bitkub-banner

ETH ดีดตัวแตะ $2,365 สูงสุดในรอบหลายสัปดาห์ ตลาดจับตาแนวต้านถัดไป

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ราคา ETH พุ่งขึ้น 1.04% แตะ $2,364.71 ในวันที่ 16 เม.ย. 2569 โดยแกว่งตัวในกรอบ $2,311.49 $2,361.33 ตลอด 24 ชั่วโมง
  • การฟื้นตัวนี้ต่อเนื่องจากการดีดตัวขึ้นกว่า 17% ในเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์นับจากต้นเดือนเมษายน หลัง ETH ยืนเหนือโซนรับสำคัญที่ $1,983 $1,993 ได้สำเร็จ
  • ปริมาณซื้อขาย 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 1.58 หมื่นล้านดอลลาร์ สะท้อนความสนใจของตลาดที่ยังคงแข็งแกร่ง ขณะที่มูลค่าตลาดรวมแตะ 2.85 แสนล้านดอลลาร์

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การที่ ETH สามารถดีดตัวขึ้นมาแตะบริเวณ $2,364 ได้สำเร็จในช่วงสั้น ๆ ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกในระยะสั้น โดยเฉพาะหลังจากที่ราคาทดสอบโซนรับบริเวณ $1,990 มาแล้วหลายครั้ง อย่างไรก็ตาม แนวต้านสำคัญในบริเวณ $2,375 ยังเป็นด่านที่ต้องผ่านให้ได้บนกราฟรายวัน

ราคา Ethereum (ETH) พุ่งขึ้นอีกครั้งในวันที่ 16 เม.ย. 2569 แตะระดับ $2,364.71 บวก 1.04% ในช่วงเวลาที่ถูกจับตามอง โดยตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ราคาขึ้นไปสูงสุดที่ $2,361.33 และลงต่ำสุดที่ $2,311.49 ส่วนการเปลี่ยนแปลงรายวันเมื่อรวมทั้งช่วงซื้อขายอยู่ที่ 1.83% ซึ่งสะท้อนแรงซื้อที่กลับมาอย่างมีนัยสำคัญ

ETH 4H price chart

ปริมาณซื้อขายใน 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 1.58 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่มูลค่าตลาดรวมของ ETH อยู่ที่ 2.85 แสนล้านดอลลาร์ ตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ว่ามีนักลงทุนเข้าร่วมตลาดในระดับที่ไม่ธรรมดา และอาจเป็นสัญญาณว่าแรงซื้อในระยะนี้ไม่ได้มาจากการเก็งกำไรระยะสั้นเพียงอย่างเดียว

เส้นทางสู่ระดับ $2,364 ที่ผ่านมา

การขึ้นมาของ ETH ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน ย้อนกลับไปตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน 2569 ETH ยังคงวนเวียนอยู่ในบริเวณ $1,983 $1,993 ซึ่งเป็นโซนรับที่นักวิเคราะห์หลายรายต่างจับตา ก่อนที่ราคาจะเริ่มดีดตัวขึ้นอย่างมีพลังตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน จากระดับ $2,054 และพุ่งขึ้นต่อเนื่องจนทะลุ $2,285 ในช่วงปลายสัปดาห์ที่แล้ว

จุดสูงสุดในวันที่ 14 เมษายนที่ $2,401 ถือเป็นความพยายามครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ที่ ETH แหวกออกไปเหนือกรอบการแกว่งตัวระยะสิบสัปดาห์ที่ครอบคลุมช่วง $1,990 $2,375 แม้ว่าราคาจะยังไม่สามารถปิดเหนือระดับนั้นได้บนกราฟรายวัน แต่การที่ราคากลับขึ้นมาทดสอบบริเวณนี้ซ้ำอีกครั้งในวันนี้สะท้อนให้เห็นว่าแรงซื้อยังไม่ได้หายไปไหน นับตั้งแต่ ETH ทำจุดสูงสุดที่ประมาณ $4,829 ในช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2568 ราคาร่วงลงมากกว่า 50% ก่อนจะเริ่มสร้างฐานในช่วงต้นปี 2569

