สรุปข่าว
- ในซีรีส์ Daredevil Born Again ซีซัน 2 ตอนที่ 5 มีฉากย้อนอดีตไปปี 2015 ที่เจ้าพ่อ Kingpin ปรึกษาผู้ช่วยของเขาเรื่องการกระจายความเสี่ยงทรัพย์สินด้วย Bitcoin
- ฉากนี้มีความสมเหตุสมผลมากในแง่ของบริบทปี 2015 ที่ Bitcoin มักถูกโยงกับตลาดมืด อีกทั้งยังเป็นการยืนยันตัวตนของ Bitcoin ในจักรวาล MCU ที่เคยปรากฏมาก่อน
- การตัดสินใจไม่ซื้อ Bitcoin ในวันนั้นได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของพล็อตเรื่องที่สำคัญที่สุดในซีรีส์ แต่ถ้าตัวละครลงทุนใน Bitcoin วันนั้น ตอนนี้จะมีกำไรกว่า 300 เท่า
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
Bitcoin ได้รับการตอกย้ำถึงความโด่งดังในวัฒนธรรมป๊อปอีกครั้ง เมื่อไปปรากฏเป็นส่วนหนึ่งของพล็อตเรื่องในซีรีส์มาร์เวล Daredevil Born Again ซีซัน 2 อย่างลงตัว โดยในฉากแฟลชแบ็คย้อนไปปี 2015 Wilson Fisk หรือ คิงพิน เจ้าพ่ออาชญากร ได้สอบถามลูกน้องถึงความเป็นไปได้ในการนำเงินไปลงทุนใน Bitcoin แต่ถูกทัดทานไว้เนื่องจากมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่ผันผวนเกินไป และต่อมาจะกลายมาเป็นกุญแจสำคัญของเรื่องราวทั้งหมดจากผลที่เกิดขึ้น ซึ่งการเขียนบทครั้งนี้ถือว่าทำการบ้านมาเป็นอย่างดี เพราะสอดคล้องกับประวัติศาสตร์จริงที่องค์กรใต้ดินมักใช้ Bitcoin ในยุคตลาดมืด และการที่ Bitcoin มีตัวตนในจักรวาล MCU อย่างเป็นทางการ ก็อาจเป็นการบอกใบ้ขำๆ ว่าซาโตชิ นากาโมโตะ ก็มีตัวตนอยู่จริงในจักรวาลฮีโร่นี้เช่นเดียวกัน
ความโด่งดังของ Bitcoin ในปัจจุบันเรียกได้ว่ากลายเป็นสิ่งที่สื่อใหญ่และวัฒนธรรมป๊อปคัลเจอร์ ได้หยิบยกขึ้นไปพูดถึงกันแล้ว โดยในครั้งนี้ชื่อของมันก็ได้ไปโผล่ในที่ๆ ชาวคริปโตไม่คิดฝันว่าจะได้ปรากฏอย่างจักรวาลซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวล
ในตอนที่ 5 ของซีรีส์ Daredevil Born Again ซีซันที่ 2 ตัวละคร Wilson Fisk หรือ “คิงพิน”คู่ปรับตัวฉกาจของ Daredevil ได้มีการพูดคำว่า Bitcoin ออกมาอย่างชัดเจนในฉากย้อนอดีต
ภายในฉากดังกล่าว Kingpin มีการกล่าวกับผู้ช่วยที่ชื่อ Wesley ว่า “คุณพอจะคุ้นเคยกับ Bitcoin หรือไม่” เพราะพวกเขามีความจำเป็นที่จะต้องกระจายความเสี่ยงในสินทรัพย์ให้ทันตามยุคสมัยใหม่ ซึ่งตัวละคร Wesly ก็ตอบกลับมาว่าเขารู้จักคนในวงการคริปโต แต่ในความเห็นของเขา Bitcoin มีความผันผวนสูงเกินไปและอาจไม่เหมาะกับความต้องการของคิงพิน ซึ่งเป็นเจ้าพ่อใหญ่แห่ง Hell’s Kitchen ในกรุงนิวยอร์ก
