bitkub-banner

Michael Saylor ประกาศ “วัฏจักร 4 ปีของ Bitcoin จบลงแล้ว”

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว

สรุปข่าว

  • ตามการเปิดเผยของ Michael Saylor เขาเชื่อว่าวัฏจักร 4 ปีได้ตายลงไปแล้ว ราคาตอนนี้ถูกขับเคลื่อนด้วย เม็ดเงินลงทุนที่ไหลเข้ามาจากทั้งธนาคารและดิจิทัลเครติดจะเป็นตัวกำหนดการเติบโตของ Bitcoin
  • Saylor ได้กล่าวที่งาน Digital Asset Summit 2026 เอาไว้ว่า BTC เข้าสู่ยุค “เงินทุนดิจิทัล” ธนาคาร Top 10 ของสหรัฐฯ เกือบครึ่ง เริ่มรับ IBIT เป็นหลักค้ำประกันแล้ว แม้แต่ Schwab/Citigroup ก็วางแผนเปิดบริการ BTC custody ภายในครึ่งแรกของปี 2026 นอกจากนี้เขาเชื่อว่าการ halving จะกลายเป็น “สัญลักษณ์” ไม่ใช่ “ตัวขับเคลื่อนราคา” อีกต่อไป
  • แนวคิด ของ Saylor นั้นเขาเชื่อว่า BTC ไม่ได้จะมาแข่งกับดอลลาร์หรือstablecoins แต่จะมาแข่งกับอสังหาฯและหุ้นมากกว่าในฐานะ “สินทรัพย์หลักค้ำประกัน เมื่อระบบธนาคารเปิดรับ BTC เป็นหลักค้ำประกันฐานเครดิตก็จะขยายสร้าง demand ให้ใหญ่กว่าที่เคย

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish

Michael Saylor ชายผู้ยึดมั่นและเชื่อถือใน Bitcoin มากที่สุดในโลกได้ออกมากล่าวให้มุมมองที่น่าสนใจว่า “วัฏจักร 4 ปีของ Bitcoin ได้ตายแล้ว” ชายผู้ถือ Bitcoin กว่า 762,099 BTC ผู้นี้ไม่ได้แค่พูดว่า “BTC ราคาจะขึ้น” แต่กำลังบอกว่า “กลไกที่ทำให้ BTC ขึ้นหรือลงนั้นได้เปลี่ยนไปตลอดกาลแล้ว”

วัฏจักร 4 ปีคืออะไร

วัฏจักร 4 ปี นั้นคือการที่ Bitcoin halving ซึ่งคือการลด supply ที่ออกมาใหม่ 50% ในทุก ๆ 4 ปี จะทำให้เกิดสภาวะ supply shock ดันราคาพุ่ง สร้างความ FOMO ให้นักลงทุนก่อนที่ราคาจะเกิดการเป็นฟองสบู่นำไปสู่การร่วงแรง 80% ก่อนที่จะนำพานักลงทุนเข้าสู่รอบของการเก็บสะสมใหม่เพื่อรอการ halving รอบถัดไป ซึ่งก็จะเป็นลูปซ้ำเช่นนี้ในทุก ๆ 4 ปี

ตัวอย่างลำดับเหตุการณ์

2012: halving ราคา Bitcoin พุ่งจาก $12 ไปแตะ $1,150 พุ่งขึ้นมากว่า 9,500% ก่อนจะร่วงแรง 85%

2016: halving ราคา Bitcoin พุ่งจาก $650 ไปแตะ $19,700 พุ่งขึ้นมากว่า 2,930% ก่อนจะร่วงแรง 84%

2020: halving ราคา Bitcoin $8,700 ไปแตะ $69,000 พุ่งขึ้นมากว่า 690% ก่อนจะร่วงแรง 77%

2024: halving ราคา Bitcoin $64,000 ไปแตะ $126,000 พุ่งขึ้นมากว่า 97% ก่อนจะร่วงแรง 48% มายืนราคาที่ $66,000

หากเราสังเกตให้ดี ๆ จะพบว่าการพุ่งขึ้นในทุก ๆ รอบ 4 ปี ความแรงมันค่อย ๆ ลดลงไปเรื่อย ๆ ไม่ต่างจากหลักฟิสิกส์ที่เวลาลูกบาสเด้งลงมาในทีแรกเมื่อโดนพื้นมันจะพุ่งขึ้นมาแรงก่อนที่จะค่อย ๆ เบาลงเรื่อย ๆ จนมันนิ่งอยู่กับพื้น นี่คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับราคา Bitcoin และการ Halving เช่นกัน

Saylor เชื่อว่าแรงขับเคลื่อนตลาดจะมาในรูปของเงินทุนแทน

ตามรายงานจาก MEXC Blog และ Crypto Times นั้นแต่เดิม supply เป็นตัวขับเคลื่อนราคาของ Bitcoin ด้วยความที่ halving ไปตัดจำนวน supply นั่นจึงให้ราคาขึ้นจากการเกิด supply ขาดตลาด

แต่ในตอนนี้ตลาดจะถูกขับเคลื่อนด้วยความต้องการและเงินทุนแทนไม่ว่าจะในรูปของเม็ดเงินที่หลั่งไหลเข้ามายัง ETF , บริษัทหรือองค์กรพากันถือ Bitcoin เฉกเช่น Strategy, ธนาคารรับ Bitcoin เป็นหลักค้ำประกัน, เครดิตดิจิทัลที่เปิดทางให้กู้เงินโดยใช้ BTC เป็นหลักประกัน เหล่านี้ล้วนสะท้อนถึงความต้องการใน Bitcoin มหาศาลจากระบบการเงินเดิมที่ไม่เคยมีมาก่อน

Saylor เชื่อว่าทุก ๆ $50,000 ล้านเครดิตที่ระบบธนาคารสร้างมีผลต่อราคามากกว่าการ halving นั่นเท่ากับว่า halving จะไม่สำคัญอีกต่อไป เมื่อเทียบกับเม็ดเงินลงทุนขนาดใหญ่ที่ไหลมาจากนักลงทุนสถาบัน


มุมมองของ Saylor ดูจะสะท้อนกับสิ่งที่เป็นไปในตลาดตอนนี้ไม่น้อยนักลงทุนสถาบันเข้ามามีบทบาทกับ Bitcoin อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ทำให้ BTC อาจไม่ร่วงแรง 80% เหมือนในอดีตก็เป็นได้ แต่ถึงกระนั้นการที่ “วัฏจักรตาย” ไม่ได้หมายความว่า จะไม่มีตลาดหมี การที่มีหมีให้เห็นนั้นถือเป็นเรื่องดีและเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่า Bitcoin นั้นไม่ใช่ฟองสบู่หรือแชร์ลูกโซ่ตามที่หลายคนคิด

ที่มา: X, Crypto Times, Stocktwits, MEXC Blog, Coin-Turk