bitkub-banner

Bitcoin ฝากเข้ากระดานเทรดต่ำสุดรอบ 10 ปี สะท้อนกระแส Self-Custody หลังยุค FTX

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ข้อมูลจาก CryptoQuant เผยว่าจำนวน Bitcoin Deposit Address ที่ส่ง BTC เข้ากระดานเทรดทุกแห่งร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 10 ปี เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2569 โดยค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 30 วันอยู่ที่ราว 31,000 แอดเดรส ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยรายปีที่ 47,000 แอดเดรสอย่างมีนัยสำคัญ
  • ระดับดังกล่าวใกล้เคียงกับช่วงปี 2017 สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนจำนวนมากหันมาเก็บ Bitcoin ไว้ในกระเป๋าส่วนตัวแทนการฝากไว้กับกระดานเทรด ซึ่งเป็นแนวคิด “Not Your Keys, Not Your Crypto” ที่แพร่หลายขึ้นหลังการล่มสลายของ FTX ในปี 2565
  • จำนวน Deposit Address ที่ต่ำลงหมายความว่ามี Bitcoin น้อยลงที่ถูกส่งเข้ามาเพื่อขายในกระดานเทรด ซึ่งอาจลดแรงกดดันฝั่งขายและเป็นสัญญาณเชิงบวกเล็กน้อยต่อราคา BTC ในระยะยาว

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

จำนวน Deposit Address ที่ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 10 ปีบ่งชี้ว่า Bitcoin ถูกส่งเข้ากระดานเทรดน้อยลง ซึ่งลดแรงกดดันจากฝั่งขายในตลาดสปอต ประกอบกับกระแสการเก็บรักษาเองที่เพิ่มขึ้น หมายความว่าอุปทาน Bitcoin ในตลาดเปิดลดลง ส่งผลเป็นบวกต่อราคาในเชิงของ Supply Squeeze อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อราคาเป็นเพียงสัญญาณระยะกลาง-ยาว ไม่ใช่ตัวกระตุ้นราคาทันที

เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2569 ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน CryptoQuant ที่รายงานโดยนักวิเคราะห์ Darkfost เปิดเผยว่า จำนวน Bitcoin Deposit Address หรือจำนวนแอดเดรสที่ส่ง BTC เข้ากระดานเทรดทุกแห่งทั่วโลก ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 10 ปี ตามรายงานจาก Crypto Rover ที่แชร์ข้อมูลดังกล่าวบน X โดยค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 30 วัน (EMA-30) ของจำนวนแอดเดรสที่ฝาก BTC เข้ากระดานเทรดอยู่ที่ราว 31,000 แอดเดรสต่อวัน ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยรายปีที่ 47,000 แอดเดรสอย่างมีนัยสำคัญ และระดับนี้ใกล้เคียงกับช่วงปลายปี 2017 ซึ่งเป็นยุคเริ่มต้นของ Bitcoin กระแสหลัก ปัจจุบัน Bitcoin ซื้อขายอยู่ที่ราว $72,176 หรือบวกขึ้นกว่า 1.23% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กราฟแสดงจำนวนแอดเดรสที่ฝาก Bitcoin เข้าสู่กระดานเทรด (เส้นสีเขียว) และราคา Bitcoin (เส้นสีขาว) ตั้งแต่ปี 2016 โดยเส้นสีเขียวชี้ให้เห็นว่าจำนวนแอดเดรสที่ฝากเข้าต่ำที่สุดในรอบหลายปี
กราฟแสดงจำนวนแอดเดรสที่ฝาก Bitcoin เข้าสู่กระดานเทรด (เส้นสีเขียว) และราคา Bitcoin (เส้นสีขาว) ตั้งแต่ปี 2016 โดยเส้นสีเขียวชี้ให้เห็นว่าจำนวนแอดเดรสที่ฝากเข้าต่ำที่สุดในรอบหลายปี (ภาพจาก: @CryptoRover)

ทำไมนักลงทุนถึงหันมาเก็บ Bitcoin เอง

การลดลงของจำนวน Deposit Address สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมครั้งสำคัญของนักลงทุน โดยแนวคิด “Not Your Keys, Not Your Crypto” หรือ “ถ้าคีย์ไม่ใช่ของคุณ คริปโตก็ไม่ใช่ของคุณ” ได้รับความนิยมแพร่หลายมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง หัวใจของแนวคิดนี้คือการที่นักลงทุนถือ Private Key เองโดยตรงผ่านกระเป๋าส่วนตัว แทนที่จะฝากไว้กับกระดานเทรดซึ่งมีความเสี่ยงจากคู่สัญญา

จุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดคือการล่มสลายของกระดานเทรด FTX ในเดือนพฤศจิกายน 2565 ซึ่งทำให้นักลงทุนทั่วโลกสูญเสียเงินจำนวนมหาศาลจากการที่ฝาก BTC และสินทรัพย์คริปโตไว้กับกระดานเทรด หลังเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้คนจำนวนมากเริ่มย้าย Bitcoin ออกจากกระดานเทรดและจัดเก็บไว้ใน Cold Wallet หรือ Hardware Wallet ของตัวเอง รายงานจาก Cointelegraph Research ที่จัดทำร่วมกับ Trezor เมื่อเดือนมีนาคม 2569 ยังยืนยันว่าความไม่ไว้วางใจต่อกระดานเทรดยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของกระแสการเก็บรักษา Bitcoin เอง

อุปทานใน Bitcoin บนกระดานเทรดลดต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว

ตัวเลขจำนวน Deposit Address ที่ต่ำลงสอดคล้องกับแนวโน้มที่ใหญ่กว่า นั่นคือปริมาณ Bitcoin ที่ถือครองอยู่บนกระดานเทรดลดลงมาอย่างต่อเนื่อง ในปี 2563 Bitcoin บนกระดานเทรดมีมากกว่า 3.5 ล้าน BTC แต่เมื่อเดือนตุลาคม 2568 ตัวเลขดังกล่าวร่วงลงมาเหลือราว 2.4 ล้าน BTC ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่าทศวรรษ ตามข้อมูลจาก CryptoQuant ที่นักวิเคราะห์ Chairman Lee รายงานไว้

ข้อมูลที่น่าสนใจอีกมุมหนึ่งคือ แม้จำนวน Deposit Address จะลดลง แต่ขนาดเฉลี่ยของแต่ละการฝากกลับเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งบ่งชี้ว่ากลุ่มนักลงทุนสถาบันและรายใหญ่ยังคงใช้กระดานเทรด แต่ทำธุรกรรมน้อยครั้งกว่าและมีขนาดใหญ่กว่าแต่ละครั้ง ขณะที่นักลงทุนรายย่อยจำนวนมากหันมาเก็บ Bitcoin เองในกระเป๋าส่วนตัวมากขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของตลาดที่กำลังเกิดขึ้น

ผลกระทบต่อราคาและสิ่งที่ต้องจับตา

ในเชิงอุปทาน การที่จำนวน Deposit Address ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 10 ปีถือเป็นสัญญาณเชิงบวกเล็กน้อยต่อราคา BTC เนื่องจาก Bitcoin ที่ไม่ถูกส่งเข้ากระดานเทรดก็ไม่อาจถูกขายในตลาดสปอตได้โดยง่าย แรงกดดันฝั่งขายในระยะสั้นจึงลดลง อย่างไรก็ตาม สัญญาณนี้เป็นปัจจัยระยะยาวมากกว่าการกระตุ้นราคาในทันที และยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีกมากที่กำหนดทิศทางราคา

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Tom Lee ฟันธงตลาดผ่านจุดต่ำสุดแล้ว ชี้ดีลหยุดยิงคือจุดเริ่มต้นขาขึ้นครั้งใหญ่ของ Bitcoin ซึ่งหากมุมมองดังกล่าวถูกต้อง การลดลงของอุปทานบนกระดานเทรดก็อาจเป็นปัจจัยสนับสนุนเพิ่มเติมในช่วงขาขึ้น นอกจากนี้ ยังควรติดตามว่าสัญญาณ Self-Custody ที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลต่อสภาพคล่องในกระดานเทรดหรือไม่ โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข้อมูลนี้น่าสนใจมากในเชิงโครงสร้างตลาดระยะยาว การที่นักลงทุนรายย่อยหันมาเก็บ Bitcoin เองมากขึ้นเรื่อย ๆ แสดงให้เห็นว่าผู้คนเริ่มเข้าใจ Bitcoin ในระดับที่ลึกขึ้น ไม่ใช่แค่ซื้อขายเก็งกำไรระยะสั้น แต่มองเป็นสินทรัพย์ที่ต้องการถือครองจริง ๆ สิ่งที่น่าจับตาต่อไปคือ ถ้า Bitcoin เข้าสู่ขาขึ้นจริง แรงขายจะมาจากไหน เพราะถ้าคนถือ Bitcoin ในกระเป๋าส่วนตัวส่วนใหญ่ การเคลื่อนย้ายกลับเข้ากระดานเทรดเพื่อขายจะใช้เวลาและขั้นตอนมากกว่า ซึ่งทำให้ระยะเวลาของการปรับตัวขึ้นอาจยาวนานกว่ารอบก่อน ๆ แต่ก็หมายความว่าเมื่อคน “ยอมขาย” จริง ๆ ราคาก็อาจปรับตัวลงได้เร็วเช่นกัน เพราะต้องการสภาพคล่องทันที

ที่มา: @cryptorover

ภาพจาก AI