bitkub-banner

แก๊งปลอมเป็นตำรวจบุกบ้านใกล้แวร์ซายส์ บังคับโอน Bitcoin $1 ล้าน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 ผู้ก่อเหตุ 3 คนปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกบ้านคู่สามีภรรยาในฝรั่งเศส บังคับโอน Bitcoin มูลค่าราว 900,000 ยูโร (ประมาณ 1 ล้านดอลลาร์)
  • ผู้หญิงถูกข่มขู่ด้วยมีดและได้รับบาดเจ็บที่หัวไหล่ ชายถูกมัดไว้ก่อนผู้ก่อเหตุหลบหนีในรถตู้สีขาว โดยยังไม่มีการจับกุมผู้ต้องสงสัยแม้แต่รายเดียว
  • เหตุการณ์นี้สะท้อนแนวโน้มที่น่ากังวล อาชญากรในยุโรปหันมาใช้การข่มขู่ทางกายภาพ (wrench attack) แทนการแฮกระบบเพื่อล้วงสินทรัพย์คริปโต

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

ข่าวอาชญากรรมที่ใช้ความรุนแรงทางกายภาพกับผู้ถือคริปโตสร้างความกังวลด้านความปลอดภัยและบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้ที่กำลังพิจารณาถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลจำนวนมาก แม้ผลกระทบต่อราคา Bitcoin โดยตรงจะจำกัด แต่ภาพลักษณ์โดยรวมของการถือ Bitcoin ในแง่ความปลอดภัยส่วนบุคคลได้รับผลกระทบในเชิงลบ

เมื่อต้นเดือนมีนาคม 2569 ที่ผ่านมา เกิดเหตุปล้นทรัพย์ครั้งใหญ่ในเมือง Le Chesnay-Rocquencourt ใกล้กับแวร์ซายส์ทางตะวันตกของกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยผู้ก่อเหตุ 3 คนปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าบ้านของคู่สามีภรรยาวัย 50 ปลายๆ ตอนเช้าของวันที่ 8 มีนาคม ก่อนบังคับให้ทั้งคู่โอน Bitcoin มูลค่าราว 900,000 ยูโร หรือประมาณ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไปยังกระเป๋าเงินดิจิทัลที่พวกเขาควบคุม ตามรายงานจาก Cointelegraph ระหว่างการโจมตี ผู้หญิงถูกข่มขู่ด้วยมีดและได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยที่หัวไหล่ ก่อนผู้ก่อเหตุจะมัดสามีไว้แล้วหลบหนีออกไปในรถตู้สีขาว

เบื้องหลังการโจมตีที่ซับซ้อนกว่าการปล้นทั่วไป

สิ่งที่ทำให้เหตุการณ์นี้แตกต่างจากการปล้นธรรมดาคือการวางแผนอย่างละเอียด ผู้ก่อเหตุไม่ได้แค่บุกรุกบ้าน แต่ปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งต้องอาศัยความรู้เกี่ยวกับเป้าหมาย ทั้งเรื่องที่อยู่อาศัย พฤติกรรม และที่สำคัญที่สุดคือการรับรู้ว่าเหยื่อถือครอง Bitcoin จำนวนมาก สำนักงานอัยการแวร์ซายส์ยืนยันการโจรกรรมดังกล่าวและเปิดการสอบสวนในข้อหาลักพาตัว ปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธโดยแก๊งค์อาชญากร และสมรู้ร่วมคิดทางอาญา โดยมอบหมายให้หน่วยปราบปรามโจรผู้ร้าย (Brigade for the Repression of Banditry) ของฝรั่งเศสเป็นผู้รับผิดชอบคดี

ณ วันที่รายงาน ยังไม่มีการจับกุมผู้ต้องสงสัยแม้แต่รายเดียว และยังไม่มีข้อมูลว่า Bitcoin ที่ถูกโอนไปได้รับการติดตามหรือกู้คืนแล้วหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทายมากเนื่องจากธรรมชาติของคริปโตที่ผู้ถือกุญแจกระเป๋าเงินเท่านั้นที่ควบคุมสินทรัพย์ได้

Wrench Attack กลยุทธ์เก่าที่กลับมาในยุคคริปโต

เหตุการณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มที่นักวิเคราะห์ด้านความปลอดภัยเรียกว่า “wrench attack” หรือการใช้ความรุนแรงทางกายภาพโดยตรงเพื่อบังคับเหยื่อโอนสินทรัพย์ดิจิทัล แทนที่จะพึ่งทักษะด้านไซเบอร์ซึ่งต้องการความเชี่ยวชาญสูง อาชญากรเปลี่ยนมาใช้วิธีที่ง่ายกว่าแต่อันตรายกว่ามาก ฝรั่งเศสพบเหตุการณ์ในรูปแบบนี้หลายครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และทุกครั้งมักมีการทำข่าวกรองเกี่ยวกับเป้าหมายก่อนลงมือ ไม่ว่าจะเป็นการสืบข้อมูลจากโซเชียลมีเดีย การพูดคุยในฟอรัมคริปโต หรือแม้กระทั่งการรั่วไหลของข้อมูลจากเว็บกระดานเทรด

บทเรียนที่ชุมชนคริปโตมักแนะนำกันในสถานการณ์แบบนี้คือหลักการ “อย่าอวด” หรือ “Don’t talk about your Bitcoin” การเปิดเผยการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลจำนวนมากในพื้นที่สาธารณะหรือกับคนรู้จักถือเป็นความเสี่ยงที่ประเมินค่าต่ำเกินไปเสมอ นอกจากนี้ การกระจายสินทรัพย์ไปยังหลายกระเป๋าเงิน และการตั้งค่าป้องกันหลายชั้น เช่น multi-signature wallet อาจช่วยลดความเสียหายในกรณีถูกบังคับได้บ้าง


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเรื่องนี้น่าเป็นห่วงมากกว่าที่หลายคนคิด เพราะเทคโนโลยีบล็อกเชนถูกออกแบบมาให้ป้องกันการแฮกระบบได้ดี แต่กลับไม่มีทางป้องกันการบังคับทางกายภาพได้เลย ยิ่ง Bitcoin มีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ อย่างที่เห็นปัจจุบันที่ $75,976 แรงจูงใจของอาชญากรก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตาม สิ่งที่น่าจับตาคือ เหตุการณ์แบบนี้จะกลายเป็นปัญหาใหญ่เพียงพอที่จะกระตุ้นให้เกิดการพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยใหม่ๆ สำหรับผู้ถือคริปโตจำนวนมากหรือเปล่า เพราะตอนนี้ดูเหมือนทุกคนยังต่างคนต่างรับมือเอง

ที่มา: Cointelegraph

ภาพจาก AI