สรุปข่าว
- รัฐบาลอุซเบกิสถานประกาศจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษสำหรับเหมืองขุด Crypto ในภูมิภาค Karakalpakstan ภายใต้ชื่อ Besqala Mining Valley เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติเข้าสู่พื้นที่ที่ยังขาดการพัฒนาทางอุตสาหกรรม
- นิติบุคคลที่ลงทะเบียนสามารถนำสินทรัพย์ดิจิทัลที่ขุดได้ไปเทขายบนกระดานเทรดต่างประเทศได้อย่างอิสระแต่มีเงื่อนไขบังคับที่เข้มงวดว่ารายได้จากการขายทั้งหมดจะต้องถูกโอนกลับเข้ามายังบัญชีธนาคารภายในประเทศเท่านั้น
- รัฐบาลได้งัดมาตรการจูงใจด้วยการยกเว้นภาษีลากยาวไปจนถึงปี 2035 พร้อมทั้งผ่อนปรนกฎระเบียบด้านพลังงานให้สามารถใช้ไฟฟ้าจากระบบโครงข่ายหลักควบคู่ไปกับพลังงานหมุนเวียนได้โดยแลกกับการจ่ายค่าธรรมเนียมรายเดือนเพียง 1% ของรายได้ให้แก่รัฐ
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
การเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อสนับสนุนการขุด Crypto ของอุซเบกิสถานถือเป็นข่าวดีในแง่ของการยอมรับและสนับสนุนจากภาครัฐระดับประเทศ แต่ความเคลื่อนไหวนี้เป็นเพียงการดึงดูดการลงทุนในระดับภูมิภาคซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบต่อปริมาณสภาพคล่องหรือทิศทางราคาของเหรียญในตลาดโลกโดยตรง
รัฐบาลอุซเบกิสถานประกาศจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษสำหรับเหมืองขุด Crypto ทั่วทั้งภูมิภาค Karakalpakstan ภายใต้กฤษฎีกาของประธานาธิบดีที่เพิ่งลงนามไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โครงการนี้เป็นการเปิดกรอบการกำกับดูแลที่อนุญาตให้บริษัทเหมืองขุดที่ผ่านการอนุมัติสามารถนำสินทรัพย์ดิจิทัลที่ขุดได้ไปเทขายบนแพลตฟอร์มต่างประเทศได้ โดยมีข้อแม้สำคัญว่าเม็ดเงินรายได้เหล่านั้นจะต้องถูกโอนกลับเข้ามาหมุนเวียนในระบบธนาคารของประเทศอย่างเคร่งครัด
กฤษฎีกาฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมาโดยได้ให้กำเนิดเขตพื้นที่พิเศษที่เรียกว่า Besqala Mining Valley ซึ่งเปิดโอกาสให้นิติบุคคลที่ขึ้นทะเบียนสามารถดำเนินกิจการขุด Crypto และมีสิทธิเลือกใช้แหล่งพลังงานแบบผสมผสานได้ นอกจากนี้บริษัทต่างๆ ยังสามารถยื่นขอสถานะผู้พำนักผ่านคณะกรรมการชุดใหม่ที่ถูกตั้งขึ้นมาดูแลภายใต้คณะรัฐมนตรีของสาธารณรัฐได้อีกด้วย
ภายใต้กรอบการทำงานนี้ เหมืองขุดในพื้นที่เขตพิเศษจะได้รับสิทธิในการนำสินทรัพย์ Crypto ที่ได้จากการขุดไปเทขายบนกระดานเทรดระดับชาติหรือแพลตฟอร์มต่างประเทศได้อย่างอิสระ ซึ่งรวมถึงการทำสัญญาซื้อขายโดยตรงและการนำไปแลกเปลี่ยนเป็นสินทรัพย์ Crypto ที่มีสภาพคล่องสูงตัวอื่นๆ แต่การเปิดกว้างครั้งนี้ก็มาพร้อมกับการควบคุมที่รัดกุมเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายรายได้ผ่านระบบการเงิน โดยรัฐบาลบังคับว่ารายได้จากการเทขายสินทรัพย์ทั้งหมดจะต้องถูกโอนกลับเข้ามายังบัญชีธนาคารในอุซเบกิสถานเพื่อป้องกันเม็ดเงินไหลออกนอกประเทศ
