bitkub-banner

TD Cowen หั่นเป้าหุ้น Strategy เหลือ $350 หันเชียร์ซื้อ Sharplink คลัง ETH

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • TD Cowen ปรับลดราคาเป้าหมายหุ้น Strategy ลงเหลือ $350 แต่ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานยังคงแข็งแกร่ง
  • Sharplink ได้รับคำแนะนำ “ซื้อ” ในการประเมินครั้งแรก ด้วยราคาเป้าหมายที่ $16 สูงกว่าราคาซื้อขายปัจจุบันที่ $6.42 ดอลลาร์สหรัฐฯ เกือบ 3 เท่า
  • สถาบันการเงินเริ่มให้ความสำคัญกับบริษัทที่สามารถสร้างรายได้แบบ Passive Income ผ่านการ Staking มากกว่าการพึ่งพาการเติบโตของราคาเหรียญเพียงอย่างเดียว

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

TD Cowen หั่นเป้าหุ้น Strategy ลงเหลือ $350 ตามแนวโน้มบิตคอยน์ที่อาจไม่พุ่งแรงเท่าอดีต แต่ยังแนะให้ซื้อติดพอร์ตไว้ พร้อมหันมาเชียร์หุ้น Sharplink อย่างเป็นทางการในฐานะม้ามืดสายอีเธอเรียมที่ใช้โมเดล Staking สร้างกระแสเงินสดได้อย่างแข็งแกร่งจนครอบคลุมค่าใช้จ่ายบริษัทได้สบายแม้ตลาดจะซบเซา มุมมองดังกล่าวสะท้อนชัดว่า สถาบันไม่ได้ต้องการแค่ซื้อเหรียญเพื่อรอเก็งกำไรอีกต่อไป แต่กำลังมองหาสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอและอยู่รอดในทุกสภาวะตลาดได้จริง

สถาบันการเงินระดับโลก TD Cowen ส่งสัญญาณปรับพอร์ตลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลครั้งใหญ่สะท้อนภาพชัดว่า กลุ่มทุนสถาบันกำลังกระหาย “กระแสเงินสดและผลตอบแทน” ที่จับต้องได้มากกว่าการกว้านซื้อเพื่อกอดเหรียญรอราคาขึ้นเพียงอย่างเดียว 

ล่าสุด TD Cowen  สั่งหั่นราคาเป้าหมาย Strategy ยักษ์ใหญ่สายบิตคอยน์ลงอย่างมีนัยสำคัญ จากระดับ $440 ดอลลาร์ ลดลงเหลือ $350 ดอลลาร์ต่อหุ้น ขณะที่ราคาปัจจุบันมีการซื้อขายอยู่ที่ราว $129 

นักวิเคราะห์ชี้ชัดว่า การหั่นเป้าครั้งนี้มาจากปัจจัยการปรับลดตัวคูณมูลค่าประเมิน หรือ “Multiple” ที่สะท้อนกำไรที่คาดหวังจากบิตคอยน์ สัญญาณนี้บ่งบอกว่าตลาดกำลังรับรู้ถึงความเป็นไปได้ที่ยุคทองแห่งการพุ่งทะยานอย่างรุนแรงของราคาบิตคอยน์แบบในอดีตอาจลดน้อยลง 

ประเด็นนี้ส่งผลให้การประเมินมูลค่าบริษัทต้องกลับมาอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงมากขึ้น 

ทว่า TD Cowen ยังคงคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยประเมินว่า Strategy ยังมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนที่อ้างอิงกับมูลค่าบิตคอยน์

ในขณะเดียวกัน TD Cowen ได้หันมาทำบทวิเคราะห์หุ้น Sharplink (SBET) ด้วยคำแนะนำ “ซื้อ” อย่างเป็นทางการ โดยชี้ให้เห็นว่า คลังสำรองแห่งนี้ ไม่ได้แค่ถืออีเธอเรียมไว้เฉยๆ แต่พลิกแพลงมาใช้โมเดลธุรกิจ Staking เพื่อสร้างกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง คล้ายกับการฝากเงินกินดอกเบี้ยในระบบธนาคารดั้งเดิม

แม้ราคา Ethereum (ETH) จะดิ่งลงหรือสภาวะตลาดโดยรวมจะซบเซา แต่รายได้จากการทำ Staking อย่างต่อเนื่องมีมูลค่ามหาศาลเพียงพอที่จะอุ้มค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของบริษัทได้ทั้งหมด

ที่สำคัญคือ  Sharplink ให้อัตราผลตอบแทนสุทธิจากการ Staking ที่เหนือกว่า ไร้เงาการหักค่าธรรมเนียมบริหารจัดการแบบกองทุน และปราศจากคอขวดด้านสภาพคล่อง

กางงบการเงิน พิสูจน์กระแสเงินสด 

ตัวเลขงบการเงินล่าสุดเป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่าวิสัยทัศน์นี้กำลังออกดอกออกผล ไตรมาสที่ผ่านมา Sharplink กวาดรายได้จากการ Staking เติบโตทะลุ 50% แบบไตรมาสต่อไตรมาส แตะระดับ 15.3 ล้านดอลลาร์ สามารถเพิ่มจำนวน Ethereum ใหม่ในคลังสำรองได้ถึง 14,500 ETH

แม้ในบรรทัดสุดท้ายของงบการเงิน บริษัทจะต้องแบกรับตัวเลขขาดทุนทางบัญชีตลอดทั้งปีสูงถึง 734 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากการร่วงลงของราคา Ethereum แต่หากเจาะลึกลงไปที่กระแสเงินสดหรือ “Cash Flow”บริษัทยังคงสร้างรายได้และทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม

Joe Lubin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum และซีอีโอของ Consensys ในฐานะประธานของ Sharplink ได้ตอกย้ำอย่างหนักแน่นถึงเป้าหมายสูงสุดขององค์กรว่า Sharplink ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรับบทบาทสำคัญในการเป็นสะพานเชื่อมที่แข็งแกร่งที่สุด ระหว่างความมั่งคั่งของตลาดทุนดั้งเดิมและศักยภาพของโลกคริปโตเคอร์เรนซี


มุมมองผู้เขียน: ตลาดคริปโตกำลังเข้าสู่ยุคที่นักลงทุนสถาบันไม่ได้มองหาเพียงแค่ ผลตอบแทนจากส่วนต่างราคาหรือ “Capital Gain” อีกต่อไป แต่เริ่มให้ความสำคัญมากขึ้นกับบริษัทที่มีโมเดลธุรกิจแบบสามารถสร้างกระแสเงินสดได้จริงผ่านการใช้วิธี Staking เหรียญคริปโต
ที่มา:decrypt