bitkub-banner

อินเดียผลักดัน e-rupee ผ่านสวัสดิการรัฐ รับแผนเชื่อมโยงสกุลเงินดิจิทัลกลุ่ม BRICS

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • อินเดียกำลังเร่งทดสอบการใช้งานสกุลเงินดิจิทัล e-rupee ผ่านโครงการสวัสดิการแห่งรัฐราวสิบโครงการเพื่อลดปัญหาการทุจริตและสร้างรูปแบบการใช้งานจริงให้กับสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง
  • โครงการนำร่องในรัฐมหาราษฏระและรัฐคุชราตใช้เงินอุดหนุนแบบตั้งโปรแกรมเงื่อนไขการใช้จ่ายได้เพื่อกระตุ้นการยอมรับแม้ว่าปัจจุบันยอดการใช้งาน e-rupee จะยังคงน้อยมากเมื่อเทียบกับระบบชำระเงินหลักของประเทศ
  • ธนาคารกลางอินเดียกำลังผลักดันแผนการเชื่อมโยงสกุลเงินดิจิทัลของกลุ่มประเทศ BRICS เพื่อลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐซึ่งความเคลื่อนไหวนี้อาจนำไปสู่ความขัดแย้งทางการค้ากับสหรัฐอเมริกาในอนาคต

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral

การเร่งผลักดันสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางหรือ CBDC ในประเทศอินเดียและกลุ่ม BRICS ถือเป็นการพัฒนาระบบการเงินแบบรวมศูนย์ซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณสภาพคล่องหรือความต้องการในตลาดคริปโทเคอร์เรนซีแบบกระจายศูนย์อย่าง Bitcoin แต่อย่างใด

อินเดียกำลังเร่งผลักดันการใช้งานสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางหรือ e-rupee ผ่านการจ่ายเงินสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อกระตุ้นให้เกิดการยอมรับในวงกว้าง ในขณะที่รัฐบาลกำลังเตรียมนำเสนอความคืบหน้าของ CBDC ในการประชุมสุดยอดของกลุ่มประเทศ BRICS ที่จะจัดขึ้นในช่วงปลายปีนี้

ธนาคารกลางอินเดียกำลังดำเนินการทดสอบโครงการนำร่องประมาณ 10 โครงการโดยนำเม็ดเงินบางส่วนจากระบบสวัสดิการของประเทศที่มีมูลค่ารวมกว่า 80,000 ล้านดอลลาร์มาแจกจ่ายผ่าน e-rupee ความพยายามในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดช่องโหว่และการทุจริตในโครงการเงินอุดหนุน พร้อมทั้งสร้างรูปแบบการใช้งานจริงที่ชัดเจนยิ่งขึ้นให้กับ CBDC หลังจากที่มีการเปิดตัวอย่างล่าช้าในช่วงที่ผ่านมา

ตัวอย่างเช่นในหมู่บ้าน Phulenagar ของรัฐมหาราษฏระ กลุ่มเกษตรกรได้รับเงินอุดหนุนแบบตั้งโปรแกรมได้ซึ่งครอบคลุมค่าใช้จ่ายระบบน้ำหยดสูงสุดถึง 80% โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องใช้จ่ายกับร้านค้าที่ได้รับการอนุมัติเท่านั้น ในขณะที่อีกหนึ่งโครงการนำร่องในรัฐคุชราตก็ตั้งเป้าที่จะดึงดูดครัวเรือนกว่า 7.5 ล้านครัวเรือนที่มีสิทธิ์รับอาหารอุดหนุนให้เข้ามาในระบบภายในเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งถือเป็นการใช้ประโยชน์จากการโอนเงินแบบเจาะจงเป้าหมายเพื่อขยายฐานผู้ใช้งาน

การผลักดันดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายหลักของ CBDC ทั่วโลกนั่นคือเรื่องของการใช้งานจริง ปัจจุบัน e-rupee มีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 10 ล้านคนจากเดิมที่มีเพียง 7 ล้านคนเมื่อต้นปีที่ผ่านมา แต่มูลค่าการทำธุรกรรมสะสมนับตั้งแต่เปิดตัวในเดือนธันวาคม 2022 มีเพียง 3,600 ล้านดอลลาร์เท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับระบบ Unified Payments Interface ของอินเดียที่มียอดการทำธุรกรรมสูงถึง 300,000 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน

ความพยายามในการกระตุ้นการใช้งานในช่วงแรกนั้นบางครั้งก็เป็นเพียงการจัดฉากขึ้นมา โดยมีรายงานในปี 2024 ว่าธนาคารรายใหญ่หลายแห่งได้ทำการโอนเงินเดือนพนักงานเข้ากระเป๋าเงิน CBDC เพื่อช่วยให้ระบบมียอดธุรกรรมทะลุเป้าหมาย 1 ล้านรายการต่อวันในเดือนธันวาคม 2023 ซึ่งเป็นสถิติที่อยู่ได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น

การทดลองใช้งานภายในประเทศของอินเดียเกิดขึ้นในขณะที่ผู้กำหนดนโยบายกำลังพิจารณาถึงบทบาททางภูมิรัฐศาสตร์ที่ใหญ่ขึ้นของเทคโนโลยีนี้ ธนาคารกลางอินเดียได้เรียกร้องให้รัฐบาลเดินหน้าข้อเสนอในการเชื่อมโยง CBDC ข้ามระบบเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศบราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ในการประชุมสุดยอดปี 2026 โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการค้าข้ามพรมแดนและลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

ความทะเยอทะยานดังกล่าวนำมาซึ่งความเสี่ยงทางการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เคยขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีศุลกากรจากประเทศในกลุ่ม BRICS ที่พยายามหาทางเลือกอื่นมาทดแทนเงินดอลลาร์ และได้กำหนดมาตรการทางภาษีสำหรับการนำเข้าสินค้าจากอินเดียบางส่วนที่เชื่อมโยงกับการซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซียไปแล้ว ซึ่งสถานการณ์นี้ยิ่งเป็นการเพิ่มเดิมพันสำหรับความพยายามด้านการเงินร่วมกันของกลุ่มประเทศเหล่านี้

ที่มา: coindesk


มุมมองส่วนตัวผมประเมินว่าความเคลื่อนไหวของอินเดียและกลุ่ม BRICS ในครั้งนี้เป็นเกมการเมืองระดับโลกที่น่าจับตามองมากครับ การใช้ระบบเงินอุดหนุนแบบตั้งโปรแกรมเงื่อนไขได้ผ่าน CBDC สะท้อนให้เห็นถึงข้อได้เปรียบของเงินดิจิทัลที่รัฐบาลสามารถควบคุมการใช้จ่ายได้อย่างเบ็ดเสร็จ ซึ่งตรงข้ามกับอุดมการณ์ของ Crypto แบบกระจายศูนย์อย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้การพยายามรวมพลังกันใช้ CBDC เพื่อคานอำนาจเงินดอลลาร์ของสหรัฐฯ อาจนำไปสู่สงครามเศรษฐกิจที่รุนแรงขึ้นในอนาคต สำหรับนักลงทุนอย่างเรา การเติบโตของ CBDC อาจจะเป็นตัวเร่งให้คนทั่วไปหันมาสนใจเทคโนโลยี Blockchain มากขึ้น แต่ในระยะยาวเมื่อเกิดการตระหนักรู้ ผู้คนก็อาจจะโหยหาความเป็นส่วนตัวทางการเงินและหันไปพึ่งพา Bitcoin เพื่อหลีกหนีจากการถูกตรวจสอบโดยรัฐเช่นกันครับ