เพื่อเป็นการดึงดูดใจเหล่านักลงทุน กฤษฎีกาฉบับนี้ได้มอบสิทธิพิเศษในการยกเว้นภาษีลากยาวไปจนถึงวันที่ 1 มกราคม 2035 โดยแลกกับการบังคับให้เหมืองขุดต้องจ่ายค่าธรรมเนียมรายเดือนเท่ากับ 1% ของรายได้จากกิจกรรมการขุดให้กับคณะกรรมการบริหารเขตพิเศษ นอกจากนี้มติดังกล่าวยังได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมส่งร่างแก้ไขประมวลรัษฎากรของอุซเบกิสถานภายในกรอบเวลาสองเดือนเพื่อรองรับนโยบายนี้
การออกกฤษฎีกาฉบับใหม่ถือเป็นการสานต่อนโยบายการใช้สิทธิประโยชน์พิเศษในภูมิภาค Karakalpakstan เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่พื้นที่ ซึ่งจากรายงานของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำปี 2025 เคยระบุไว้ชัดเจนว่าพื้นที่นี้เป็นภูมิภาคที่มีอัตราความยากจนสูงและมีการพัฒนาทางอุตสาหกรรมที่ค่อนข้างจำกัดมาก
นอกจากนี้กรอบการทำงานใหม่ยังเป็นการปรับเปลี่ยนแนวทางเดิมที่อุซเบกิสถานเคยใช้กับการขุด Crypto อีกด้วย ถ้าย้อนกลับไปในปี 2023 สำนักงานโครงการวิสัยทัศน์แห่งชาติของอุซเบกิสถานเคยออกกฤษฎีกาบังคับให้บริษัทเหมืองขุดต่างๆ ต้องใช้เฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ในการขุดสินทรัพย์ดิจิทัลเท่านั้น แต่กฤษฎีกาฉบับใหม่นี้ได้เปิดกว้างให้เหมืองขุดภายในเขตพิเศษสามารถเลือกใช้แหล่งพลังงานที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพลังงานหมุนเวียน พลังงานไฮโดรเจน หรือแม้แต่ไฟฟ้าจากระบบโครงข่ายหลัก โดยจะมีการเก็บอัตราค่าไฟที่แพงขึ้นสำหรับการใช้ไฟจากระบบโครงข่ายทั่วไป
ความเคลื่อนไหวนี้ยังสอดคล้องกับกลยุทธ์การดึงดูดการลงทุนในภาพใหญ่ของ Karakalpakstan โดยจากรายงานของ Reuters เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 รัฐบาลได้จัดตั้งเขตปลอดภาษีแยกต่างหากสำหรับโปรเจกต์ AI และศูนย์ข้อมูล โดยเสนอสิทธิประโยชน์ทั้งการลดค่าไฟฟ้าและการยกเว้นภาษีเพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งภายใต้โครงการนี้ บริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนตั้งแต่ 100 ล้านดอลลาร์ขึ้นไปจะได้รับการยกเว้นภาษีและอากรเต็มรูปแบบจนถึงปี 2040 โดยอุซเบกิสถานตั้งเป้าว่าจะสามารถดึงเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติได้มากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 จากโปรเจกต์เขตเศรษฐกิจพิเศษด้าน AI นี้
ที่มา: lex.uz
มุมมองส่วนตัวผมประเมินว่าอุซเบกิสถานกำลังเดินหมากได้น่าสนใจมากครับ การใช้โมเดลเขตเศรษฐกิจพิเศษที่เอาเรื่องการยกเว้นภาษี 10 ปีมาล่อให้นักขุดเข้าไปลงทุน ถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ทุรกันดารได้อย่างตรงจุด แถมการผ่อนปรนให้ใช้ไฟจากสายส่งได้แลกกับค่าไฟที่แพงขึ้นก็ถือว่าแฟร์กับทุกฝ่าย จุดที่ฉลาดที่สุดคือการบังคับให้โอนรายได้กลับเข้าประเทศ ซึ่งแปลว่ารัฐบาลจะได้ทั้งเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบธนาคาร ได้ทั้งค่าธรรมเนียม 1% และยังสามารถควบคุมเส้นทางการเงินได้แบบเบ็ดเสร็จ โมเดลลักษณะนี้น่าจะเป็นต้นแบบที่ดีให้หลายๆ ประเทศที่มีพลังงานเหลือใช้หันมามอง Crypto ในฐานะเครื่องมือดึงดูดการลงทุนเข้าประเทศในยุคนี้ครับ
