สรุปข่าว
- ETH ดีดตัวขึ้น 3.72% ในวันที่ 22 เม.ย. 2569 แตะราคา $2,397.42 โดยมีจุดสูงสุดในรอบ 24 ชั่วโมงที่ $2,402.48
- ปริมาณการซื้อขายรอบวันอยู่ที่ 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์ สะท้อนความสนใจที่กลับมาของนักลงทุนหลังราคาฟื้นตัวจากใต้ $2,000 ในช่วงปลายมีนาคม
- แม้การฟื้นตัวระยะสั้นจะดูแข็งแกร่ง แต่ ETH ยังอยู่ในกรอบซื้อขายระยะกลาง $1,940-$2,450 และต้องทะลุแนวต้านสำคัญจึงจะเปลี่ยนภาพใหญ่ได้
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การดีดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นและโครงสร้างราคาที่ยังคงทำจุดต่ำสูงขึ้นในระยะสั้น ส่งสัญญาณเชิงบวกต่อราคาในช่วงใกล้ อย่างไรก็ตาม ความยั่งยืนของการฟื้นตัวยังต้องการการยืนยันเพิ่มเติม เนื่องจาก ETH ยังอยู่ในกรอบกว้างของตลาดที่ฟื้นตัวหลังดาวน์เทรนด์ระยะยาว
ราคา Ethereum (ETH) พุ่งขึ้นกว่า 3.72% ในวันที่ 22 เม.ย. 2569 แตะระดับ $2,397.42 โดยมีจุดสูงสุดในรอบวันที่ $2,402.48 และจุดต่ำสุดที่ $2,292.92 ขณะที่มูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 2.9 แสนล้านดอลลาร์ การดีดตัวครั้งนี้ถือเป็นการทดสอบโซนราคาสำคัญอีกครั้ง หลังจาก ETH ใช้เวลาเกือบสามสัปดาห์ฟื้นตัวจากระดับใต้ $2,000 ในช่วงปลายเดือนมีนาคม

ปริมาณการซื้อขายในรอบ 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงที่ราคาแกว่งตัวนิ่งก่อนหน้า สะท้อนว่ามีแรงซื้อเข้ามาหนุนการเคลื่อนไหวรอบนี้ ไม่ใช่เพียงการปรับตัวเบาๆ ตามตลาด
ห่วงโซ่เหตุการณ์ที่จุดชนวนการดีดตัว
นับตั้งแต่ ETH แตะจุดต่ำสุดในรอบนี้ที่บริเวณ $1,983 ปลายเดือนมีนาคม ราคาได้ฟื้นตัวขึ้นมาแล้วกว่า 19% ในเวลาไม่ถึงสามสัปดาห์ แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากหลายปัจจัยที่ทับซ้อนกัน ทั้งในแง่มหภาคและสภาพแวดล้อมของตลาดคริปโตโดยรวม
ในช่วงกลางเดือนเมษายน ตลาดการเงินทั่วโลกได้รับแรงหนุนจากท่าทีที่ผ่อนคลายลงของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ท่ามกลางข้อมูลเศรษฐกิจที่ออกมาผสมปนเป นักลงทุนบางส่วนเริ่มประเมินว่าวัฏจักรดอกเบี้ยสูงอาจใกล้ถึงจุดสิ้นสุด ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโต ขณะเดียวกัน กระแสเงินไหลเข้ากองทุน ETF คริปโตในสหรัฐฯ ยังคงเป็นที่จับตา เนื่องจากนักลงทุนสถาบันยังคงมองหาจังหวะสะสมในราคาที่ต่ำกว่าจุดสูงสุดของปี 2568 อย่างมีนัยสำคัญ
ประเมินความเสียหายและระยะทางที่ยังต้องเดิน
แม้การดีดตัว 3.72% วันนี้จะดูน่าตื่นเต้น แต่ภาพใหญ่ยังคงบอกเล่าความเจ็บปวดที่ยังไม่หาย ETH ร่วงลงมากกว่า 50% จากจุดสูงสุดใกล้ $4,829 ที่ทำไว้ช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2568 ลงมาแตะจุดต่ำสุดบริเวณ $1,821 ในต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 นับเป็นการร่วงที่รุนแรงและยาวนานที่สุดนับตั้งแต่รอบดาวน์เทรนด์ปี 2565
นักลงทุนที่ซื้อ ETH ในช่วงไตรมาสที่สามของปี 2568 ยังคงขาดทุนอยู่เป็นจำนวนมาก ขณะที่ราคาปัจจุบันที่ $2,397 ยังห่างจากจุดสูงสุดถึงกว่า 50% การฟื้นตัวจาก $1,821 มาถึงระดับนี้ใช้เวลาราวสองเดือนครึ่ง และยังอยู่ในกรอบที่นักวิเคราะห์มองว่าเป็นการ “สร้างฐาน” มากกว่าการกลับตัวเป็นขาขึ้นอย่างชัดเจน มูลค่าตลาดที่ 2.9 แสนล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน ยังต่ำกว่าช่วงพีคของปีที่แล้วอย่างมาก
ภาพการฟื้นตัวและสิ่งที่ต้องเกิดขึ้น
นับจากจุดต่ำสุดในเดือนกุมภาพันธ์ ETH เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบกว้างระหว่าง $1,940 ถึง $2,450 มาตลอดประมาณสิบสัปดาห์ โดยทยอยทำจุดต่ำสูงขึ้นเรื่อยๆ บ่งชี้ว่ามีแรงซื้อรออยู่ในระดับต่ำ แต่แรงขายก็ยังหนักเมื่อราคาใกล้ด้านบนของกรอบ
ราคา $2,450 ถือเป็นด่านสำคัญที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่จับตา หาก ETH สามารถยืนเหนือและปิดได้ที่บริเวณนั้นอย่างต่อเนื่อง ก็อาจเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าการสร้างฐานสิ้นสุดลงแล้ว และโมเมนตัมกำลังเปลี่ยนทิศ อย่างไรก็ตาม ตราบใดที่ราคายังวนเวียนภายในกรอบนี้ นักลงทุนควรตระหนักว่าการดีดตัวแต่ละครั้งอาจไม่ใช่สัญญาณของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เสมอไป
ความเห็นผู้เขียน
ส่วนตัวผมมองว่าการดีดตัวของ ETH รอบนี้น่าสนใจกว่าการขึ้นหลายรอบก่อนหน้า เพราะมาพร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่หนักขึ้น และโครงสร้างราคาระยะสั้นที่ดูดีขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ต้นเมษายน แต่ผมยังไม่กล้าบอกว่านี่คือจุดเปลี่ยน เพราะ ETH เคยทำแบบนี้หลายครั้งแล้วในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา แล้วก็ย้อนกลับมาติดอยู่ในกรอบเดิม
สิ่งที่ผมจะจับตาดูต่อจากนี้คือว่า ETH จะสามารถยืนเหนือระดับ $2,365 ที่เคยเป็นแนวต้านได้หรือเปล่า และปริมาณการซื้อขายจะยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องไหม ถ้าสองอย่างนี้เกิดขึ้นพร้อมกัน ภาพก็จะชัดขึ้นมาก แต่ถ้าปริมาณการซื้อขายลดลงเร็วหลังราคาพุ่ง มันก็แค่การดีดตัวระยะสั้นธรรมดาๆ ที่เกิดขึ้นบ่อยในตลาดที่ยังไม่มีทิศทางชัดเจน
สำหรับใครที่ถือ ETH อยู่มาตั้งแต่ปีที่แล้ว ผมเข้าใจว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก ความอดทนในตลาดแบบนี้สำคัญกว่าการตัดสินใจเร็ว และที่สำคัญกว่าคืออย่ารับความเสี่ยงเกินกว่าที่รับได้
คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน
ภาพจาก AI
