สรุปข่าว
- David Schwartz อดีตประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของบริษัท Ripple ออกมาดับฝันเหล่านักลงทุนที่เชื่อในทฤษฎีสมคบคิดโดยยืนยันอย่างชัดเจนว่าไม่มีแผนการลับหรือข้อตกลงซ่อนเร้นใดๆ ระหว่างบริษัทกับรัฐบาลในการผลักดันให้ XRP กลายเป็นแกนหลักของระบบการเงินโลก
- เขาชี้แจงว่าข้อตกลงและความร่วมมือทางธุรกิจต่างๆ ที่บริษัททำกับสถาบันการเงินล้วนเป็นไปตามมาตรฐานที่โปร่งใสและเปิดเผยได้โดยไม่มีเงื่อนงำใดๆ ซ่อนอยู่ซึ่งการรับฟังข่าวลือจากแหล่งข่าววงในมักจะเป็นเพียงข้อมูลเท็จที่สร้างความเข้าใจผิดให้กับชุมชน
- ผู้บริหารระดับสูงรายนี้ยังได้ฝากคำเตือนอย่างตรงไปตรงมาถึงนักลงทุนที่ถือครอง XRP โดยหวังพึ่งพากระแสข่าวลือเรื่องแผนการลับของรัฐบาลว่าควรทบทวนแผนการลงทุนเสียใหม่เนื่องจากความเชื่อเหล่านั้นไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงเลยแม้แต่น้อย
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
การออกมาปฏิเสธข่าวลือและดับความหวังของนักลงทุนสายจินตนาการโดยบุคคลระดับอดีตผู้บริหารสูงสุดฝ่ายเทคโนโลยีอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของกลุ่มนักลงทุนรายย่อยบางส่วนที่ถือครองเหรียญด้วยความคาดหวังเกินจริง ซึ่งสภาวะนี้อาจทำให้เกิดแรงเทขายทำกำไรหรือการปรับพอร์ตออกไปสู่สินทรัพย์อื่นในระยะสั้น
XRP ถือเป็นหนึ่งในเหรียญที่มีชุมชนนักลงทุนที่หลงใหลและมีจินตนาการล้ำเลิศที่สุดในโลกของ Crypto เรามักจะเห็นการคาดการณ์ราคาที่สูงลิบลิ่วถึง 10,000 ดอลลาร์ต่อโทเคนหมุนเวียนอยู่เป็นประจำ รวมไปถึงทฤษฎีสมคบคิดเกี่ยวกับความร่วมมือลับๆ กับรัฐบาล การทำข้อตกลงหลังม่านกับธนาคารกลาง และความเชื่อที่ว่า XRP ได้ถูกเลือกอย่างเงียบๆ ให้เป็นแกนสันหลังของระบบการเงินโลกยุคใหม่ ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ได้กลายเป็นตำนานพื้นบ้านของระบบนิเวศนี้ไปแล้ว และผู้ติดตามบางคนก็ไม่ได้มองว่ามันเป็นเพียงการเก็งกำไร แต่มองว่ามันคือความจริงที่ใกล้จะเกิดขึ้น
ทว่าล่าสุด David Schwartz ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Ripple และยังคงเป็นหนึ่งในกระบอกเสียงที่มีความน่าเชื่อถือด้านเทคนิคมากที่สุดในโลกของ XRP ได้ออกมาเบรกกระแสเหล่านี้อย่างเต็มกำลัง
เมื่อถูกถามโดยตรงเกี่ยวกับทฤษฎีสมคบคิดรอบตัว Ripple และ XRP เขาก็ไม่ได้ปิดบังใดๆ ข้อความที่เขาส่งถึงนักลงทุนที่ตัดสินใจทางการเงินโดยอิงจากแผนลับของรัฐบาลหรือการจัดการที่ซ่อนเร้นของสถาบันนั้นเรียบง่ายมาก นั่นคือสิ่งเหล่านั้นไม่มีอยู่จริง อย่างน้อยก็เท่าที่เขารู้ และเขาก็มั่นใจว่าเขาอยู่ในจุดที่รู้ดีที่สุด
