bitkub-banner

AAVE ร่วงเกือบ 20% หลัง Kelp DAO ถูกโจมตี ผู้ใช้ถอนเงินไม่ได้

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • แฮ็กเกอร์ขโมย 116,500 rsETH มูลค่าราว $292M จาก Kelp DAO ผ่านช่องโหว่ใน LayerZero Bridge กลายเป็นการโจมตีบน DeFi ที่ใหญ่ที่สุดของปี 2026
  • เงินไหลออกจาก Aave มากกว่า 5.4 พันล้านดอลลาร์ ท่ามกลางความตื่นตระหนก รวมถึง Justin Sun ที่พึ่งถอน 65,584 ETH (~$154M) ออกจากแพลตฟอร์ม
  • อัตราการใช้งาน ETH บน Aave พุ่งแตะ 100% ส่งผลให้ผู้ใช้งานทั่วไปไม่สามารถถอน Ethereum ออกได้ในช่วงเวลานี้

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish

เหตุการณ์นี้สร้างแรงกระแทกเป็นลูกโซ่ต่อทั้งระบบ DeFi ความเชื่อมั่นถูกสั่นคลอนอย่างหนัก เงินทุนไหลออกจำนวนมาก และการที่ผู้ใช้งานไม่สามารถถอน ETH จาก Aave ได้ อาจยิ่งเร่งให้เกิดการแห่ถอนในวงกว้างมากขึ้น

วันนี้ระบบนิเวศ DeFi เผชิญหนึ่งในวิกฤตใหญ่ที่สุดของปี 2026 หลังแฮ็กเกอร์ขโมย 116,500 rsETH มูลค่ากว่า $292M จาก Kelp DAO ผ่านช่องโหว่ใน LayerZero Bridge 

แฮ็กเกอร์ได้นำโทเคนดังกล่าวไปใช้เป็นหลักประกันบน Aave เพื่อกู้ ETH จริงออกไป ส่งผลให้ราคา Aave ร่วงกว่า 19% เงินไหลออกจากระบบกว่า 5.4 พันล้านดอลลาร์ และอัตราการใช้งาน ETH พุ่งแตะ 100% จนผู้ใช้งานไม่สามารถถอนสินทรัพย์ออกได้ในขณะนี้

แฮ็กเกอร์เจาะช่องโหว่ LayerZero ได้อย่างไร?

ผู้โจมตีใช้ช่องโหว่ในฟังก์ชัน  lzReceive ของระบบ  LayerZero Bridge โดยหลอกให้ระบบปล่อย 116,500 rsETH ออกมา โดยการโจมตีเกิดขึ้นเมื่อ 17:35 UTC หรือช่วงตี 1 ของวันที่ 19 เมษายน ตามเวลาประเทศไทย และ Kelp DAO สามารถระงับ​ Contract ทั้งหมดได้ภายใน 46 นาที แต่ความเสียหายได้เกิดขึ้นไปแล้ว

Kelp DAO เกี่ยวกับ Aave อย่างไร?

จุดที่ทำให้เหตุการณ์ลุกลาม คือการเชื่อมโยงกับระบบกู้ยืมขนาดใหญ่อย่าง Aave โดยแฮ็กเกอร์นำ rsETH ที่ขโมยมาไปใช้เป็นหลักประกันบน Aave V3 แล้วกู้ Wrapped Ether ออกไปจำนวนมาก

ปัญหาคือ rsETH เหล่านี้ไม่มีมูลค่าจริง ทำให้หลักประกันที่ใช้ค้ำ “กลายเป็นของปลอม” ส่งผลให้ Aave เกิดหนี้เสียสูงถึง $177M และต้องปิดตลาด rsETH บน V3 และ V4 ทันที

เงินไหลออกกว่า $5.4B และ Justin Sun ก็ถอนด้วย

ท่ามกลางความตื่นตระหนก นักลงทุนจำนวนมากแห่ถอนเงินออกจาก Aave จนอัตราการใช้งาน ETH พุ่งแตะ 100% โดยข้อมูล On-chain ระบุว่า Justin Sun ถอน 65,584 ETH (~$154M) ออกจากแพลตฟอร์มในช่วงเวลาเดียวกัน ยิ่งทำให้สภาพคล่องในระบบตึงตัวมากขึ้น

อัตราการใช้ ETH 100% หมายความว่าอะไร?

เมื่ออัตราการใช้งานแตะ 100% หมายถึง ETH ทุกหน่วยที่ถูกฝากใน Aave ถูกยืมออกไปทั้งหมด ผู้ใช้งานที่ต้องการถอน ETH จึงไม่สามารถทำได้ในทันที จนกว่าจะมีการชำระหนี้คืนหรือมีเงินฝากใหม่เข้ามาเติมสภาพคล่อง ซึ่งสถานการณ์ลักษณะนี้มีความเสี่ยงที่จะกระตุ้นความตื่นตระหนกเพิ่มเติม

ผลกระทบต่อโปรโตคอลอื่น

เหตุการณ์นี้ส่งแรงสั่นสะเทือนไปยังโปรโตคอลอื่นอย่างรวดเร็ว ทั้ง SparkLend, Fluid และ Upshift ต่างประกาศ Emergency Freeze ขณะที่ Ethena ระงับ LayerZero Bridge ของตัวเองชั่วคราวเพื่อลดความเสี่ยง แม้จะไม่มี rsETH Exposure ก็ตาม

เหตุการณ์นี้ส่งแรงกระแทกไปยังโปรโตคอลอื่นอย่างรวดเร็ว โดย SparkLend, Fluid และ Upshift ต่างประกาศหยุดระบบชั่วคราวเพื่อป้องกันความเสี่ยง

ขณะเดียวกัน Ethena ก็ระงับการใช้งาน LayerZero Bridge ของตัวเองชั่วคราวเช่นกัน แม้จะไม่มีความเกี่ยวข้องกับ rsETH โดยตรงก็ตาม


ผู้เขียนมองว่าเหตุการณ์นี้สะท้อน “จุดอ่อนของ DeFi” อย่างชัดเจน โดยเฉพาะการพึ่งพา Cross-chain Bridge ซึ่งหากเกิดช่องโหว่ขึ้นมาเพียงจุดเดียว ก็สามารถกระทบลามไปทั้งระบบได้ทันที

ยิ่งเมื่อโทเคนที่อ้างอิงมูลค่าจาก ETH ถูกนำไปใช้เป็นหลักประกันในแพลตฟอร์มกู้ยืมขนาดใหญ่ ความเสี่ยงก็จะยิ่งขยายเป็นลูกโซ่ เหมือนกรณีนี้ที่ปัญหาไม่ได้หยุดแค่ Kelp DAO แต่ลามไปถึง Aave และโปรโตคอลอื่นอย่างรวดเร็ว

จากนี้สิ่งที่ต้องติดตามคือ Kelp DAO จะสามารถกู้คืนเงินบางส่วนได้หรือไม่ ก่อนที่เส้นทางเงินผ่าน Tornado Cash จะติดตามได้ยากขึ้น และ Aave จะจัดการหนี้เสียระดับหลายร้อยล้านดอลลาร์นี้อย่างไร

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: