bitkub-banner

ข้อมูลเผย นักเทรด Polymarket กว่า 84% ขาดทุนยับ มีเพียง 0.03% ที่กำไรทะลุแสน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • รายงานข้อมูลบนบล็อกเชนล่าสุด ในเดือนเมษายน 2026 วิเคราะห์กระเป๋าเงินกว่า 2.5 ล้าน Address พบสถิติสุดช็อกว่า นักเทรดบน Polymarket ถึง 84.1% ตกอยู่ในสภาวะขาดทุน และมีเพียง 1.25% เท่านั้นที่ทำกำไรได้เกิน 1,000 ดอลลาร์ต่อเดือน
  • กลุ่มมหาเศรษฐี หรือผู้ที่ทำกำไรทะลุ 100,000 ดอลลาร์ มีเพียง 840 ราย หรือคิดเป็น 0.033% ของทั้งหมด โดยกำไรส่วนใหญ่ในแพลตฟอร์มถูกกวาดไปโดย Arbitrage Bot และระบบเทรดอัตโนมัติความเร็วสูง
  • แม้ตัวเลขผู้ขาดทุนจะพุ่งสูง แต่ Polymarket ยังคงเติบโตอย่างก้าวกระโดด ด้วยมูลค่าบริษัทกว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ พร้อมเตรียมอัปเกรดระบบเทรดใหม่และเปิดตัวเหรียญ Polymarket USD ในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral 

ข้อมูลการขาดทุนมหาศาลของรายย่อย อาจสร้างความกังวลต่อภาพลักษณ์ของตลาดทำนายผล (Prediction Market) ในฐานะเครื่องมือทำกำไร แต่ในแง่ของมูลค่าพื้นฐานและการเติบโตของแพลตฟอร์มยังคงมีความแข็งแกร่งอย่างมากจากการสนับสนุนของสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่อย่าง Intercontinental Exchange 

Andrey Sergeenkov เผยแพร่รายงานวิเคราะห์ข้อมูลบนบล็อกเชน ประจำเดือนเมษายน 202 ระบุว่า นักเทรดบนแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่อย่าง Polymarket กำลังเผชิญกับวิกฤตการขาดทุนอย่างหนัก จากการตรวจสอบกระเป๋าเงินกว่า 2.5 ล้าน Address พบว่า มีนักเทรดเพียงจำนวนน้อยเท่านั้นที่อยู่รอดในสมรภูมินี้ 

รายงานฉบับล่าสุดนี้เผยให้เห็นความจริงที่ “เจ็บปวด” กว่าเดิมมาก เมื่อเทียบกับข้อมูลก่อนหน้าของ DeFi Oasis ที่เคยระบุว่า มีคนขาดทุนราว 70% แต่รายงานใหม่นี้ใช้การคำนวณที่ละเอียดและซับซ้อนขึ้นมาก โดยนำปัจจัยเรื่อง การแยกเหรียญและการรวมเหรียญ (Token Split/Merge) ที่หลายคนมักมองข้ามมาวิเคราะห์ด้วย ผลที่ได้คือ ตัวเลขคนขาดทุนพุ่งสูงขึ้นกว่าเดิม จนเห็นภาพชัดเจนว่า ในโลกคริปโตปี 2026 นี้ มีนักลงทุนเพียงเล็กน้อยท่านั้นที่ทำกำไรได้จริง 

Bot และอัลกอริทึม คือผู้ชนะตัวจริง

งานวิจัยจาก IMDEA Networks Institute ชี้ชัดว่า ผลกำไรมหาศาลไม่ได้ตกอยู่ในมือของนักทำนายผลแม่นๆ แต่กลับถูกกวาดไปโดย Arbitrage Bot และ Market Making Bot ที่มีความเร็วสูง 

กลุ่มนักเทรดกลุ่มนี้ทำกำไรรวมกันไปแล้วกว่า 40 ล้านดอลลาร์ โดยกระเป๋าเงินอันดับหนึ่งสามารถโกยกำไรไปได้ถึง 2 ล้านดอลลาร์จากการเทรดกว่า 4,000 ครั้ง เฉลี่ยแล้วกำไรเพียงครั้งละไม่กี่ร้อยดอลลาร์แต่เน้นความถี่และแม่นยำ 

สวนทางกับนักเทรดรายย่อยทั่วไปที่มักจะกระโดดเข้าตลาดช้าเกินไป หลังจากที่ราคาของเหตุการณ์นั้นๆ ขยับตัวสะท้อนความจริงไปเรียบร้อยแล้ว

การเติบโตแบบก้าวกระโดด ที่สวนทางผลตอบแทนรายย่อย

แม้ภาพรวม นักเทรดจะขาดทุนยับเยิน แต่ในเชิงธุรกิจ Polymarket กลับเติบโตจากโปรเจกต์ DeFi เล็กๆ กลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีมูลค่าบริษัทสูงถึง 2 หมื่นล้านดอลลาร์ในช่วงต้นปี 2026 หลังจากได้รับเงินลงทุนก้อนโต 2 พันล้านดอลลาร์จากบริษัทแม่ของตลาดหุ้นนิวยอร์ก 

ปัจจุบัน Polymarket มีปริมาณการเทรดพุ่งสูงเกิน 13,000 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน พร้อมเดินหน้าเซ็นสัญญาพาร์ทเนอร์กับลีกกีฬาชั้นนำ ทั้ง MLB, NHL, MLS และ UFC เพื่อดึงดูดกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไป ให้เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น ผ่านโปรแกรมแนะนำเพื่อน (Referral) ที่จ่ายค่าธรรมเนียมให้อินฟลูเอนเซอร์สูงถึง 30% 

ซึ่งรายงานเตือนว่า นี่อาจเป็นการผลักดันให้นักลงทุนหน้าใหม่เข้ามา แล้วขาดทุนเพิ่มขึ้น หากขาดความรู้ความเข้าใจที่เพียงพอ

อัปเกรดใหญ่พร้อมเหรียญใหม่ของ Polymarket

ในวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา Polymarket ได้ประกาศแผนการอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ เตรียมเปิดตัว Trading Engine และ Smart Contract เวอร์ชันใหม่ที่จะมาพร้อมกับเหรียญ Stablecoin ของตัวเองในชื่อ Polymarket USD เพื่อนำมาใช้แทน USDC.e เดิมภายใน 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า 

นอกจากนี้ Polymarket ยังมีการเตรียมความพร้อมสำหรับ Governance Token ในชื่อ POLY เพื่อใช้ในระบบตัดสินข้อพิพาทและเพิ่มความโปร่งใสให้กับแพลตฟอร์ม 

ที่มา : websnack


มุมมองผู้เขียน : สถิตินักเทรดที่ขาดทุนสูงถึง 84% คือเครื่องยืนยันชั้นดีว่า Polymarket ไม่ใช่แค่สนามเสี่ยงโชคของรายย่อยทั่วไป แต่มันคือสมรภูมิการเทรดที่ดุเดือดและเต็มไปด้วย Bot อัจฉริยะที่ทำงานด้วยความเร็วสูง