สรุปข่าว
- Morgan Stanley เตรียมเปิดเทรด Spot Bitcoin ETF ของตัวเองในชื่อย่อ “MSBT” ในวันที่ 8 ส.ค. นี้ รอ SEC ไฟเขียวขั้นสุดท้าย
- จับมือกับ Coinbase เป็นผู้เก็บรักษาสินทรัพย์และใช้ BNY Mellon ดูแลระบบจัดการเงินสด และหลังบ้านให้
- หวังดึงเม็ดเงินจากพอร์ตลูกค้ามูลค่า 6.2 ล้านล้านดอลลาร์ฯ ผ่านที่ปรึกษาทางการเงินกว่า 16,000 คน พร้อมเดินหน้าลุย ETF เหรียญอื่นๆ อย่าง Solana และ Ethereum ต่อเนื่อง
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
Morgan Stanley กำลังจะกลายเป็นธนาคารยักษ์ใหญ่แห่งแรกที่เปิดเทรด Spot Bitcoin ETF ของตัวเองในชื่อ “MSBT” วันที่ 8 ส.ค. นี้ โดยใช้กลยุทธ์ค่าธรรมเนียมต่ำเพื่อดึงดูดเม็ดเงินจากลูกค้ามหาเศรษฐีกว่า 6.2 ล้านล้านดอลลาร์ พร้อมวางระบบความปลอดภัยร่วมกับ Coinbase และ BNY Mellon นอกจากนี้ยังเตรียมรุกคริปโตเต็มสูบด้วยแผนจัดตั้งกองทุน Solana, Ethereum ETF และธนาคารทรัสต์คริปโตแบบครบวงจร
Morgan Stanley ธนาคารเพื่อการลงทุนระดับโลกที่บริหารเงินอยู่กว่า 6.2 ล้านล้านดอลลาร์ ถูกคาดการณ์ว่าจะเปิดให้ทำการซื้อขาย Spot Bitcoin ETF ของตนเองภายใต้ชื่อ “Morgan Stanley Bitcoin Trust (MSBT)” อย่างเป็นทางการในวันที่ 8 เมษายนนี้
ล่าสุดตลาดหลักทรัพย์ NYSE Arca ได้ประกาศจดทะเบียนกองทุน MSBT แล้ว และจะเริ่มเปิดเทรดทันทีหลังได้รับการอนุมัติขั้นสุดท้ายจาก ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC)
กองทุนดังกล่าวถือเป็น Spot Bitcoin ETF กองแรกที่ออกโดยธนาคารยักษ์ใหญ่ขนานแท้ ซึ่งถูกคาดการณ์ว่าจะสามารถดึงเม็ดเงินจากนักลงทุนสถาบันได้จำนวนมหาศาล โดยมี Coinbase นั่งแท่นผู้ดูแลเก็บรักษาสินทรัพย์ (Custodian) และ BNY Mellon คุมระบบบริหารเงินสดหลังบ้านทั้งหมด สร้างความเชื่อมั่นขั้นสุดให้กลุ่มทุนหนา
ปัจจุบัน Morgan Stanley มีฐานลูกค้าระดับมหาเศรษฐีจำนวนมาก โดยมีเม็ดเงินภายใต้การบริหาร (AUM) รวมกว่า 6.2 ล้านล้านดอลลาร์ ผ่านเครือข่ายที่ปรึกษาการเงินกว่า 16,000 ชีวิต
ด้านนักวิเคราะห์ Bloomberg ชี้ว่า กลยุทธ์หั่นค่าธรรมเนียมให้ต่ำคือ ไพ่ตายที่ช่วยลบข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ทำให้กุนซือการเงินเชียร์ขายเข้าพอร์ตลูกค้าได้อย่างไร้รอยต่อ
เท่านั้นยังไม่พอ Morgan Stanley ยังได้เดินหน้ายื่นขอจัดตั้งกองทุน Solana และ Ethereum ETF แบบ Staking รวมถึงขอใบอนุญาตตั้งธนาคารทรัสต์คุมระบบคริปโตแบบครบวงจร
มุมมองผู้เขียน: การที่ Morgan Stanley ตัดสินใจกระโดดลงมาเป็นผู้ออกกองทุน Bitcoin ETF (MSBT) ด้วยตัวเอง เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่เลิกมองคริปโตเป็นเพียงแค่ของเล่นเก็งกำไรแล้ว แต่พวกเขากำลังจะสร้างโครงสร้างพื้นฐานระดับมืออาชีพเพื่อรองรับการลงทุนระยะยาว
ที่มา:coinpost
