bitkub-banner

Justin Sun โวยแหลก WLFI ของ Donald Trump ซ่อนฟังก์ชั่นร้ายกาจเอาไว้ใน smart contract

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Justin Sun ได้โพสต์บน X ในวันที่ 12 เม.ย. 2569 โดยได้กล่าวหาว่า WLFI ซ่อน guardianSetBlacklistStatus function ไว้ใน smart contract โดยไม่แจ้งนักลงทุนให้ทราบแต่อย่างใดซึ่งทำให้ทีมสามารถ “อายัดสินทรัพย์ของใครก็ได้ โดยไม่ต้องแจ้ง ไม่ต้องมีสาเหตุ และไม่ต้องมาเยียวยาใด ๆ ทั้งสิ้น”
  • Sun ลงทุนใน WLFI ไปแล้ว $75 ล้าน และถือโทเค็นนี้อยู่ประมาณ 545 ล้าน WLFI ที่ถูกล็อกทิ้งเอาไว้มาตั้งแต่เดือน ก.ย. 2568 ส่งผลให้การลงทุนครั้งนี้สูญเสียมูลค่าไปแล้ว กว่า $60 ล้าน จากราคา WLFI ที่ดิ่งลงต่อเนื่อง
  • Sun เรียกร้องให้ WLFI ปลดล็อกโทเค็น พร้อมตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของ governance vote ที่ผ่านมาว่า “ถูกกำหนดผลไว้ล่วงหน้า” แล้วหรือไม้? และกล่าวหาทีมงานว่าเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ใช้โดยไม่ผ่านกระบวนการชุมชนเลยเสียด้วยซ้ำ

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา : Bearish

การที่นักลงทุนรายใหญ่ที่สุดออกมาเปิดโปงปัญหา governance และฟังก์ชั่นตัวร้ายใน smart contract ของเหรียญสาธารณะที่ไม่มีใครเคยรู้มาก่อนยิ่งกัดกร่อนความเชื่อมั่นของตลาดในโปรเจกต์ที่ราคาดิ่งมากกว่า 55% จากจุดสูงสุดอยู่แล้ว นั่นจะยิ่งสร้างความสั่นคลอนถ้าข้อมูลนี้ขยายตัวเป็นวงกว้างถึงหูคนในวงการจำนวนมาก

Justin Sun ผู้ก่อตั้ง TRON และผู้ถือ WLFI รายใหญ่ที่สุด ออกมาโพสต์บน X เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2569 กล่าวหา World Liberty Financial (WLFI) โปรเจกต์ DeFi ที่ผูกพันกับครอบครัว Trump อย่างหนักว่า ได้ฝัง blacklist function ลับไว้ในสัญญาอัจฉริยะของโทเค็น WLFI โดยไม่แจ้งให้นักลงทุนทราบ ซึ่งทำให้ทีมงานสามารถอายัดกระเป๋าใครก็ได้ฝ่ายเดียว นี่คือการยกระดับครั้งใหม่ของดราม่าที่เริ่มตั้งแต่เดือน ก.ย. 2568 และยังคงคาราคาซังมาจนถึงทุกวันนี้

ฟังก์ชั่นร้ายเงียบที่ไม่มีใครรู้ นำมาสู่การกล่าวหาครั้งนี้

จุดหลักของการกล่าวหาครั้งนี้ไม่ใช่แค่ “wallet ที่ถูกล็อก” แต่คือ Sun อ้างว่า WLFI ได้ฝัง guardianSetBlacklistStatus ไว้ใน smart contract โดยไม่เปิดเผยต่อสาธารณะก่อนที่นักลงทุนจะตัดสินใจลงเงิน ฟังก์ชันนี้ให้อำนาจทีม WLFI อายัด wallet ใดก็ได้ แบบไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า ไม่ต้องมีเหตุผลและผู้ถือโทเค็นไม่มีทางได้รับการเยียวยาใด ๆ เลย

