้นร่วงลงอย่างหนัก และตลาดพันธบัตรก็เกิดความผันผวนอีกครั้ง ซึ่งถือเป็นเรื่องตลกร้ายที่ประธานาธิบดี Trump ต้องกลับมาแก้ปัญหาความปั่นป่วนของตลาดที่เขาเพิ่งจะจัดการไปเมื่อช่วงต้นสัปดาห์

ในขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งทะยาน ความแข็งแกร่งของเงินดอลลาร์สหรัฐก็ฟื้นตัวกลับขึ้นมายืนเหนือระดับ 100 ได้สำเร็จ ดัชนีดอลลาร์สหรัฐหรือ DXY ซึ่งมักจะมีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงกันข้ามกับ Bitcoin ได้รับการคาดการณ์ว่าจะมีการฟื้นตัวครั้งสำคัญหลังจากร่วงลงไปแตะจุดต่ำสุดในรอบหลายปีเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

นักวิเคราะห์ Aksel Kibar ได้ตั้งเป้าหมายการทะลุแนวต้านของดัชนี DXY ไว้ที่ระดับ 104 ซึ่งจะเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายนปี 2025 ในขณะที่นักเทรดคริปโตอย่าง BitBull ก็คาดการณ์ว่าการขยายตัวของ DXY ในระยะต่อไปจะส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงต้องเผชิญกับจุดต่ำสุดใหม่

ด้านการวิเคราะห์ทางเทคนิค ผู้เชี่ยวชาญในตลาดยังคงให้ความสนใจกับโครงสร้างรูปแบบธงขาลงล่าสุดของ Bitcoin ซึ่งแฝงไปด้วยความเสี่ยงที่จะเกิดการพังทลายของแนวรับ ข้อมูลจาก Cointelegraph ระบุว่าความเคลื่อนไหวของราคา BTC ในปัจจุบันมีความคล้ายคลึงอย่างมากกับเหตุการณ์ที่แนวรับของรูปแบบธงขาลงพังทลายลงเมื่อช่วงต้นปี 2026

ทางด้าน Keith Alan ผู้ร่วมก่อตั้ง Material Indicators ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่าโครงสร้างราคาของ BTC ในขณะนี้ยังคงขาดแรงส่งทางทิศทางที่ชัดเจนและมีรูปแบบเกือบจะเหมือนกับโครงสร้างธงขาลงก่อนหน้านี้ทุกประการ

ที่มา: cointelegraph


มุมมองส่วนตัวผมมองว่าความเคลื่อนไหวของดัชนี DXY ในตอนนี้เป็นตัวแปรสำคัญที่นักลงทุนคริปโตต้องจับตาดูให้ดีที่สุดเลยครับ เพราะเมื่อมีข่าวสงคราม คนก็ยิ่งหนีไปกอดเงินดอลลาร์ พอดอลลาร์แข็งค่าปุ๊บ สินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin ก็โดนเทขายกดดันทันที ยิ่งถ้ากราฟ BTC หลุดแนวรับทรงธงขาลง (Bear Flag) ซ้ำรอยกับช่วงต้นปี โอกาสที่เราจะได้เห็นการแพนิกเซล จนราคาทำนิวโลว์ก็มีสูงมาก ช่วงนี้ใครที่เน้นเทรดสั้นอาจจะต้องชะลอการรับของไปก่อน แล้วรอดูท่าทีของประธานาธิบดี Trump กับทิศทางของดัชนีดอลลาร์ให้ชัดเจนกว่านี้ครับ