bitkub-banner

กูรูชี้ นักลงทุน 99.9% ไม่รู้ว่าตัวเองถืออะไรอยู่

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Michael Burry ผู้จัดการกองทุนชื่อดังจากตำนาน The Big Short ออกมาเตือนสติว่านักลงทุนกว่า 99.9% ในตลาดแทบไม่มีความเข้าใจเลยว่าสินทรัพย์ที่ตัวเองกำลังถือครองอยู่นั้นมีพฤติกรรมอย่างไร
  • มุมมองนี้สะท้อนภาพของนักลงทุน Bitcoin จำนวนมากที่มักจะซื้อเก็บไว้ด้วยความเชื่อมั่นระยะยาวในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง แต่กลับเพิกเฉยต่อกลไกราคาในระยะสั้นที่ยังคงถูกขับเคลื่อนด้วยสภาพคล่องและปัจจัยระดับมหภาคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
  • ในมุมมองทางเทคนิค กราฟของ Bitcoin กำลังฟอร์มตัวในรูปแบบ Symmetrical Triangle ท่ามกลางสภาวะตลาดยึกยักที่ยังเลือกทางไม่ชัดเจน โดยราคายังคงติดแนวต้านสำคัญของเส้นค่าเฉลี่ย 100 วันและ 200 วันที่กดทับอยู่ด้านบน

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral

การออกมาเตือนสติของนักลงทุนระดับตำนานเป็นเพียงการให้มุมมองเชิงจิตวิทยาเพื่อให้นักเทรดตระหนักถึงความเสี่ยงและเข้าใจกลไกของสินทรัพย์ที่แท้จริง ซึ่งไม่ได้มีผลกระทบโดยตรงต่อสภาพคล่องหรือทิศทางราคาของ Bitcoin ในกระดานเทรดปัจจุบันแต่อย่างใด

Michael Burry ผู้จัดการกองทุนชื่อดังที่หลายคนรู้จักจากวีรกรรมแทงสวนตลาดในตำนาน The Big Short ได้ออกมาแสดงทรรศนะที่น่าสนใจและแทงใจดำใครหลายคน โดยเขามองว่านักลงทุนกว่า 99.9% ในตลาดตอนนี้มีสถานะไม่ต่างจากคนตาบอดคลำช้าง คือแทบไม่รู้และไม่มีความเข้าใจเลยว่าสินทรัพย์ที่ตัวเองกำลังกอดไว้นั้นคืออะไรกันแน่ ซึ่งความไม่รู้เหล่านี้นี่แหละที่จะกลายเป็นตัวเร่งชั้นดีที่ทำให้นักลงทุนต้องเผชิญกับการสูญเสียเงินก้อนโต

คำกล่าวของ Burry ดูเหมือนจะแทงทะลุไปถึงแก่นกลางของตลาดเมื่อเรานำมาประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ปัจจุบัน และแน่นอนว่า Bitcoin ก็หนีไม่พ้นโครงสร้างความเข้าใจผิดระดับสากลนี้เช่นกัน หากเรามาดูทรงกราฟของ Bitcoin ในตอนนี้ หลังจากที่ราคาดิ่งลงไปหนักเมื่อช่วงต้นปี ตลาดกำลังอยู่ในเฟสของการฟื้นตัวและเริ่มบีบอัดจนฟอร์มตัวเป็นรูปแบบสามเหลี่ยม Symmetrical Triangle โดยราคาพยายามไต่ระดับจากโซน 60,000 ดอลลาร์กลางๆ ขึ้นมาป้วนเปี้ยนแถว 70,000 ดอลลาร์กลางๆ รูปแบบกราฟลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นถึงความลังเลของตลาดอย่างชัดเจน ในขณะที่ฝั่งขายยังคงคอยกดดันเมื่อราคาดีดตัวขึ้น ฝั่งซื้อก็คอยมารับของเมื่อราคาย่อตัวลงเพื่อลดความผันผวนและรอจังหวะ Breakout

ถ้ามองในมุมเทคนิคเพียวๆ Bitcoin ยังคงวิ่งอยู่ใต้แนวต้านระยะยาว แม้จะพยายามฮึดสู้เพื่อกลับไปยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นให้ได้ โครงสร้างภาพใหญ่ยังไม่สามารถคอนเฟิร์มการกลับตัวเป็นขาขึ้นได้เต็มปากนักเพราะยังมีเทรนด์เส้น 100 วันและ 200 วันกดทับอยู่ด้านบน แม้ว่าการขยายตัวของเทรนด์จะยังไม่ชัดเจน แต่อินดิเคเตอร์อย่าง RSI ก็เริ่มยกตัวสูงขึ้นซึ่งบ่งบอกถึง Momentum ที่เริ่มดูดีขึ้นบ้างแล้ว