แฟนคลับชาวต่างชาติระบุว่า ฉากที่ตามมาหลังจากนั้นจะเป็นการที่คิงพินตัดสินใจลงทุนในงานศิลปะแทน ซึ่งทำให้เขาไปพบกับวาเนซซ่า ที่ต่อมาได้กลายมาเป็นคู่รักของเขา และเป็นส่วนสำคัญในซีรีส์ Daredevil กลายเป็นว่าการที่ Kingpin ไม่ลงทุนใน Bitcoin กลายมาเป็นแรงขับสำคัญสำหรับพล็อตเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิด
ขณะเดียวกันชาวคริปโตบางรายได้มีการวิเคราะห์อีกว่า ฉากย้อนอดีตนั้นถูกวางไว้ในปี 2015 ซึ่ง Bitcoin มีราคาประมาณ $250 เท่านั้น ถ้า Kingpin ตัดสินใจลงทุนกับ Bitcoin เงินของเขาจะงอกเงยขึ้นมากถึง 300 เท่าตัวเลยทีเดียว
อีกอย่างที่น่าสนใจคือ ในความเป็นจริง Bitcoin เคยเป็นสกุลเงินที่ถูกใช้ในตลาดมืดอย่าง Silk Road มาก่อน การที่ตัวละครระดับเจ้าพ่อจะพูดถึงเรื่องนี้จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือความสมเหตุสมผลที่เข้ากับฉากหลังของตัวละครได้อย่างลงตัว
และในเมื่อ Bitcoin มีอยู่จริงในจักรวาล MCU ก็เท่ากับว่าผู้ให้กำเนิดอย่าง “ซาโตชิ นากาโมโตะ” ต้องมีตัวตนอยู่ในจักรวาลนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งบางทีเขาอาจจะเป็นฮีโร่ลึกลับที่คอยแฝงตัวกู้โลกอยู่เบื้องหลังก็ได้
อย่างไรก็ตามหากเจาะลึกโดยละเอียด ตอนล่าสุดของ Daredevil ไม่ใช่ครั้งแรกที่ MCU มีการพูดถึงคริปโตเคอร์เรนซี เพียงแต่ในครั้งนี้มันถูกพูดถึงชัดเจนโดยที่มีบริบทถูกต้องและมีความเชื่อมโยงอย่างเหมาะสม
ก่อนหน้านี้ Marvel เคยมีการพูดถึง Bitcoin ในซีรีส์ The Falcon and the Winter Soldier (2021) โดยมีการพูดถึงการตั้งค่าหัวด้วย Bitcoin ในเมืองเถื่อน ส่วนภาพยนตร์ Ant-Man and the Wasp (2018) ก็มีตัวละครพูดว่า “ลืมคริปโตเคอร์เรนซีไปเถอะ พลังงานควอนตัมคืออนาคต” อีกทั้งยังมีสติ๊กเกอร์ Bitcoin ไปโผล่ในหนัง Deadpool เช่นกัน ซึ่งปัจจุบันถูกนับรวมมาอยู่ในจักรวาล MCU แล้ว
มุมมองผู้เขียน: การที่แฟรนไชส์ระดับโลกอย่าง Marvel เลือกใช้ Bitcoin เป็นจุดเชื่อมโยงเปลี่ยนโชคชะตาของตัวละครหลัก ได้เป็นการตอกย้ำให้โลกรับรู้ว่า Bitcoin ไม่ใช่เรื่องที่รู้จักกันแค่คนเฉพาะกลุ่มแล้ว แต่ได้ถูกยกระดับเป็นความรู้พื้นฐานที่ใครก็สามารถเข้าใจบริบทได้โดยไม่ต้องเสียเวลาอธิบาย ซึ่งถือเป็นข่าวดีเป็นอย่างมาก เพราะมันสะท้อนให้เห็นเวลา Bitcoin ได้กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวเราแล้วมากกว่าที่คิด
