สรุปข่าว
- ราคาน้ำมัน WTI ร่วงลงกว่า 2.68% มาอยู่ที่บริเวณ $96-97 ต่อบาร์เรลในวันที่ 14 เม.ย. 2569 หลังสหรัฐฯ เริ่มปฏิบัติการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันจันทร์ที่ 13 เม.ย.
- IEA ปรับลดคาดการณ์ความต้องการน้ำมันโลกปี 2569 คาดว่าจะลดลง 80,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งจะเป็นการลดลงครั้งแรกนับตั้งแต่วิกฤต COVID-19 ในปี 2563
- แม้ความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์จะยังสูง แต่ Bitcoin กลับพุ่งขึ้นกว่า 5.8% แตะ $75,806 สวนทางกับความกังวลตลาดน้ำมัน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซสร้างความไม่แน่นอนในตลาดพลังงาน แต่ตลาดคริปโตวันนี้กลับตอบสนองเชิงบวกอย่างชัดเจน สะท้อนว่านักลงทุนคริปโตอาจมองว่าสงครามที่ยืดเยื้อจะกดดันให้ธนาคารกลางผ่อนคลายนโยบายการเงิน ซึ่งเป็นปัจจัยหนุน Bitcoin ในระยะกลาง
ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับลดลงกว่า 2.68% มาอยู่ที่บริเวณ $96-97 ต่อบาร์เรลในวันอังคารที่ 14 เม.ย. 2569 ตามรายงานจาก The Kobeissi Letter ซึ่งรายงานว่าราคาน้ำมันปรับลดลงต่อเนื่องหลังกองทัพสหรัฐฯ เริ่มปฏิบัติการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซอย่างเป็นทางการเมื่อเวลา 21:00 น. ตามเวลาไทย (10:00 AM EDT) ของวันจันทร์ที่ 13 เม.ย. น้ำมันดิบ Brent ก็ปรับลดลงเช่นกันประมาณ 1% มาอยู่ที่ $98.28 ต่อบาร์เรล ขณะที่ข้อมูลกราฟราคา WTI CFD ที่แนบมาพร้อมรายงานดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าราคาแตะระดับต่ำสุดในวันที่ $93.46 ก่อนจะดีดกลับขึ้นเล็กน้อย
บริบทสงครามและการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ
สถานการณ์ที่กดดันราคาน้ำมันในวันนี้มีต้นตอจากความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปลายเดือน ก.พ. เมื่อสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศในอิหร่าน ทำให้อิหร่านปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซในช่วงแรก ก่อนที่ราคา Brent จะพุ่งทะลุ $120 ต่อบาร์เรลในต้นเดือน มี.ค. หลังจากนั้นมีการตกลงหยุดยิงชั่วคราวในวันที่ 8 เม.ย. แต่การเจรจาสันติภาพในอิสลามาบัดเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาล้มเหลว เนื่องจากอิหร่านปฏิเสธที่จะละทิ้งโครงการนิวเคลียร์ ส่งผลให้ประธานาธิบดี Trump สั่งให้กองทัพเรือเริ่มปฏิบัติการสกัดกั้นเรือที่จ่ายค่าผ่านทางให้อิหร่าน และกวาดทุ่นระเบิดที่อิหร่านวางไว้ในช่องแคบ
น่าสังเกตว่าราคาน้ำมันกลับปรับลดลงแม้จะมีการปิดล้อมอย่างเป็นทางการ เนื่องจากตลาดรับรู้ว่าการปิดล้อมของสหรัฐฯ ครั้งนี้มุ่งเป้าเฉพาะท่าเรืออิหร่าน ไม่ได้ปิดกั้นการเดินเรือเชิงพาณิชย์โดยรวม ประกอบกับสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ออกมาปรับลดคาดการณ์ความต้องการน้ำมันโลก คาดว่าจะลดลง 80,000 บาร์เรลต่อวันในปี 2569 ซึ่งหากเป็นจริงจะเป็นการลดลงครั้งแรกนับตั้งแต่การระบาดของ COVID-19 โดย IEA ยังรายงานว่าปริมาณน้ำมันโลกลดลงกว่า 10.1 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน มี.ค. เนื่องจากการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและข้อจำกัดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ผลกระทบต่อตลาดคริปโต
สิ่งที่น่าแปลกใจที่สุดในวันนี้คือการที่ตลาดคริปโตเลือกที่จะเคลื่อนไหวสวนทางกับความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ Bitcoin พุ่งขึ้นกว่า 5.80% มาอยู่ที่ $75,806 ขณะที่ Ethereum ขึ้นแรงยิ่งกว่าถึง 8.17% แตะ $2,392 ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Bitcoin พุ่งกว่า 5% ทะลุ $75,200 และ ตัวเลข PPI สหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าคาด ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยหนุนในวันเดียวกัน การที่ราคาน้ำมันร่วงในขณะที่คริปโตพุ่งสะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนบางส่วนอาจมองว่าสงครามที่ยืดเยื้อและเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจะยิ่งกดดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ต้องผ่อนคลายนโยบายการเงินเร็วขึ้น ซึ่งในอดีตมักเป็นปัจจัยบวกต่อ Bitcoin
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าความขัดแย้งในช่องแคบฮอร์มุซยังมีความไม่แน่นอนสูงมาก และตลาดน้ำมันกับตลาดคริปโตกำลังส่งสัญญาณที่ต่างกันอย่างชัดเจน ราคาน้ำมันที่ปรับลดลงแม้มีการปิดล้อมทางทหารบอกว่าตลาดพลังงานยังมีความหวังว่าจะมีการเจรจาต่อ ส่วน Bitcoin ที่พุ่งขึ้นแรงอาจได้แรงหนุนจากหลายปัจจัยพร้อมกัน ไม่ใช่แค่เรื่องฮอร์มุซ สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปคือ ถ้าการเจรจาสันติภาพกลับมาเริ่มใหม่และมีความคืบหน้า ตลาดน้ำมันน่าจะปรับตัวได้ แต่ถ้าสถานการณ์ทางทหารบานปลายต่อ ความผันผวนจะยิ่งสูงขึ้นในทุกสินทรัพย์
ที่มา: @KobeissiLetter
เครดิตภาพจาก @BitmapBrc420
