bitkub-banner

แฮกเกอร์เจาะบริดจ์ DOT บน Ethereum เสกโทเคน $1 พันล้าน ทิ้งขายได้แค่ $237K

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • แฮกเกอร์โจมตีบริดจ์ DOT บน Ethereum สำเร็จ เสกโทเคน DOT จำนวน 1,000 ล้านดอลลาร์โดยไม่มีหลักประกัน
  • ผู้โจมตีทิ้งโทเคนทั้งหมดใน Transaction เดียวผ่าน Uniswap V4 และ Odos Router ได้รับ 108.2 ETH มูลค่าประมาณ $237,975
  • โทเคนที่ถูกเจาะเป็น Wrapped/Bridged DOT บน Ethereum ไม่ใช่ DOT ของ Polkadot Network โดยตรง แต่เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นความเสี่ยงของบริดจ์คริปโตที่ยังคงเป็นปัญหาเรื้อรัง

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

แม้มูลค่าความเสียหายจริงจะจำกัดอยู่ที่ราว $237K เนื่องจากโทเคนที่ถูกเสกเป็นเพียง Wrapped DOT บน Ethereum แต่เหตุการณ์นี้ตอกย้ำความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของบริดจ์คริปโตและอาจกดดันความเชื่อมั่นในตลาดโดยรวมระยะสั้น โดยเฉพาะกับโทเคนในกลุ่มที่มีบริดจ์ข้ามเครือข่าย

เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 13 เม.ย. 2569 เวลาประมาณ 10:55 น. ตามเวลาไทย (03:55 AM UTC) ได้เกิดเหตุการณ์โจมตีบริดจ์ DOT บน Ethereum โดยผู้โจมตีสามารถเสกโทเคน DOT ในรูปแบบ Bridged Token จำนวนสูงถึง 1,000 ล้านดอลลาร์ และทิ้งขายทั้งหมดใน Transaction เดียว ได้รับเงินกลับมา 108.2 ETH มูลค่าประมาณ $237,975 ดอลลาร์ ตามรายงานจาก Cointelegraph ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน Lookonchain Transaction ดังกล่าวมี Hash เป็น 0x240aeb9a…และถูกบันทึกในบล็อก 24868295 บน Ethereum โดยสำเร็จเรียบร้อย

สกรีนช็อตจากบล็อกเชนเอ็กซ์พลอเรอร์ แสดงรายละเอียดการทำธุรกรรมการโอน DOT จำนวน 1,000,000,000 โทเคน และการขายออกเป็น ETH มูลค่า 237,975.31 ดอลลาร์สหรัฐฯ
สกรีนช็อตจากบล็อกเชนเอ็กซ์พลอเรอร์ แสดงรายละเอียดการทำธุรกรรมการโอน DOT จำนวน 1,000,000,000 โทเคน และการขายออกเป็น ETH มูลค่า 237,975.31 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ภาพจาก: @Cointelegraph)

รายละเอียด Transaction การโจมตี

จากข้อมูล On-chain ที่ถูกเปิดเผย ผู้โจมตีได้สร้าง Smart Contract ขึ้นมาสองสัญญาในคราวเดียวกัน จากนั้นทำการเสกโทเคน DOT จากที่อยู่ Null (0x000…000) จำนวน 1,000,000,000 DOT มูลค่าตามราคาตลาดในขณะนั้นสูงถึง $1.22 พันล้านดอลลาร์ โทเคนที่เสกขึ้นมาดังกล่าวถูกส่งเข้า Uniswap V4 Pool Manager ทันที จากนั้นเส้นทางการแลกเปลี่ยนได้ผ่าน Odos Router V3 ซึ่งเป็น DEX Aggregator ก่อนที่เงินจำนวน 108.2 ETH จะไหลกลับไปยังกระเป๋าของผู้โจมตี ค่า Gas ที่จ่ายในการทำธุรกรรมทั้งหมดนี้อยู่ที่เพียง 0.000338 ETH หรือประมาณ $0.74 เท่านั้น ซึ่งนับว่าคุ้มค่าอย่างมากเมื่อเทียบกับกำไรที่ได้

สิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจคือ โทเคนที่ถูกโจมตีในครั้งนี้เป็น Bridged DOT บน Ethereum เท่านั้น ไม่ใช่โทเคน DOT หลักบน Polkadot Network โดยตรง อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการระบุชื่อโปรเจกต์บริดจ์ที่ถูกเจาะอย่างเป็นทางการจากรายงานเบื้องต้น

บริดจ์คริปโตยังคงเป็นเป้าหมายที่แฮกเกอร์ชื่นชอบ

เหตุการณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการโจมตีที่เกิดซ้ำในวงการคริปโตมาอย่างต่อเนื่อง บริดจ์ข้ามเครือข่ายมักมีช่องโหว่ที่ซับซ้อนเนื่องจากต้องเชื่อมต่อหลาย Blockchain เข้าด้วยกัน ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2569 Aethir ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐาน GPU แบบกระจายศูนย์ ก็เพิ่งตรวจพบและสกัดการโจมตีบริดจ์ที่เชื่อม Ethereum กับเครือข่ายอื่น โดยจำกัดความเสียหายไว้ที่ไม่เกิน $90,000 ขณะที่เหตุการณ์ที่มีขนาดใหญ่กว่ามากอย่าง Wormhole Bridge เมื่อปี 2565 ทำให้สูญเสีย Wrapped ETH มากถึง $320 ล้าน ก่อนที่ Jump Crypto จะเข้ามาชดเชยในภายหลัง

ในกรณีของ DOT เองก็เคยมีเหตุการณ์ร้ายแรงมาก่อน โดยเมื่อเดือน ก.ค. 2568 แฮกเกอร์สามารถขโมย DOT มูลค่ากว่า $35 ล้านผ่านการโจมตีบริดจ์ XCM ที่ตั้งค่าผิดพลาด และยังมีการรายงานว่า Bybit สามารถตรวจพบและสกัดกั้นการโจมตีปลอมฝาก (Fake Deposit Attack) จำนวนกว่า 1,000 ล้าน DOT ได้สำเร็จเมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2569 โดยไม่มีผู้ใช้งานได้รับผลกระทบ ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานเหตุการณ์ที่คล้ายกันในแง่ของการโจมตี Smart Contract เพื่อดึงเงินออก ดังที่เกิดขึ้นกับ Steadefi ที่แฮกเกอร์โอน ETH มูลค่า $185,000 ไปยัง Tornado Cash


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเหตุการณ์นี้น่าเป็นห่วงในแง่ของหลักการมากกว่าตัวเลขความเสียหาย เพราะแม้ $237K อาจดูเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเหตุการณ์แฮกครั้งใหญ่อื่นๆ แต่การที่แฮกเกอร์สามารถเสกโทเคนจำนวน 1,000 ล้านดอลลาร์ที่มีมูลค่าตามราคาตลาดกว่า $1.2 พันล้านได้ในชั่วพริบตา คือสัญญาณว่า Smart Contract ของบริดจ์นั้นบกพร่องอย่างร้ายแรง สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้คือโปรเจกต์บริดจ์ที่เกี่ยวข้องจะออกมาชี้แจงอะไร มีการชดเชยผู้ถือโทเคนหรือไม่ และสภาพคล่องของตลาด DOT บน Ethereum จะได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใด สำหรับคนที่ถือ Wrapped หรือ Bridged Token ของสกุลใดก็ตาม ควรติดตามข่าวความปลอดภัยของโปรเจกต์บริดจ์นั้นอยู่เสมอ

ที่มา: @Cointelegraph

ภาพจาก AI