สรุปข่าว
- นักวิเคราะห์ประเมินว่าราคาของ Bitcoin จำเป็นต้องทะลุและยืนหยัดเหนือระดับเจ็ดหมื่นหกพันดอลลาร์ให้ได้อย่างมั่นคงในกรอบเวลาใหญ่เพื่อเป็นการเปิดทางสู่การทดสอบเป้าหมายราคาในโซนแปดหมื่นสี่พันถึงเก้าหมื่นหกพันดอลลาร์ต่อไป
- ตัวชี้วัดความเชื่อมั่นของตลาดเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวกลับเข้าสู่แดนความเป็นกลางอีกครั้งหลังจากที่ราคาปรับตัวสูงขึ้นแต่ยังคงต้องการแรงสนับสนุนที่แข็งแกร่งกว่านี้เพื่อผลักดันตลาดให้เข้าสู่สภาวะกระทิงอย่างเต็มรูปแบบ
- กระแสเงินทุนที่ไหลเข้ากองทุนสปอตอีทีเอฟอย่างต่อเนื่องและการรักษาระดับปริมาณการซื้อขายในตลาดสปอตถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนให้แนวโน้มขาขึ้นในรอบนี้สามารถดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
Bitcoin กำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งสำคัญในการพยายามกลับขึ้นไปยืนหยัดเหนือระดับ 76,000 ดอลลาร์ให้ได้อย่างมั่นคง โดยเหล่านักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญในตลาดต่างประเมินว่าแนวโน้มขาขึ้นจะสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างแข็งแกร่งก็ต่อเมื่อตลาดสามารถตอบสนองต่อเงื่อนไขสำคัญที่ตั้งไว้ได้สำเร็จ
การปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 8 เปอร์เซ็นต์ในช่วงสามวันที่ผ่านมาช่วยให้คริปโตเคอร์เรนซีพี่ใหญ่อย่าง Bitcoin สามารถทวงคืนระดับแนวรับสำคัญๆ กลับมาได้สำเร็จ ซึ่งรวมถึงเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โพเนนเชียล (EMA) ระยะ 50 วัน ที่ตั้งอยู่บริเวณระดับ 71,000 ดอลลาร์ ทางด้านนักวิเคราะห์ที่ใช้ชื่อว่า Crypto Patel ได้โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X (Twitter) โดยเน้นย้ำว่าระดับ 76,000 ดอลลาร์คือจุดเปลี่ยนที่ตัดสินทุกสิ่งทุกอย่างของตลาดในรอบนี้ และนักลงทุนจำเป็นต้องเห็นแท่งเทียนในกรอบเวลาใหญ่ (High-time frame) ปิดตัวเหนือโซนดังกล่าวให้ได้อย่างชัดเจนจึงจะสามารถเชื่อมั่นในทิศทางขาขึ้นได้อย่างสนิทใจ

นักวิเคราะห์รายนี้ยังอธิบายเพิ่มเติมด้วยว่า การปิดแท่งเทียนในกรอบเวลาใหญ่เหนือระดับ 76,000 ดอลลาร์จะเป็นการเปิดประตูต้อนรับเป้าหมายราคาถัดไปในโซน 84,000 ดอลลาร์ไปจนถึง 96,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีนัยสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากนักลงทุนได้ทำการกว้านซื้อเหรียญไปมากกว่า 2 ล้านเหรียญในกรอบราคานี้ตลอดช่วงหกเดือนที่ผ่านมาตามข้อมูลการวิเคราะห์การกระจายตัวของต้นทุนจาก Glassnode

มุมมองดังกล่าวยังสอดคล้องกับการวิเคราะห์ของแพลตฟอร์มข้อมูลอย่าง Material Indicators ที่ระบุว่าเส้นทางนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะยังมีแนวต้านทางเทคนิคอีกหลายระดับที่ซ้อนทับกันเป็นกำแพงหนาอยู่ระหว่างราคาปัจจุบันกับการพุ่งทะลุเข้าสู่สภาวะตลาดกระทิงอย่างเต็มรูปแบบ โดยแนวต้านเหล่านั้นรวมถึงราคาเปิดต้นปีที่ระดับ 87,500 ดอลลาร์ และเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะ 50 สัปดาห์ที่ 97,000 ดอลลาร์ ซึ่งผู้ซื้อจำเป็นต้องฝ่าฟันไปให้ได้

นอกจากนี้ตัวชี้วัดความแข็งแกร่งอย่าง RSI รายสัปดาห์ก็จำเป็นต้องปิดและรักษาระดับให้อยู่เหนือ 41 ให้ได้อย่างมั่นคง ซึ่งสถิติในอดีตชี้ให้เห็นว่าเมื่อปี 2019, 2020 และ 2023 สัญญาณในลักษณะนี้เคยทำหน้าที่เป็นตัวจุดชนวนให้ราคาพุ่งทะยานขึ้นไปได้ถึง 316 เปอร์เซ็นต์, 1,600 เปอร์เซ็นต์ และ 660 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ ทางด้านนักวิเคราะห์ชื่อดังอย่าง Rekt Capital ก็ได้เสริมประเด็นนี้ว่าคู่เทรด BTC/USD จำเป็นต้องปิดแท่งเทียนรายสัปดาห์เหนือระดับ 72,800 ดอลลาร์เพื่อยืนยันการทำเบรกเอาต์ ในขณะที่ฝั่งกระทิงก็ต้องออกแรงผลักดันราคาให้ทะลุโซน 76,000 ถึง 80,000 ดอลลาร์ให้ได้อย่างเด็ดขาดเพื่อเป็นการยืนยันการเปลี่ยนผ่านแนวโน้มของตลาดอย่างสมบูรณ์

อีกหนึ่งปัจจัยที่เป็นเสมือนจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญคือการดึงความเชื่อมั่นให้กลับคืนสู่ตลาด ตัวชี้วัด Bull Score Index ซึ่งเป็นมาตรวัดสุขภาพโดยรวมของตลาดที่ผสมผสานทั้งข้อมูลพื้นฐานและสัญญาณทางเทคนิค ได้ขยับตัวพุ่งขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 40 เมื่อวันที่ 15 เมษายน ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนตุลาคมปีที่แล้ว การที่ตัวชี้วัดสามารถขยับตัวกลับมาอยู่ในโซนความเป็นกลางได้นี้สะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปหลังจากที่ตลาดขาดแรงส่งมาอย่างยาวนาน
Arab Chain นักวิเคราะห์จาก CryptoQuant ประเมินว่าแม้ตัวเลข 40 จะสะท้อนถึงเสถียรภาพที่ดีขึ้น แต่มันก็ยังจำเป็นต้องไต่ระดับความร้อนแรงขึ้นไปให้ถึงโซนความเชื่อมั่นที่แข็งแกร่งซึ่งตั้งอยู่เหนือระดับ 60 เพื่อเป็นการส่งสัญญาณต้อนรับสภาวะกระทิงที่แท้จริง

ในขณะเดียวกันกระแสความต้องการซื้อจากกองทุนสปอตอีทีเอฟก็ยังคงมีความผันผวนและไม่ต่อเนื่อง แม้ว่าล่าสุดจะมีรายงานเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิสูงถึง 451 ล้านดอลลาร์ในวันอังคาร ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสนใจจากนักลงทุนชาวอเมริกันที่พร้อมจะกลับเข้าตลาดอีกครั้ง แต่ในท้ายที่สุดแล้ว ตลาดก็ยังคงต้องการกระแสเงินทุนที่ไหลเข้าอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอในทุกๆ วัน เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงชั้นยอดในการผลักดันให้ราคาของ Bitcoin สามารถพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุดใหม่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
ที่มา: cointelegraph
มุมมองส่วนตัวผมมองว่าช่วงเวลานี้คือจุดวัดใจที่สำคัญที่สุดของนักเทรด Bitcoin ครับ การที่ราคาแกว่งตัวอยู่บริเวณแนวต้าน 76,000 ดอลลาร์เป็นสัญญาณของการสะสมพลัง ซึ่งสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดคือปริมาณการซื้อขาย (Volume) ในตลาดสปอตและเม็ดเงินจากกองทุน ETF หากฝั่งผู้ซื้อสามารถดูดซับแรงเทขายที่แนวต้านนี้ได้หมด การพุ่งทะลุขึ้นไปยืนเหนือ 80,000 ดอลลาร์จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงมาก แต่ในทางกลับกัน หากไม่สามารถรักษาระดับไว้ได้ การย่อตัวเพื่อลงไปทดสอบแนวรับด้านล่างก็เป็นสิ่งที่นักลงทุนควรเตรียมแผนรับมือเอาไว้เช่นกันครับ
