bitkub-banner

Ethereum ถูก USDT แซงแล้ว! ภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกำลังเกิดขึ้นในตลาดคริปโต

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Market Cap ของง Tether (USDT) สามารถแซง Ethereum (ETH) ได้แล้ว หลัง ETH ร่วงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ Market Cap ของ USDT ยังคงเติบโตจากความต้องการถือ Stablecoin ที่เพิ่มขึ้น
  • Coinpedia รายงานว่า Polymarket ให้โอกาสกว่า 61% ที่ Ethereum จะสูญเสียอันดับ 2 ของตลาดคริปโตภายในสิ้นปี 2026 เพิ่มขึ้นจาก 17% เมื่อต้นปี สะท้อนมุมมองของตลาดที่เปลี่ยนไปอย่างมาก
  • Cointelegraph ระบุว่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา Market Cap ของ ETH เติบโตเพียง 11.75% ขณะที่ USDT ขยายตัวมากกว่า 622% พร้อมรายงานว่า Ethereum ETF ในสหรัฐฯ สูญเสียสินทรัพย์ภายใต้การบริหารไปแล้วกว่า 65% จากจุดสูงสุดในปี 2025

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish

การที่ Market Cap ของ Stablecoin สามารถแซง Ethereum ได้ ไม่ได้สะท้อนว่า Tether แข็งแกร่งขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังสะท้อนว่าเงินทุนจำนวนมากกำลังเลือกพักอยู่ในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า แทนที่จะไหลเข้าสู่ ETH หรือสินทรัพย์คริปโตที่มีความผันผวนสูง

ภาพที่หลายคนในวงการคริปโตไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นกำลังเกิดขึ้นจริงในปี 2026 เมื่อ Market Cap ของ Tether หรือ USDT ขยับขึ้นมาแซง Ethereum ได้สำเร็จในบางช่วงเวลา หลัง ETH เผชิญแรงขายต่อเนื่อง ขณะที่ Stablecoin กลับเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากความต้องการถือเงินสดดิจิทัลของนักลงทุนทั่วโลก

Ethereum กำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน

Ethereum กำลังเจอกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากเหรียญ Layer 1 รุ่นใหม่ รวมถึงการชะลอตัวของเงินทุนจากนักลงทุนสถาบัน ขณะที่ Cointelegraph ระบุว่า Ethereum ETF ในสหรัฐฯ มีเงินทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากจุดสูงสุดในปี 2025 สะท้อนว่าความเชื่อมั่นต่อ ETH ยังไม่ฟื้นตัวเหมือนในรอบก่อน

ในขณะเดียวกัน ราคาของ ETH ยังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่าจุดสูงสุดเดิมมาก ทำให้มูลค่าตลาดโดยรวมเติบโตได้ยาก แม้เครือข่าย Ethereum จะยังคงเป็นศูนย์กลางของ DeFi และ Layer 2 หลายโครงการก็ตาม

ทำไม USDT ถึงโตได้แม้ราคาไม่เคยขึ้น

ต่างจาก Bitcoin หรือ Ethereum ที่ต้องอาศัยการปรับขึ้นของราคาเพื่อเพิ่มมูลค่าตลาด USDT เติบโตจากการออกเหรียญใหม่เข้าสู่ระบบโดยตรง เมื่อมีผู้ใช้นำเงินเข้าสู่ระบบ Tether มากขึ้น Market Cap ของ USDT ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

CoinLaw ระบุว่า Tether มีมูลค่าตลาดราว 188,000 ล้านดอลลาร์ และครองส่วนแบ่งตลาด Stablecoin มากกว่าครึ่งของทั้งอุตสาหกรรม ขณะที่ตลาด Stablecoin โดยรวมเติบโตจากประมาณ 5,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2020 สู่ระดับมากกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน

Cointelegraph ยังชี้อีกว่า Stablecoin ได้รับประโยชน์จากทั้งช่วงตลาดขาขึ้นและขาลง เพราะนักลงทุนมักย้ายเงินเข้ามาพักไว้ใน USDT เมื่อต้องการลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด

สัญญาณที่ตลาดกำลังส่งออกมา

การที่ USDT แซง ETH ไม่ได้หมายความว่านักลงทุนมองว่า Stablecoin มีคุณค่าทางเทคโนโลยีมากกว่า Ethereum แต่สะท้อนว่าตลาดกำลังอยู่ในช่วงที่นักลงทุนเลือก “รอ” มากกว่า “เสี่ยง”

เมื่อความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ นโยบายดอกเบี้ย และปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ยังอยู่ในระดับสูง เงินจำนวนมากจึงไหลเข้าสู่ Stablecoin เพื่อรอจังหวะลงทุน มากกว่าที่จะไหลเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงทันที

Coinpedia ยังระบุว่าหาก Ethereum ไม่สามารถดึงเงินทุนกลับมาได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ผู้ท้าชิงรายอื่นอย่าง XRP, BNB และ Solana ก็อาจเข้ามาแย่งชิงอันดับ 2 ของตลาดได้เช่นกัน


ในมุมผู้เขียน เหตุการณ์นี้ถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของตลาดคริปโตปี 2026 เพราะเป็นครั้งแรกที่ Stablecoin สามารถขึ้นมาแซง Ethereum ได้จริง แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ตาม สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้ไม่ใช่ว่า USDT จะรักษาอันดับ 2 ได้นานแค่ไหน แต่คือ Ethereum จะสามารถดึงเงินทุนและความเชื่อมั่นกลับมาได้หรือไม่ เพราะหากแนวโน้มปัจจุบันยังดำเนินต่อไป ตำแหน่งอันดับ 2 ของตลาดคริปโตอาจไม่ได้เป็นของ ETH อย่างที่หลายคนเคยคิดอีกต่อไป

แหล่งข้อมูลอ้างอิง