bitkub-banner

ญี่ปุ่นยื่นร่างกฎหมายจัดคริปโตเป็นตราสารทางการเงิน เปิดทาง Spot Bitcoin ETF

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • สำนักงานบริการทางการเงินญี่ปุ่น (FSA) ยื่นร่างกฎหมายปฏิรูปคริปโตต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2569 โดยจะจัดให้คริปโตอยู่ภายใต้กฎหมายตราสารทางการเงิน (FIEA) เทียบเท่าหุ้นและพันธบัตร
  • ร่างกฎหมายห้ามการใช้ข้อมูลวงในซื้อขายคริปโต กำหนดให้กระดานเทรดต้องเปิดเผยข้อมูลโทเคนที่ลิสต์ประจำปี พร้อมเพิ่มโทษคุก 3 เท่าสูงสุดถึง 10 ปี และเพิ่มค่าปรับจาก 3 ล้านเป็น 10 ล้านเยน
  • กรอบกฎหมายใหม่คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ราวปี 2570 ครอบคลุมคริปโต 105 สกุลรวมถึง Bitcoin และ Ethereum พร้อมแผนเปิดทาง Spot Bitcoin ETF ภายในปี 2571

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การที่ญี่ปุ่นยกระดับสถานะคริปโตให้เทียบเท่าตราสารทางการเงินอย่างเป็นทางการถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อตลาด เพราะเปิดทางให้นักลงทุนสถาบัน ธนาคาร และบริษัทประกันเข้ามาถือครองและเทรดคริปโตได้อย่างถูกกฎหมาย รวมถึงเป็นก้าวสำคัญสู่การอนุมัติ Spot Bitcoin ETF ในญี่ปุ่น ซึ่งจะดึงเงินทุนใหม่เข้าตลาดได้มาก

เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2569 ตามเวลาไทย สำนักงานบริการทางการเงินญี่ปุ่น (FSA) ได้ยื่นร่างกฎหมายปฏิรูปคริปโตฉบับสำคัญต่อรัฐสภา โดยมีเป้าหมายจัดให้สินทรัพย์ดิจิทัลอยู่ภายใต้กฎหมายตราสารทางการเงินและตลาดหลักทรัพย์ (FIEA) แทนที่จะอยู่ภายใต้กฎหมายบริการการชำระเงินเช่นเดิม ตามรายงานจาก Cointelegraph อ้างอิงจากรายงานของสำนักข่าว Nikkei ร่างกฎหมายนี้จะเทียบคริปโตเคอเรนซีกับหุ้นและพันธบัตรในแง่ของกรอบกำกับดูแล ครอบคลุมสกุลเงินดิจิทัล 105 สกุลที่ลิสต์บนกระดานเทรดในประเทศ รวมถึง Bitcoin และ Ethereum

ห้ามใช้ข้อมูลวงใน เพิ่มโทษหนัก สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการคริปโต

หัวใจสำคัญของร่างกฎหมายนี้คือการห้ามใช้ข้อมูลที่ยังไม่เปิดเผยสู่สาธารณะเพื่อซื้อขายคริปโต ซึ่งที่ผ่านมาตลาดคริปโตไม่มีกฎห้ามในส่วนนี้อย่างชัดเจน นอกจากนี้กระดานเทรดทุกแห่งจะต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับโทเคนที่ลิสต์อยู่เป็นประจำทุกปี เพื่อให้นักลงทุนมีข้อมูลครบถ้วนก่อนตัดสินใจ

ในแง่บทลงโทษ ร่างกฎหมายกำหนดให้โทษจำคุกสูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า จาก 3-4 ปีเป็น 10 ปี และค่าปรับเพิ่มจาก 3 ล้านเยนเป็น 10 ล้านเยน นอกจากนี้ยังให้อำนาจสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SESC) ในการสอบสวนคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการคริปโตโดยตรง

เปิดทางธนาคารถือครองคริปโต และ Spot Bitcoin ETF ในอนาคต

นอกจากการกำกับดูแลที่เข้มข้นขึ้น ร่างกฎหมายฉบับนี้ยังเปิดประตูให้ธนาคารและบริษัทประกันภัยสามารถถือครองสินทรัพย์คริปโตเพื่อการลงทุนได้ รวมถึงให้บริษัทในเครือสามารถออก เทรด และทำหน้าที่เป็นตัวกลางสินทรัพย์ดิจิทัลได้ด้วย ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สำหรับระบบการเงินญี่ปุ่น

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือ FSA วางแผนที่จะเปิดทางให้มีกองทุน ETF ที่ลงทุนใน Bitcoin โดยตรง (Spot Bitcoin ETF) ภายในปี 2571 ควบคู่กับแผนลดภาษีกำไรจากการซื้อขายคริปโตจากอัตราสูงสุดถึง 55% มาเป็นอัตราคงที่ที่ 20% ให้เทียบเท่ากับการลงทุนในหุ้นทั่วไป ปัจจุบันญี่ปุ่นมีบัญชีผู้ถือครองคริปโตในประเทศราว 13 ล้านบัญชี รวมมูลค่าสินทรัพย์กว่า 5 ล้านล้านเยน (ประมาณ 1.1 ล้านล้านบาท) กรอบกฎหมายใหม่ทั้งหมดคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ราวปี 2570

ญี่ปุ่นเดินหน้าสู่มาตรฐานสากล สอดคล้องเทรนด์โลก

การเคลื่อนไหวของญี่ปุ่นครั้งนี้สอดคล้องกับทิศทางที่ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่หลายแห่งกำลังเดินหน้าอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกาที่ประธาน ก.ล.ต. เร่งผลักดันกฎหมายคริปโตผ่านสภา หรือออสเตรเลียที่เพิ่งผ่านกฎหมายกำหนดให้แพลตฟอร์มคริปโตต้องขอใบอนุญาตบริการทางการเงิน กระแสการกำกับดูแลที่ชัดเจนขึ้นทั่วโลกเป็นสัญญาณว่าคริปโตกำลังถูกยอมรับเข้าสู่ระบบการเงินกระแสหลักอย่างจริงจัง

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ประธาน ก.ล.ต. สหรัฐฯ เร่งสภาผ่านกฎหมายคริปโต สกัดนักกำกับดูแลนอกกรอบ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสัญญาณของการยกระดับกฎเกณฑ์คริปโตในระดับสากลอย่างต่อเนื่อง


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการที่ญี่ปุ่นยกระดับคริปโตขึ้นมาอยู่ในกรอบเดียวกับตราสารทางการเงินแบบดั้งเดิมเป็นเรื่องน่าจับตามากในระยะกลางถึงยาว เพราะนี่ไม่ใช่แค่การเพิ่มกฎเกณฑ์ แต่เป็นการเปิดประตูให้สถาบันการเงินรายใหญ่ในญี่ปุ่นเข้ามาในตลาดคริปโตได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปคือความเร็วในการผ่านร่างกฎหมายในรัฐสภา และรายละเอียดขั้นตอนการบังคับใช้จริงว่าจะออกมาในทิศทางไหน รวมถึงการตอบสนองของตลาดและสถาบันการเงินญี่ปุ่นหลังกฎหมายมีผลบังคับใช้

ที่มา: @Cointelegraph

เครดิตภาพจาก @Cointelegraph