สรุปข่าว
- พลเรือเอก Samuel Paparo ผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐฯ ภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก (INDOPACOM) ยืนยันต่อรัฐสภาว่ากองทัพกำลังรัน Node บนเครือข่าย Bitcoin เพื่อทดสอบการใช้งานด้านความมั่นคงของชาติ
- กองทัพยืนยันว่าไม่ได้ทำการขุดเหรียญแต่อย่างใดแต่เป็นการตั้ง Node เพื่อเฝ้าระวังและทดสอบระบบปฏิบัติการในการปกป้องเครือข่ายโดยใช้เทคโนโลยีจากโปรโตคอลของ Bitcoin
- ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลสหรัฐอเมริกากำลังมองว่าเครือข่ายแบบไร้ศูนย์กลางเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ในการรักษาอิทธิพลและต่อกรกับคู่แข่งสำคัญอย่างจีนในภูมิภาค
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่หน่วยงานระดับความมั่นคงของประเทศมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลกยอมรับและเข้ามามีส่วนร่วมในเครือข่าย Bitcoin อย่างเป็นทางการถือเป็นการยกระดับความน่าเชื่อถือของเทคโนโลยีในระดับสูงสุด ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานเชิงบวกที่ช่วยตอกย้ำความแข็งแกร่งและอาจดึงดูดความสนใจจากรัฐบาลประเทศอื่นๆ ในระยะยาว
พลเรือเอก Samuel Paparo ผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐฯ ภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก หรือ INDOPACOM ได้สร้างความฮือฮาครั้งใหญ่ด้วยการเปิดเผยข้อมูลต่อหน้าคณะกรรมาธิการการทหารของสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า กองทัพสหรัฐฯ กำลังดำเนินการรัน Node บนเครือข่าย Bitcoin แบบสดๆ เพื่อทดสอบการใช้งานสำหรับวัตถุประสงค์ด้านความมั่นคงของชาติ
การเปิดเผยครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่เขาได้ให้การกับคณะกรรมาธิการการทหารของวุฒิสภาว่า Bitcoin มีศักยภาพที่เหลือเชื่อในการเป็นเครื่องมือสำหรับแผ่ขยายอิทธิพลและอำนาจของอเมริกา รวมถึงเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับงานด้านความมั่นคง
คำแถลงดังกล่าวถือเป็นการยืนยันต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกจากผู้บัญชาการรบระดับสูงของสหรัฐฯ ว่ากองทัพกำลังเข้าไปมีส่วนร่วมโดยตรงในเครือข่ายแบบ P2P ของ Bitcoin
เมื่อถูกซักถามโดยสส. Lance Gooden พลเรือเอก Paparo ได้ตอบกลับอย่างชัดเจนว่า กองทัพมี Node อยู่บนเครือข่าย Bitcoin ในตอนนี้ แต่พวกเขาไม่ได้ทำการขุด Bitcoin หน้าที่หลักคือการใช้มันเพื่อเฝ้าติดตามและดำเนินการทดสอบเชิงปฏิบัติการหลายอย่างเพื่อรักษาความปลอดภัยและปกป้องเครือข่ายของกองทัพโดยอาศัยโปรโตคอลของ Bitcoin
สำหรับใครที่ยังไม่คุ้นเคย Bitcoin Node คือคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เก็บประวัติข้อมูลทั้งหมดของ Blockchain และบังคับใช้กฎระเบียบของเครือข่าย พร้อมทั้งส่งต่อข้อมูลธุรกรรมที่ได้รับการตรวจสอบแล้วไปยังเครือข่าย P2P ซึ่งการรัน Node จะแตกต่างจากการขุดตรงที่มันไม่ได้สร้างผลตอบแทนเป็นเหรียญและไม่ต้องใช้อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์เฉพาะทางที่กินไฟสูง
การรัน Node คือหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ผู้เข้าร่วมสามารถตรวจสอบสถานะของเครือข่ายได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องเชื่อใจบุคคลที่สาม ปัจจุบันคาดการณ์ว่ามี Full Node ที่เข้าถึงได้แบบสาธารณะอยู่ประมาณ 15,000 ถึง 20,000 Node ในช่วงต้นปี 2026 และตัวเลขที่แท้จริงน่าจะสูงกว่านี้มากเนื่องจากมีผู้ใช้งานจำนวนมากที่รันอยู่หลัง Firewall
การที่กองทัพสหรัฐฯ เข้ามารันเพียงแค่ 1 Node จากนับหมื่นๆ Node ย่อมไม่ได้สร้างภัยคุกคามต่อความเป็นอิสระหรือโครงสร้างแบบกระจายศูนย์ของ Bitcoin เลยแม้แต่น้อย
แต่ประเด็นที่น่าสนใจและมีนัยสำคัญคือการที่หน่วยงานบัญชาการรบของสหรัฐฯ เลือกที่จะเข้ามามีส่วนร่วมต่างหาก เพราะแต่เดิมดีไซน์ของ Bitcoin ถูกออกแบบมาเพื่อต่อต้านการถูกครอบงำจากรัฐบาลที่มีอำนาจ และยิ่งไปกว่านั้น INDOPACOM ยังเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบปฏิบัติการทางทหารทั่วภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ซึ่งเป็นสมรภูมิหลักในการแข่งขันเชิงกลยุทธ์กับคู่แข่งรายใหญ่อย่างประเทศจีนอีกด้วย
ที่มา: coindesk
มุมมองส่วนตัวผมประเมินว่านี่คือข่าวใหญ่ระดับโลกที่น่าจับตามองมากครับ การที่กองทัพสหรัฐฯ ลงมารัน Node ของ Bitcoin เอง แสดงว่าพวกเขามองเห็นแล้วว่าโครงสร้างเทคโนโลยี Blockchain ของ Bitcoin มันเจาะไม่เข้าและปลอดภัยระดับความมั่นคงของชาติ การประกาศตัวแบบนี้เหมือนเป็นการส่งสัญญาณกลายๆ ว่าอเมริกาพร้อมใช้เทคโนโลยีทุกรูปแบบในการคานอำนาจทางไซเบอร์กับจีน ถ้าระดับกองทัพยังเชื่อมั่นในโปรโตคอลนี้ นักลงทุนอย่างเราก็สบายใจได้เลยครับว่าเครือข่ายนี้จะได้รับการยอมรับในระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ และยากมากที่รัฐบาลสหรัฐฯ จะหันมาแบนเทคโนโลยีที่ตัวเองกำลังใช้ทดสอบระบบความมั่นคงอยู่ครับ