ความหมายของการฟื้นตัวครั้งนี้ต่อตลาดคริปโต

การที่ ETH ดีดตัวขึ้นมาได้ในช่วงที่ตลาดโดยรวมยังมีความไม่แน่นอนสูงนั้นมีความหมายมากกว่าแค่ตัวเลขราคา ในช่วงที่ผ่านมา ตลาดการเงินโลกยังคงวิตกกังวลกับทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) รวมถึงความตึงเครียดทางการค้าระหว่างประเทศที่ยังไม่คลี่คลายอย่างสมบูรณ์ ในบริบทเช่นนี้ การที่สินทรัพย์เสี่ยงอย่าง ETH ยังสามารถรักษาโมเมนตัมขาขึ้นไว้ได้ถือเป็นสัญญาณที่นักลงทุนหลายส่วนมองในเชิงบวก

นอกจากนี้ ตลาดยังจับตาการไหลเข้าของกองทุน ETF ที่อ้างอิงกับ Ethereum ในสหรัฐฯ ซึ่งได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นหลังจากที่ กลต. สหรัฐฯ (SEC) เริ่มส่งสัญญาณเปิดรับผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับคริปโตมากขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันที่ค่อย ๆ สะสม ETH ในโซนราคาต่ำกว่านี้อาจเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยพยุงราคาไม่ให้ร่วงกลับไปทดสอบจุดต่ำสุดในต้นปีที่ $1,577

ในแง่ภาพใหญ่ระดับ on-chain นั้น เครือข่าย Ethereum ยังคงเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของระบบนิเวศ DeFi และ NFT ซึ่งยังมีมูลค่าถูกล็อกอยู่ในโปรโตคอลต่าง ๆ จำนวนมาก ความเชื่อมั่นในเชิงพื้นฐานของเครือข่ายยังไม่ได้สั่นคลอน แม้ว่าราคาจะผ่านช่วงย่ำแย่มาแล้วกว่าครึ่งปี

ระดับถัดไปที่ตลาดจับตาและสิ่งที่ต้องติดตาม

สำหรับสิ่งที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่กำลังจับตาในขณะนี้คือว่า ETH จะสามารถปิดราคาบนกราฟรายวันให้สูงกว่า $2,375 ได้หรือไม่ เนื่องจากระดับนี้เป็นขอบบนของกรอบการแกว่งตัวที่ใช้เวลายาวนานถึงสิบสัปดาห์ในการสร้าง หากทำได้ อาจเป็นสัญญาณแรกที่ยืนยันว่ากระแสการฟื้นตัวระยะสั้นมีศักยภาพพัฒนาเป็นแนวโน้มใหม่

ในทางกลับกัน หากแรงซื้อเริ่มลดลงและราคาไม่สามารถยืนเหนือบริเวณ $2,280 ได้อย่างต่อเนื่อง ตลาดอาจเข้าสู่ช่วงพักฐานอีกครั้งก่อนที่จะมีแรงดันขาขึ้นรอบใหม่ สิ่งสำคัญที่ต้องติดตามในช่วงนี้ได้แก่ ตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI/PCE) ของสหรัฐฯ ที่จะทยอยออกมา ซึ่งจะส่งผลต่อการคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ยของ Fed รวมถึงกระแสเงินไหลเข้า-ออกจากกองทุน ETF คริปโตในสหรัฐฯ ที่ตลาดให้น้ำหนักมากขึ้นในช่วงหลัง


ความเห็นผู้เขียน

ส่วนตัวผมมองว่าการพุ่งขึ้นของ ETH รอบนี้มีน้ำหนักมากกว่าการดีดตัวทางเทคนิคธรรมดา เพราะมันเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดโลกยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และราคาก็ยืนเหนือโซนรับมาได้นานพอสมควรแล้ว แต่ผมก็ยังไม่รีบตื่นเต้นจนเกินไปครับ เพราะภาพใหญ่ยังเป็นดาวน์เทรนด์นับจากจุดสูงสุดเกือบ $4,829 ที่ทำไว้เมื่อกลางปีที่แล้ว

สิ่งที่ผมจะจับตาในช่วงนี้คือแรงซื้อบนกราฟรายวันว่ามันยั่งยืนพอที่จะดันราคาปิดเหนือโซนบนของกรอบได้จริงหรือเปล่า ถ้าทำได้ ภาพระยะกลางอาจเริ่มเปลี่ยนไปในทิศทางที่น่าสนใจขึ้น แต่ถ้ายังวนอยู่ในกรอบเดิม ก็คงต้องรออีกสักพักก่อนที่จะฟันธงอะไรได้ชัดเจน ในโลกของคริปโตการอดทนรอสัญญาณที่ชัดเจนมักจะดีกว่าการด่วนสรุปเสมอครับ

คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน

ภาพจาก AI