สรุปข่าว
- Canary Capital Group ยื่นขอจดทะเบียนกองทุน PEPE ETF ต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ เพื่อเปิดทางให้นักลงทุนสายดั้งเดิมสามารถเก็งกำไรในเหรียญ PEPE ได้
- โครงสร้างของกองทุนจะทำการถือครองเหรียญ PEPE เป็นสินทรัพย์หลักโดยตรง โดยจะมีการประเมินมูลค่าทุก และยังมีการถือครอง ETH เพื่อใช้จ่ายเป็นค่าธรรมเนียม
- เอกสารระบุเตือนอย่างตรงไปตรงมาว่า PEPE เป็นสินทรัพย์เก็งกำไรที่ไม่มีประโยชน์เสี่ยงต่อการถูกปั่นราคาได้ง่าย และมีความเสี่ยงสูง
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
Canary Capital Group LLC สร้างความฮือฮาในวงการด้วยการยื่นขอจัดตั้งกองทุน PEPE ETF ต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ เพื่อดึงดูดเม็ดเงินจากนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ดั้งเดิมให้สามารถเข้าถึงเหรียญมีมยอดฮิตได้อย่างสะดวกสบาย โดยกองทุนทรัสต์นี้จะถือครองเหรียญ PEPE โดยตรงและไม่ใช้อนุพันธ์ พร้อมทั้งสำรอง Ethereum ไว้ไม่เกิน 5% สำหรับเป็นค่าธรรมเนียมธุรกรรม อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทได้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงระดับสูงในหนังสือชี้ชวนว่า PEPE เป็นเพียงเครื่องมือเก็งกำไรที่ไร้ประโยชน์การใช้งานจริง เสี่ยงต่อการถูกปั่นราคา โดยความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของสถาบันการเงินที่ต้องการขยายขอบเขตผลิตภัณฑ์ไปสู่สินทรัพย์ดิจิทัลที่มีความผันผวนและเฉพาะกลุ่มมากขึ้น นอกเหนือไปจากสินทรัพย์หลักอย่าง Bitcoin
Canary Capital Group LLC บริษัทด้านการลงทุนที่มุ่งเน้นไปยังสินทรัพย์ดิจิทัล ล่าสุดได้ยื่นเรื่องขอจดทะเบียนจัดตั้งกองทุน PEPE ETF (the Trust) กับทาง ก.ล.ต. สหรัฐฯ เพื่อเปิดให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงเหรียญมีมกระฉ่อนโลกตัวนี้ได้
ทางบริษัทระบุว่า กองทุนทรัสต์จะช่วยให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงเหรียญ PEPE ผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์แบบดั้งเดิม โดยไม่ต้องเผชิญกับอุปสรรคในการเข้าถึง หรือความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาและถือครองเหรียญ PEPE ด้วยตนเองโดยตรง
วัตถุประสงค์ในการลงทุนของกองทุนทรัสต์ คือการมุ่งเน้นสร้างโอกาสให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทนตามการเคลื่อนไหวของราคาเหรียญ PEPE Coin ที่กองทุนถือครองอยู่ โดยหักลบด้วยค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของกองทุน

เอกสารระบุว่า กองทุนทรัสต์ดังกล่าวจะถูกจัดตั้งด้วยโครงสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (ETP) โดยจะออกหุ้นในฐานะผู้รับผลประโยชน์เพื่อซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์สาธารณะ ทั้งนี้ เอกสารระบุรายละเอียดว่า กองทุนจะถือครองเหรียญ PEPE โดยตรงเป็นสินทรัพย์หลัก และจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการใช้เครื่องมืออนุพันธ์เพื่อสร้างโพสิชันแบบสังเคราะห์
ในด้านการจัดการ สินทรัพย์ทั้งหมดจะถูกฝากไว้กับผู้ดูแลรับฝากสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยสูง โดยกองทุนจะทำการคำนวณราคาหุ้นใหม่ทุกวัน ณ เวลา 16.00 น. (ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ) เพื่อให้มั่นใจว่าราคาในตลาดสอดคล้องกับราคาอ้างอิง
นอกจากนี้ กองทุนจะมีแบ่งสินทรัพย์ส่วนน้อยไม่เกิน 5% ไว้ในรูปแบบของ Ethereum (ETH) ในขั้นต้นเพื่อใช้เป็นค่าธรรมเนียม ในการทำธุรกรรมบนเครือข่าย เนื่องจาก PEPE เป็นโทเคนที่รันอยู่บนบล็อกเชนของ Ethereum
สิ่งที่นักลงทุนต้องระวังคือ เงื่อนไขเรื่องค่าใช้จ่าย เนื่องจากกองทุนมีค่าธรรมเนียมการดำเนินงาน ซึ่งอาจส่งผลให้จำนวนเหรียญ PEPE ที่กองทุนถืออยู่ค่อยๆ ลดลงตามกาลเวลา และในกรณีเลวร้ายที่สุดอาจลดลงจนเข้าใกล้ศูนย์ได้ หากมูลค่าเหรียญไม่ได้เพิ่มขึ้นชดเชยค่าใช้จ่ายเหล่านี้ ซึ่งอาจทำให้กองทุนไม่สามารถบรรลุเป้าหมายผลตอบแทนตามที่นักลงทุนคาดหวังไว้
อย่างไรก็ตาม พวกเขาทราบดีว่าเหรียญมีมนั้นเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงในช่วงที่เกิดวัฏจักรเก็งกำไร อีกทั้งยังมีข้อมูลที่น้อย แถมเสี่ยงต่อการถูกปั่นตลาดได้ง่ายไม่เหมือนกับ Bitcoin ดังนั้นมูลค่าหลักของ PEPE จะไม่ได้มาจากประโยชน์ใช้งานจริง และการยอมรับในหมู่นักลงทุนรายย่อยจะถูกจำกัด
ที่มา: Bitcoin.com
มุมมองผู้เขียน : การอนุมัติ Bitcoin และ Ethereum ETF เกิดขึ้นได้เพราะสินทรัพย์ทั้งสองมีสถานะเป็นโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก แต่ PEPE คือเหรียญที่ผู้สร้างเองก็ยอมรับตั้งแต่ต้นว่า ไม่มีมูลค่าและไม่มีแผนพัฒนา อีกทั้งยังไม่มีคนใหญ่คนโตเคนสนับสนุนเหมือนกับ Dogecoin การที่ Canary ยื่นขอ ETF ตัวนี้ จึงเป็นการโยนหินถามทางเพื่อทดสอบว่า SEC จะยอมรับสินทรัพย์ที่เป็น การเก็งกำไรล้วนๆ 100% เข้าสู่ระบบตลาดทุนหลักหรือไม่
