สรุปข่าว
- จัสติน ซัน ฉวยโอกาสโพสต์ประกาศ Tron เป็นบล็อกเชนที่กระจายศูนย์ที่สุดในโลกท่ามกลางกระแสวิจารณ์การรวมศูนย์ของ Layer 2
- Arbitrum สั่งแช่แข็ง ETH มูลค่า 71 ล้านดอลลาร์ จากกระเป๋าแฮ็กเกอร์ Kelp DAO ที่ต้องสงสัยว่าเป็นฝีมือกลุ่ม Lazarus Group เกาหลีเหนือ
- Aave เผชิญความเสี่ยงหนี้เสียสูงสุดถึง 230 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ ETH Pool ถูกกู้ยืมจนเต็ม 100% ผู้ฝากถอนเงินไม่ได้
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
จัสติน ซัน ผู้ก่อตั้ง Tron สบโอกาสโหนกระแส ประกาศว่าเชนของตนมีความเป็น Decentralized มากที่สุดในโลก คำขิงนี้เกิดขึ้นทันทีที่เครือข่ายคู่แข่งอย่าง Arbitrum ตัดสินใจสั่งแช่แข็ง ETH มูลค่ากว่า 71 ล้านดอลลาร์ เพื่อสกัดแฮ็กเกอร์ที่เจาะระบบ Kelp DAO จนสร้างหนี้เสียมหาศาลบน Aave ทว่าคำกล่าวอ้างของซันกลับดูย้อนแย้ง เพราะระบบของ Tron ขับเคลื่อนด้วย Validator เพียงแค่ 27 ราย แถมเหรียญ TRX กว่าครึ่งยังกระจุกอยู่ที่คนเพียงคนเดียว
มหาเศรษฐีพันล้าน ‘จัสติน ซัน’ ผู้ก่อตั้ง Tron ออกโรงประกาศกร้าวผ่าน X ว่า Tron คือบล็อกเชนที่กระจายศูนย์หรือ “Decentralized” มากที่สุดในโลก เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลัง Arbitrum Security Council ใช้อำนาจสั่งอายัด ETH มูลค่า 71 ล้านดอลลาร์จากกระเป๋าแฮ็กเกอร์ Kelp DAO
สำหรับผู้ที่ไม่ได้ติดตามข่าวนี้ จุดเริ่มต้นทั้งหมดเกิดจากเมื่อวันที่ 18 เมษายนที่ผ่านมา แฮ็กเกอร์เจาะระบบ Bridge ของ Kelp DAO ซึ่งเป็นโปรโตคอล Liquid Restaking ที่ให้ผู้ใช้นำ ETH ไปฝากและรับโทเคน rsETH กลับมาแทน
การโจมตีไม่ได้เจาะตัวโปรโตคอลหลัก แต่ไปเจาะจุดที่ rsETH ใช้ข้ามเชน ทำให้แฮกเกอร์สามารถสร้าง rsETH ปลอมขึ้นมาโดยไม่มี ETH ค้ำประกันจริง ๆ
จากนั้นแฮ็กเกอร์นำ rsETH ปลอมเหล่านั้น ไปวางเป็นหลักประกันใน Aave แพลตฟอร์มกู้ยืมที่ใหญ่ที่สุดใน DeFi แล้วกู้ ETH จริงออกมาได้ราว 266 ล้านดอลลาร์ ปล่อยให้ Aave ต้องรับกรรมกับหลักประกันที่ไม่มีมูลค่าจริง
Arbitrum สั่งแช่แข็ง ETH มูลค่าราว 71 ล้านดอลลาร์
เมื่อวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา Arbitrum Security Council ประกาศย้ายเหรียญ Ethereum จำนวน 30,766 ETH มูลค่าประมาณ 71 ล้านดอลลาร์ จากกระเป๋าของแฮ็กเกอร์ไปยังกระเป๋าล็อกที่ต้องใช้กลไก Governance ของ Arbitrum เท่านั้นถึงจะปลดล็อกเหรียญได้ โดยอ้างว่า มีข้อมูลเบาะแสตัวตนแฮ็กเกอร์จากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย
นี่คือครั้งแรกที่ Arbitrum Security Council ตัดสินใจใช้อำนาจฉุกเฉินในการอายัดเงิน และมันจุดประกายคำถามที่วงการ DeFi ถกเถียงมานานว่า Layer 2 เหล่านี้ “กระจายศูนย์” จริงแค่ไหน
สรุปแล้ว Tron เป็นบล็อกเชนกระจายศูนย์อันดับ 1 จริงหรือไม่ ?
หากนำคำกล่าวอ้างของ จัสติน ซัน มาพิจารณาตามข้อเท็จจริงเราจะพบประเด็นที่น่าตั้งคำถามหลายประการ
ข้อแรกคือ บล็อกเชน Tron ทำงานบนระบบฉันทามติแบบ Delegated Proof-of-Stake (DPoS) ซึ่งใช้ผู้ตรวจสอบธุรกรรมและสร้างบล็อกหรือ “Validators” เพียงแค่ 27 รายเท่านั้น นั่นหมายความว่า โครงสร้างของเชนยังคงพึ่งพาแค่เพียงคนกลุ่มเล็ก ๆ
เมื่อนำตัวเลขนี้ ไปเปรียบเทียบกับเครือข่ายอย่าง Ethereum ที่มี Validators กระจายตัวอยู่มากกว่า 1 ล้านรายทั่วโลก จะเห็นถึงความแตกต่างของระดับของการกระจายศูนย์ได้อย่างชัดเจน
นอกจากนี้ ข้อมูลจากสื่อข่าว Protos เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ยิ่งชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงของบล็อกเชนดังกล่าว ตามรายงานพบว่า มีบุคคลเพียงคนเดียวที่ถือครองเหรียญ TRX มากกว่าครึ่งหนึ่งของอุปทานทั้งหมดที่หมุนเวียนอยู่ในระบบ ซึ่งข้อมูลชุดนี้ถือว่า ขัดแย้งกับหลักการกระจายศูนย์ที่แท้จริงอย่างมาก
มุมมองผู้เขียน: การประกาศตัวเป็นเบอร์ 1 ด้านการกระจายศูนย์อาจถือเป็นการสร้างกระแสความสนใจได้ดี แต่เมื่อเจาะลึกไปถึงโครงสร้างพื้นฐาน การกระจุกตัวของเหรียญ และจุดยืนในอดีตของผู้ก่อตั้งแล้ว คำกล่าวอ้างที่ว่า Tron คือบล็อกเชนที่กระจายศูนย์มากที่สุดในโลกนั้น ยังฟังดูไม่มีน้ำหนักมากพอจะทำให้คนในวงการยอมรับ
ที่มา: thestreet