“ฟังก์ชันนี้ให้อำนาจบริษัทในการ ‘อายัด, จำกัด, และยึดถือสิทธิ์ในทรัพย์สินของผู้ถือโทเค็น โดยไม่ต้องแจ้ง ไม่ต้องมีเหตุผลมารองรับและไม่จำเป็นต้องเยียวยาอะไรใด ๆ ทั้งสิ้น’ นี่คือกับดักที่จะเป็นประตูปิดตายฝังนักลงทุน” ตามที่ Justin Sun โพสต์บน X วันที่ 12 เมษายน 2569

Sun ระบุว่าตัวเองคือ “เหยื่อรายแรกและรายเดียวที่ใหญ่ที่สุด” ของเหรียญนี้และยังตั้งคำถามถึง governance vote ที่ WLFI ใช้เป็นเหตุผล โดยกล่าวหาว่า “ข้อมูลสำคัญถูกปิดกั้นไม่ให้ถึงหูนักลงทุนและผลลัพธ์ทุกอย่างมันถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว ไม่ใช่การตัดสินใจจากชุมชนอย่างแท้จริง”

รักสามเส้า Sun–WLFI–Trump

Sun สนับสนุน WLFI มาตั้งแต่เริ่ม เริ่มจากลงทุน $30 ล้านในปลายปี 2567 ก่อนจะขยายวงเงินลงทุนเพิ่มเป็น $75 ล้านอีกทั้งเขายังเป็นผู้ถือเหรียญมีม TRUMP รายใหญ่ที่สุด และเคยเข้าร่วมงานเลี้ยงที่ Trump จัดให้ถึงขนาดได้รับนาฬิกา “Trump Golden Torbillon” เป็นของขวัญ ความสัมพันธ์ที่ดูแน่นแฟ้นนี้กลับพังทลายเพราะการฝังเขี้ยวเล็บที่ลอบทำร้ายนักลงทุนเพียงครั้งเดียว

ฝั่ง WLFI ยังไม่ออกมาตอบโต้ต่อโพสต์ล่าสุดของ Sun แต่ก่อนหน้านี้โปรเจกต์ระบุว่าการ blacklist เป็น “มาตรการความปลอดภัย” ที่ครอบคลุม 272 wallet พร้อมกัน โดยส่วนใหญ่เป็น wallet ที่มีเอี่ยวกับเรื่อง phishing และการเคลื่อนไหวที่ส่อไปในทางที่มีความเสี่ยงสูง ทว่านักวิเคราะห์ชี้ว่าการมีสวิตช์สั่งตายในโปรเจกต์ที่อ้างตัวว่าเป็น “DeFi” มันคืออะไรกันแน่? และนี่คือคำถามที่พวกเขายังตอบนักลงทุนไม่ได้


Sun ส่งสัญญาณที่ไม่ดีต่อเครดิตความน่าเชื่อถือของ WLFI ส่วนตัวแล้วเชื่อว่า WLFI มีสองทางออก คือ ปลดล็อกโทเค็นพร้อมออกมาอธิบายอย่างโปร่งใส หรือปล่อยให้ดราม่านี้กลายเป็นแผลเป็นให้นักลงทุนโดยถาวรที่ฉุดรั้งราคาลงต่อ ยิ่ง WLFI เป็นโปรเจกต์ที่ผูกกับชื่อ Trump ซึ่งกำลังต้องการภาพลักษณ์ในการเป็นผู้หนุนหลังคริปโตตัวจริงเสียงจริง การเลือกตัวเลือกแรกน่าจะเป็นอะไรที่ฉลาดกว่ามาก แต่ถ้ายังนิ่งเฉยอยู่อีกนั่นคงเป็นการค่อย ๆ บ่อนทำลายตัวเขาและโปรเจกต์นี้ทีละเล็กละน้อย

ที่มา : Justin Sun, Blockonomi, CoinDesk, Cointelegraph, crypto.news, Fortune, FinanceFeeds