เขายืนยันอย่างหนักแน่นว่าไม่มีทฤษฎีสมคบคิด ไม่มีแผนการลับ และไม่มีโปรเจกต์ลับระดับชาติใดๆ ที่รัฐบาลกำลังทำกับ XRP ทั้งสิ้น โดยเขาได้อธิบายเพื่อตอกย้ำความน่าเชื่อถือของตนเองว่าตัวเขามีความเข้าใจอย่างถ่องแท้เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นภายใน Ripple สิ่งที่ชุมชน XRP กำลังทำ และสิ่งที่กำลังขับเคลื่อนในระดับรากฐาน การมองเห็นการดำเนินงานของเขาไม่ใช่แค่การมองจากวงนอก เขาไม่ใช่คนนอกที่พยายามคาดเดาเหตุการณ์
Schwartz ยอมรับว่า Ripple มีความร่วมมือและข้อตกลงกับสถาบันต่างๆ จริง ซึ่งข้อตกลงเหล่านี้แหละที่บางครั้งไปกระตุ้นให้เกิดการคาดเดาเมื่อข่าวหลุดออกไปตามช่องทางที่ไม่เป็นทางการ แต่เขาชี้แจงว่าข้อตกลงที่เกิดขึ้นเหล่านั้นเป็นเพียงการจัดการธุรกิจตามปกติที่มาพร้อมกับการเปิดเผยข้อมูลตามมาตรฐาน ไม่มีเงื่อนงำใดๆ ถูกซุกซ่อนเพื่อปิดบังสาธารณชน เมื่อใครก็ตามในชุมชนได้ยินอะไรบางอย่างจากสิ่งที่พวกเขาคิดว่าเป็นแหล่งข่าววงในและนำไปตีความว่าเป็นการยืนยันถึงปฏิบัติการลับขนาดใหญ่ พวกเขามักจะได้รับข้อมูลที่เป็นเท็จหรือได้เห็นเพียงเศษเสี้ยวของข้อมูลที่มีอายุสั้นและมีมูลค่าน้อยกว่าที่คิดไว้มาก
เขากล่าวเสริมว่า 99% ของสิ่งที่คุณเห็นคือสิ่งที่เป็นอยู่จริง หากคุณคิดว่ามีอะไรมากกว่านั้นเพียงเพราะคุณได้ยินมาจากแหล่งข่าวที่ดูน่าเชื่อถือ มันก็มักจะเป็นเรื่องโกหกเสมอ
ส่วนที่แหลมคมที่สุดในคำพูดของ Schwartz คือการพุ่งเป้าไปที่กลุ่มคนที่ใช้ความเชื่อเรื่องแผนลับระดับชาติมาเป็นหลักการในการลงทุน XRP คำแนะนำของเขาเป็นไปอย่างตรงไปตรงมาและไม่มีความคลุมเครือใดๆ โดยเขาระบุว่าหากสถานะการลงทุนใน XRP ของคุณถูกสร้างขึ้นบนสมมติฐานที่ว่ารัฐบาลกำลังแอบทำงานร่วมกับ Ripple ในแผนการลับที่จะระเบิดราคาโทเคนให้พุ่งทะยานในท้ายที่สุด คุณก็ควรจะกลับไปทบทวนใหม่ เพราะรากฐานความคิดนั้นไม่ได้สะท้อนถึงความเป็นจริงอย่างที่เขาเข้าใจ และแน่นอนว่าเขาเข้าใจมันดีกว่าใครๆ
ที่มา: coinpedia
มุมมองส่วนตัวผมประเมินว่าการออกมาพูดอย่างตรงไปตรงมาของอดีตผู้บริหารระดับสูงแบบนี้เป็นเรื่องที่ดีและจำเป็นมากสำหรับวงการ Crypto ครับ แม้ว่ามันอาจจะขัดใจและทำร้ายความรู้สึกของนักลงทุนสายกาวไปบ้าง แต่การดึงสติให้ทุกคนกลับมายืนอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงคือการปกป้องนักลงทุนรายย่อยที่ดีที่สุด ทฤษฎีที่บอกว่า XRP จะไปถึงหลักหมื่นดอลลาร์นั้นในแง่ของ Market Cap และคณิตศาสตร์ถือเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย การที่เหรียญจะเติบโตอย่างยั่งยืนได้ควรมาจาก Use Case การใช้งานจริงบนเครือข่ายข้ามพรมแดนและความร่วมมือที่โปร่งใส มากกว่าการรอคอยความหวังลมๆ แล้งๆ จากทฤษฎีสมคบคิดครับ สำหรับคุณที่กำลังถือ XRP อยู่ ผมแนะนำให้มองที่การพัฒนาเทคโนโลยีของเหรียญเป็นหลักจะปลอดภัยกว่าครับ