และนี่คือจุดที่คำเตือนของ Burry เข้ามามีบทบาทสำคัญ นักลงทุนหลายคนซื้อ Bitcoin ด้วยชุดความคิดที่ถูกฝังหัวมาว่ามันคือสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงระดับมหภาคหรือเป็นของที่ต้องถือยาวเพื่อรอรวย แต่พวกเขากลับหลงลืมความจริงที่ว่าพฤติกรรมในระยะสั้นถึงระยะกลางของ Bitcoin นั้น แท้จริงแล้วมันคือสินทรัพย์ที่ขับเคลื่อนด้วยสภาพคล่องเหมือนกับเครื่องมือเก็งกำไรทั่วไป มันตอบสนองต่อเม็ดเงินที่ไหลเข้าออก การวางโพสิชันของรายใหญ่ และสภาวะความเสี่ยงของโลก Bitcoin ไม่ได้อยู่ในสุญญากาศ เมื่อไหร่ที่ Sentiment ตลาดเปลี่ยนหรือสภาพคล่องหดหาย Bitcoin ก็พร้อมจะโดนเทได้เหมือนกัน

ตอนนี้ Bitcoin ไม่ได้เป็นเอกเทศและตัดขาดจากโลกภายนอกอีกต่อไปแล้ว ความเข้าใจผิดชิ้นโตคือการเชื่อว่าแค่ถือ Bitcoin ไว้ ท้ายที่สุดผลลัพธ์มันจะต้องออกมาดีเสมอ ทั้งที่จริงแล้ว Performance ของมันขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกยุ่บยั่บที่นักลงทุนส่วนใหญ่ไม่สามารถตามดูหรือทำความเข้าใจได้หมด ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อมโยงกับสินทรัพย์อื่น การใช้ Leverage มหาศาลในตลาด Derivatives ไปจนถึงนโยบายเศรษฐกิจระดับโลก

ถึงแม้ตลาดจะยังไม่เข้าสู่โหมดกระทิงเต็มตัว แต่ Bitcoin ก็ไม่ได้ดูอ่อนแอแต่อย่างใด ตลาดแค่กำลังรอคอยปัจจัยกระตุ้นใหม่ๆ และในช่วงที่รอนี้ราคาก็จะถูกบีบให้วิ่งในกรอบที่แคบลงเรื่อยๆ สิ่งที่ Burry ต้องการจะสื่อไม่ใช่การออกมาดูถูกนักลงทุน แต่เขาต้องการชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่ทางความรู้ของพวกเรา การเป็นเจ้าของสินทรัพย์ไม่ได้แปลว่าเราเข้าใจพฤติกรรมของมันเสมอไป และสำหรับ Bitcoin แล้ว ช่องโหว่นี้จะยิ่งเห็นได้ชัดเจนที่สุดก็ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อแบบนี้นี่แหละ ช่วงที่ตลาดคาดเดาอะไรไม่ได้และความคาดหวังของคนส่วนใหญ่ตั้งอยู่บนมโนคติมากกว่าโครงสร้างความเป็นจริง

ที่มา: u.today


มุมมองส่วนตัวผมมองว่าสิ่งที่ Michael Burry พูดมานั้นจริงแท้แน่นอนครับ โดยเฉพาะในโลกของ Crypto ที่หลายคนมักจะยึดติดกับกาวหรือความเชื่อมากกว่าการมองปัจจัยพื้นฐานตามความเป็นจริง การที่เรากอด Bitcoin ไว้แน่นๆ แล้วหวังว่ามันจะพุ่งไปเรื่อยๆ โดยไม่สนใจเรื่องดอกเบี้ยเฟด สภาพคล่องโลก หรือกราฟเทคนิคเลย ถือเป็นความเสี่ยงที่น่ากลัวมากครับ สำหรับสายเทรดเดอร์แล้ว การเข้าใจว่าเรากำลังเล่นอยู่กับเกมสภาพคล่องและพร้อมจะปรับตัวตามสายลมของ Macroeconomics น่าจะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เราอยู่รอดและทำกำไรในตลาดนี้ได้มากกว่าการหลับตาถือยาวแบบไม่รู้อะไรเลยครับ