สรุปข่าว
- กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ออกนโยบายชัดเจนว่าจะไม่ฟ้องนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ไม่รู้ตัวว่าเครื่องมือของตนถูกนำไปใช้ในกิจกรรมผิดกฎหมาย
- นโยบายนี้ออกมาตั้งแต่เดือน เม.ย. 2568 โดย Todd Blanche ในขณะที่ดำรงตำแหน่งรองอัยการสูงสุด พร้อมสั่งยุบทีม NCET ที่ตั้งขึ้นสมัยไบเดน
- นโยบายนี้ครอบคลุมถึงกระดานเทรด บริการ mixing/tumbling และกระเป๋าออฟไลน์ที่ไม่รู้เท่าทันการกระทำของผู้ใช้งาน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
นโยบายนี้ลดความเสี่ยงทางกฎหมายให้กับนักพัฒนาซอฟต์แวร์คริปโตในสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของระบบนิเวศคริปโตในระยะยาว แม้ไม่ส่งผลต่อราคาโดยตรงในทันที แต่ช่วยเสริมความเชื่อมั่นของนักพัฒนาและนักลงทุนสถาบัน
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้ประกาศนโยบายสำคัญที่เป็นมิตรกับอุตสาหกรรมคริปโต โดยระบุชัดเจนว่าจะไม่ดำเนินคดีกับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ไม่รู้ตัวว่าเครื่องมือของตนถูกนำไปใช้เพื่อกิจกรรมผิดกฎหมาย ตามรายงานจาก Cointelegraph ซึ่งอ้างอิงถึงบันทึกข้อกำหนดที่ออกเมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2568 โดย Todd Blanche ในขณะที่ดำรงตำแหน่งรองอัยการสูงสุดสหรัฐฯ บันทึกดังกล่าวชื่อว่า “Ending Regulation By Prosecution” หรือ “ยุติการกำกับดูแลผ่านการฟ้องร้อง” ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนทิศทางนโยบายครั้งใหญ่จากยุคไบเดน ปัจจุบัน Blanche ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรักษาการอัยการสูงสุดสหรัฐฯ ตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย. 2569
นโยบาย “ยุติการกำกับดูแลผ่านการฟ้องร้อง” ครอบคลุมอะไรบ้าง
บันทึกข้อกำหนดที่ออกเมื่อ 7 เม.ย. 2568 ระบุว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ จะไม่ดำเนินคดีกับ “แพลตฟอร์มและนักพัฒนาเครื่องมือที่มีประโยชน์ ซึ่งผู้ฉ้อโกงอาจนำไปใช้เพื่อกิจกรรมผิดกฎหมาย” โดยเจตนา นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึงกระดานเทรดสกุลเงินดิจิทัล บริการ mixing และ tumbling รวมถึงกระเป๋าเงินออฟไลน์ ในกรณีที่พวกเขาไม่รู้เท่าทันการกระทำของผู้ใช้งานหรือละเมิดกฎโดยไม่ตั้งใจ
ที่สำคัญ บันทึกฉบับนี้ยังสั่งให้ยุบ National Cryptocurrency Enforcement Team (NCET) ทันที ซึ่งเป็นหน่วยงานเฉพาะทางที่ตั้งขึ้นในยุคไบเดนเพื่อสอบสวนคดีอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับคริปโต การยุบหน่วยงานนี้ถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่ารัฐบาล Trump ต้องการปรับทิศทางการบังคับใช้กฎหมายในอุตสาหกรรมคริปโตใหม่ทั้งหมด
Todd Blanche คือใคร และมีประเด็นข้อกังวลอะไรบ้าง
Todd Blanche เคยเป็นทนายความส่วนตัวของ Donald Trump ในหลายคดี รวมถึงคดีเงินปากเงียบในนิวยอร์ก และคดีเลือกตั้งปี 2563 ก่อนที่ Trump จะแต่งตั้งให้เขาเป็นรองอัยการสูงสุดหลังชนะการเลือกตั้งปี 2567 และกลายเป็นรักษาการอัยการสูงสุดในเดือน เม.ย. 2569 สิ่งที่น่าสังเกตคือขณะที่ Blanche ออกบันทึกนโยบายฉบับนี้ในเดือน เม.ย. 2568 เขายังถือครองสินทรัพย์คริปโตมูลค่าระหว่าง 159,000 ถึง 485,000 ดอลลาร์ ซึ่งเขาได้ทำข้อตกลงด้านจริยธรรมว่าจะขายภายใน 90 วันหลังได้รับการยืนยันจากวุฒิสภา แต่กลับออกนโยบายก่อนการโอนถ่ายสินทรัพย์ดังกล่าวจะเสร็จสิ้น โดยในที่สุดเขาได้โอน crypto ไปให้บุตรผู้ใหญ่และหลานในเดือน พ.ค.-มิ.ย. 2568
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Paul Atkins ขึ้นแท่นประธาน SEC คนแรกที่ขึ้นกล่าวในงานประชุม Bitcoin 2026 ซึ่งสะท้อนภาพใหญ่ที่ว่ารัฐบาล Trump กำลังโอบรับอุตสาหกรรมคริปโตอย่างเต็มตัวในหลายด้านพร้อมกัน ทั้งด้านการบังคับใช้กฎหมายและด้านการกำกับดูแล
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่านโยบายนี้เป็นก้าวสำคัญที่ช่วยลดความกังวลของนักพัฒนาในวงการ DeFi, Web3 และ Open Source โดยเฉพาะกลุ่มที่สร้างเครื่องมือสาธารณะซึ่งถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์โดยไม่รู้ตัว แต่ก็ต้องยอมรับว่ามีข้อกังวลเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนที่น่าจับตา เพราะนโยบายที่เอื้อต่ออุตสาหกรรมคริปโตออกมาในช่วงที่ผู้ออกนโยบายเองยังถือ crypto อยู่ จะอธิบายความโปร่งใสได้อย่างไร สิ่งที่ต้องติดตามต่อไปคือว่านโยบายนี้จะถูกบังคับใช้อย่างสมดุลแค่ไหน และจะกลายเป็นช่องโหว่ให้ผู้ไม่หวังดีอ้าง “ไม่รู้” เพื่อหลบเลี่ยงความรับผิดชอบหรือเปล่า
ที่มา: @Cointelegraph
ภาพจาก AI
