bitkub-banner

กูรูคาด Bitcoin อาจพุ่งแตะ $80,000 รับอานิสงส์สหรัฐฯ-อิหร่านพักรบ ราคาน้ำมันดิ่ง

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Sam Daodu ผู้เชี่ยวชาญตลาด ออกบทวิเคราะห์ชี้ทิศทาง Bitcoin ในเดือนเมษายน 2569 ว่า จะถูกกำหนดโดยปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์เป็นหลัก โดยเฉพาะสถานการณ์หยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ส่งผลโดยตรงต่อราคาน้ำมันและสภาพคล่องในตลาด
  • สถิติย้อนหลังตั้งแต่ปี 2013 พบว่า เดือนเมษายนมักเป็นเดือนที่สดใสโดยราคาปิดบวกสูงถึง 69% และให้ผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 7.1% แต่ในปีนี้มีความเสี่ยงเรื่องเงินเฟ้อ และการปรับคาดการณ์ของ Fed ที่กลายเป็นตัวแปรสำคัญทำให้ตลาดผันผวนกว่าปกติ
  • หากการพักรบมีความยั่งยืน และราคาน้ำมันปรับตัวลดลงต่ำกว่า $90 มีโอกาสสูงที่ Bitcoin จะทะลุแนวต้าน $72,000 เพื่อมุ่งหน้าสู่เป้าหมาย $80,000 โดยมีแรงหนุนเพิ่มเติมจากความคืบหน้าของกฎหมาย CLARITY Act ในช่วงปลายเดือน

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish

แม้ว่าในปัจจุบัน Bitcoin จะต้องเผชิญกับแรงกดดันจากการปิดยอดขาดทุนรายไตรมาสเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี แต่ตลาดคริปโตก็ยังพอมีปัจจัยบวกสำคัญอย่างการเจรจาสันติภาพที่เริ่มเห็นแวว และต้นทุนพลังงานโลกที่เริ่มปรับตัวลดลง ซึ่งเปรียบเหมือนสิ่งที่ช่วยกระตุ้นให้นักลงทุนกล้ากลับมาถือสินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้ง

Sam Daodu นักวิเคราะห์ชื่อดังเปิดเผยบทวิเคราะห์ฉบับใหม่ประจำเดือนเมษายนโดยเน้นย้ำว่า ทิศทางราคาของ Bitcoin ในช่วงไตรมาสที่ 2 นี้ จะขึ้นอยู่กับปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจมหภาค แบบแยกไม่ออก 

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากบิทคอยน์พยายามทะลุแนวต้านสำคัญบริเวณ 72,000 ดอลลาร์แต่ยังไม่สำเร็จ จนทำให้ตลาดเริ่มกังวลกับสภาวะการขาดทุนรายไตรมาสติดกันเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 2022 

อย่างไรก็ตาม สถิติทางประวัติศาสตร์ พบว่า ฝั่งขาขึ้นยังคงได้เปรียบ เพราะจากข้อมูลย้อนหลังในรอบ 13 ปีที่ผ่านมา Bitcoin สามารถทำกำไร และปิดบวกในเดือนเมษายนไปได้ถึง 9 ครั้ง หรือคิดเป็นโอกาสชนะสูงถึงเกือบ 70% เลยทีเดียว 

ปัจจัยน้ำมันและเงินเฟ้อ ตัวแปรตัดสินชะตาคริปโต

Sam Daodu ชี้ให้เห็นว่า เดือนเมษายน 2026 มีความผิดปกติกว่าปีอื่นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงกว่า 100 ดอลลาร์มาตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม ประกอบกับธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้ปรับคาดการณ์เงินเฟ้อปีนี้ขึ้นเป็น 2.7% ส่งผลให้ความหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยเริ่มริบหรี่และสภาพคล่องในระบบตึงตัวขึ้น กระแสดังกล่าวกลายเป็นแรงกดดันมหาศาลต่อสินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภท รวมถึงบิทคอยน์ที่มักจะเคลื่อนไหวตามสภาวะเศรษฐกิจโลกเป็นหลัก

ราคา Bitcoin ที่มีโอกาสเป็นไปได้

ในกรณีที่สถานการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดี หากการหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยั่งยืนจนดึงราคาน้ำมันลงต่ำกว่า 90 ดอลลาร์ได้สำเร็จ ราคาบิทคอยน์มีสิทธิ์พุ่งทะลุ 75,000 ดอลลาร์และไปแตะระดับ 80,000 ดอลลาร์ได้ทันที ยิ่งถ้ามีความคืบหน้าของกฎหมาย CLARITY Act ที่สร้างความชัดเจนด้านกฎระเบียบในช่วงปลายเดือนเข้ามาเสริม ตลาดจะยิ่งได้รับอานิสงส์เชิงบวกอย่างรุนแรง

แต่หากไม่มีข่าวใหญ่ใหม่ๆ เข้ามา กรณีที่แย่ที่สุด ราคา Bitcoin อาจจะแกว่งตัวอยู่ในกรอบ 68,000 ถึง 76,000 ดอลลาร์ เนื่องจากมีแรงเทขายบางส่วน เพื่อนำเงินไปจ่ายภาษีในช่วงต้นเดือนเมษายน คอยเบรกความร้อนแรงไว้ 

แต่หากการเจรจาสันติภาพล่มสลายและสงครามกลับมาปะทุ แนวรับสำคัญที่ 69,000 ดอลลาร์อาจรับไม่อยู่ จนเกิดแรงเทขายระลอกใหญ่จากนักลงทุนระยะสั้น ที่อาจฉุดให้ราคา Bitcoin ดิ่งลงไปที่ 65,000 ดอลลาร์ หรือเลวร้ายที่สุดอาจร่วงลงไปแตะ 50,000 ดอลลาร์ ตามคำเตือนของ Standard Chartered หากปัจจัยมหภาคพังทลายลงอย่างหนัก

ที่มา : newsbtc


มุมมองผู้เขียน :  หากโลกเข้าสู่ความสงบและทุกอย่างราบรื่นตามแผนที่นักลงทุนคาดหวังไว้ แรงส่งจากข่าวดีจะกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่ช่วยผลักดันให้เป้าหมาย 80,000 ดอลลาร์ กลายเป็นเรื่องที่อยู่แค่เอื้อม