สรุปข่าว
- Reabold Resources บริษัทจัดการกองทุนเพื่อการลงทุนด้านก๊าซธรรมชาติในยุโรปกำลังพิจารณาสร้างเหมืองขุด Bitcoin ที่ใช้พลังงานก๊าซในตอนเหนือของอังกฤษเพื่อเป็นโครงการนำร่องในการสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ในอนาคต
- แผนการดังกล่าวถูกสื่อชื่อดังอย่าง The Telegraph โจมตีอย่างหนักเนื่องจากประชาชนกำลังกังวลเรื่องความเสี่ยงที่ประเทศอาจขาดแคลนพลังงานท่ามกลางภาวะสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านและอิสราเอล
- ผู้บริหารของบริษัทออกมาชี้แจงว่าการขุดเหรียญด้วยก๊าซส่วนตัวจะช่วยให้มีต้นทุนที่ถูกลงและสามารถนำรายได้ไปพัฒนาแหล่งพลังงานต่อไปในขณะที่รัฐบาลอังกฤษก็ออกมายืนยันว่าอุปทานก๊าซของประเทศจะไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามแต่อย่างใด
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
ข่าวการตั้งเหมืองขุดด้วยพลังงานก๊าซธรรมชาติของบริษัทพลังงานในอังกฤษเป็นเพียงความเคลื่อนไหวระดับองค์กรที่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อปริมาณอุปทานหรือแรงซื้อขายของสินทรัพย์ดิจิทัลในตลาดโลกโดยตรงแต่อย่างใด
Reabold Resources บริษัทด้านการลงทุนที่มุ่งเน้นการพัฒนาโครงการก๊าซธรรมชาติในทวีปยุโรป ได้ออกมาประกาศว่าพวกเขากำลังประเมินความเป็นไปได้ในการจัดตั้งสถานีขุด Bitcoin ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานก๊าซธรรมชาติบริเวณพื้นที่ตอนเหนือของประเทศอังกฤษ
บริษัทซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงลอนดอนระบุผ่านแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า พวกเขากำลังศึกษาศักยภาพในการตั้งโรงไฟฟ้าขนาดเล็กเพื่อใช้เป็นโครงการนำร่องสำหรับการสร้างศูนย์ข้อมูล หรือ Data Center ในอนาคต โดยการใช้ก๊าซธรรมชาติจากแหล่งผลิต West Newton A มาผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าเพื่อขุด Bitcoin นั้น จะถูกใช้เป็นตัวอย่างชั้นดีในการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการนำพลังงานมาประยุกต์ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม
อย่างไรก็ตาม แผนการนี้กลับถูกหนังสือพิมพ์ The Telegraph ตีพิมพ์บทความวิพากษ์วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อน โดยชี้ว่าเป็นความเคลื่อนไหวที่ไม่ถูกที่ถูกเวลา เนื่องจากสหราชอาณาจักรกำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่จะขาดแคลนก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นผลพวงมาจากสถานการณ์สงครามที่ตึงเครียดระหว่างอิหร่าน สหรัฐอเมริกา และอิสราเอล
ถึงกระนั้น ความกังวลเรื่องพลังงานขาดแคลนอาจเป็นเพียงการตื่นตูมเกินไป เพราะเมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคม รัฐบาลอังกฤษได้ออกแถลงการณ์ยืนยันแล้วว่าอุปทานก๊าซของประเทศจะไม่ได้รับผลกระทบ โดยระบุข้อมูลที่ชัดเจนว่าในปี 2025 สหราชอาณาจักรนำเข้าก๊าซจากประเทศกาตาร์เพียงแค่ 1% เท่านั้น และไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องกังวลว่าตัวเลขนำเข้านี้จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญในปี 2026
รายงานของ The Telegraph ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่า แหล่งก๊าซ West Newton ของ Reabold นั้นมีขนาดใหญ่มากจนในทางทฤษฎีแล้ว มันสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อนำไปขุดเหรียญ Bitcoin ได้มหาศาลถึง 50,000 เหรียญ
ทางด้าน Sachin Oza ซีอีโอร่วมของ Reabold Resources ซึ่งปัจจุบันได้รับใบอนุญาตการขุดเจาะจากหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว ได้ออกมาให้ความเห็นว่า การมีแหล่งก๊าซเป็นของตัวเองหมายความว่าบริษัทจะสามารถรันศูนย์ข้อมูลเพื่อขุด Bitcoin ได้ในต้นทุนที่ถูกกว่าปกติมาก
เขาอธิบายเสริมว่า ในระยะเริ่มต้น โครงการขุดคริปโตนี้จะช่วยสร้างเม็ดเงินมาสมทบทุนเพื่อใช้พัฒนาแหล่งก๊าซเพิ่มเติมและเป็นการพิสูจน์แนวคิดทางธุรกิจ ซึ่งมันอาจกลายเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการสร้างศูนย์ข้อมูลที่มีขนาดใหญ่กว่านี้มากในอนาคต
พร้อมกันนี้ บริษัทยังย้ำจุดยืนอย่างชัดเจนว่า ทรัพยากรก๊าซธรรมชาติบนบกอันมหาศาลที่แหล่ง West Newton ในยอร์กเชียร์ จะยังคงถูกนำมาใช้ประโยชน์เพื่อความมั่นคงทางพลังงานของสหราชอาณาจักรเป็นหลัก ซึ่งถือเป็นภารกิจที่สำคัญอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
ทั้งนี้ แผนการของ Reabold ที่ต้องการต่อยอดการขุด Bitcoin ไปสู่การทำศูนย์ข้อมูลนั้น ถือว่าสอดคล้องกับเทรนด์ของอุตสาหกรรมเหมืองขุดที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยปัจจุบันมีบริษัทจำนวนมากที่เริ่มแตกไลน์ธุรกิจไปให้บริการด้านการประมวลผลสมรรถนะสูง (HPC) และเตรียมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์กันมากขึ้น
ที่มา: coindesk
มุมมองส่วนตัวผมประเมินว่าความเคลื่อนไหวของ Reabold เป็นโมเดลธุรกิจที่ฉลาดมากครับ การนำก๊าซธรรมชาติที่อยู่ห่างไกลหรือมีต้นทุนในการขนส่งสูงมาเปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้าเพื่อขุด Bitcoin ทันทีที่แหล่งผลิต ถือเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Monetize) ให้กับพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด แต่น่าเสียดายที่บรรยากาศและจังหวะเวลาในช่วงสงครามทำให้คนทั่วไปอ่อนไหวกับเรื่องความมั่นคงทางพลังงาน จึงไม่แปลกที่จะโดนสื่อโจมตีอย่างหนัก เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาใหญ่ของอุตสาหกรรมเหมืองขุดไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องของการทำความเข้าใจและปรับมุมมองของสังคมให้เห็นว่าคริปโตก็สามารถอยู่ร่วมกับการพัฒนาพลังงานได้อย่างยั่งยืนครับ
