สรุปข่าว
- BlackRock IBIT ถือ Bitcoin อยู่ที่ 799,151 BTC ณ วันที่ 17 เม.ย. 2026 ขณะที่ Strategy ถือ Bitcoin รวม 780,897 BTC หมายความว่าช่องว่างระหว่างสองยักษ์ใหญ่เหลือเพียงราว 18,000 BTC เท่านั้น
- Strategy ซื้อ Bitcoin ในเดือนมีนาคม 2026 เพียงเดือนเดียวถึง 46,233 BTC มากกว่าที่นักขุดทั่วโลกผลิตได้ในเดือนเดียวกันเกือบ 3 เท่า
- Strategy ใช้ทุนซื้อ Bitcoin ผ่านโปรแกรม STRC ซึ่งเป็นหุ้นบุริมสิทธิ์ที่ล่าสุดระดมได้กว่า 1,001 ล้านดอลลาร์ โดยไม่ต้องออกหุ้นสามัญเพิ่มแม้แต่หุ้นเดียว
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
การที่ Strategy กว้านซื้อ Bitcoin ในปริมาณที่มหาศาลอย่างต่อเนื่อง ส่งสัญญาณให้เห็นถึงความต้องการจากนักลงทุนสถาบันที่แข็งแกร่ง และช่วยดึง supply ออกจากตลาด กดดันให้ราคามีโอกาสปรับตัวขึ้น โดยเฉพาะหากเม็ดเงินลงทุนยังหลั่งไหลเข้ามาที่ IBIT เพิ่มขึ้นต่อเนื่องควบคู่กันไปด้วย
Strategy กำลังจะพลิกประวัติศาสตร์ ด้วยช่องว่างเพียง 18,000 BTC
Strategy (NASDAQ: MSTR) บริษัทผู้ถือ Bitcoin รายใหญ่ที่สุดในโลกในฝั่งองค์กรเอกชน ได้เดินหน้าซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก 13,927 BTC ด้วยมูลค่าประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์ ที่ราคาเฉลี่ย $71,902 ต่อเหรียญ ส่งผลให้ยอดถือครองรวมพุ่งขึ้นไปที่ 780,897 BTC ขณะที่ BlackRock IBIT ถือ Bitcoin อยู่ที่ 799,151 BTC ณ วันที่ 17 เมษายน 2026 นั่นหมายความว่า Strategy ตามหลัง BlackRock อยู่เพียงราว 18,254 BTC เท่านั้น ซึ่งนับเป็นช่องว่างที่แคบที่สุดนับตั้งแต่ IBIT เปิดตัวในต้นปี 2024
Strategy vs BlackRock: สองโมเดล สองปรัชญา
สาเหตุหลักที่ทำให้ช่องว่างแคบลงอย่างรวดเร็ว มาจาก โมเดลที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ในส่วนของ BlackRock นั้นสะสม Bitcoin ผ่านเม็ดเงินจากนักลงทุน เมื่อตลาดซบเซาหรือเกิดความไม่แน่นอนด้านตลาดมหภาค การซื้อก็หยุดชะงัก ขณะที่ Strategy ของ Michael Saylor เดินหน้าซื้ออย่างต่อเนื่องแข็งขัน ไม่ว่าตลาดจะเป็นอย่างไร โดยระดมทุนผ่านตราสารหนี้และหุ้นบุริมสิทธิ์
สิ่งที่โดดเด่นในการซื้อครั้งล่าสุดคือ กลไกการระดมทุนแบบใหม่ ที่ Strategy ได้ใช้ STRC เป็นหุ้นบุริมสิทธิ์ในการระดมทุนซึ่งตอนนี้กวาดเงินมาได้ราว 1,000 ล้านดอลลาร์ โดยขายหุ้น STRC จำนวน 10 ล้านหุ้นเศษ โดยไม่มีการออกหุ้นสามัญ MSTR แม้แต่หุ้นเดียว นับเป็นการรักษาฐานผู้ถือหุ้นเดิมไว้ได้อย่างชาญฉลาด
ปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดผลของการแข่งขันนี้คือ IBIT ไม่ได้หยุดนิ่ง กองทุนยังคงมีเม็ดเงินไหลเข้ามาลงทุนทุกวัน ทำให้เป้าหมายที่ Strategy ต้องไล่ตามเคลื่อนสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดย IBIT ดึงเม็ดเงินลงทุนสุทธิที่ไหลเข้ามาได้สูงถึง 505.7 ล้านดอลลาร์ภายในเพียง 2 วัน ในช่วง 14–15 เมษายน
การที่ Strategy ไล่ตาม BlackRock IBIT อย่างรวดเร็วจนเหลือช่องว่างเพียง18,000 BTC นับเป็นเรื่องที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง การแข่งขันครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงวุฒิภาวะของ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์มหภาค และบังคับให้ต้องคิดใหม่เกี่ยวกับการบริหารคลังสำรองของบริษัทในยุคใหม่ การแข่งขันครั้งนี้ไม่ได้มีแค่มิติของ “ใครถือมากกว่า” แต่สะท้อนปรัชญาสองขั้วที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ระหว่างองค์กรที่ “เชื่อมั่น” Bitcoin จริง ๆ บนพื้นฐานงบดุลของตัวเอง กับกองทุนที่เป็นแค่ “ตัวกลาง” ของนักลงทุน หาก Strategy แซง IBIT ได้จริง นั่นอาจเป็นสัญญาณให้บริษัทอื่น ๆ ทั่วโลกกล้าที่จะก้าวตาม Saylor มากขึ้น และนั่นอาจเป็นปัจจัยเร่งที่ทรงพลังที่สุดต่อความต้องการซื้อใน Bitcoin ปีนี้
ที่มา: CoinTelegraph, Bitbo, CoinCentral, Benzinga / Yahoo Finance, Mitrade / BeInCrypto
