สรุปข่าว
- Blockเปิดตัวระบบ Proof-of-Reserves โชว์ความโปร่งใสของคลัง Bitcoin จำนวน 8,883 BTC มูลค่ากว่า 681 ล้านดอลลาร์
- อัปเกรด Ecosystem ครั้งใหญ่ เปิดตัว Bitkey, ฟีเจอร์แปลงเงินเป็น BTC อัตโนมัติบน Cash App และ Cash back 5% เป็น BTC สำหรับร้านค้า
- Michael Saylor พี่ใหญ่แห่ง Strategy สวนกระแส โดยมองว่าการทำ Proof-of-Reserves คือ “ไอเดียที่แย่” เพราะเป็นการเปิดเผยข้อมูลที่อาจลดความปลอดภัยของสินทรัพย์
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
Block ของ Jack Dorsey เดินหน้ายกระดับมาตรฐานความโปร่งใสด้วยการเปิดระบบ Proof-of-Reserves ให้นักลงทุนตรวจสอบคลัง 8,883 BTC ได้โดยตรงบนบล็อกเชน ควบคู่ไปกับการเร่งขยายระบบนิเวศผ่านนวัตกรรม Hardware Wallet อย่าง Bitkey และฟีเจอร์รับเงินคืนเป็นคริปโตเพื่อกระตุ้นการใช้งานจริง
Block บริษัทฟินเทคฯ ซึ่งถูกก่อตั้งโดย Jack Dorsey ประกาศเปิดตัวระบบ Proof-of-Reserves อย่างเป็นทางการ เพื่อให้นักลงทุนและบุคคลทั่วไปสามารถตรวจสอบสถานะการถือครอง Bitcoin ขององค์กรจำนวน 8,883 BTC ซึ่งคิดเป็นมูลค่ากว่า 681 ล้านดอลลาร์ ได้ด้วยตนเองผ่านระบบบล็อกเชน
ปัจจุบัน Block มีสถานะเป็นองค์กรที่ถือครอง Bitcoin มากที่สุดเป็นอันดับ 14 ของโลก โดยบริษัทเน้นย้ำว่า ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้อง “เชื่อใจบริษัท” แต่สามารถ “ตรวจสอบสินทรัพย์” ได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นมาตรฐานที่แพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง Binance และองค์กรอื่นๆ นำมาใช้หลังวิกฤตการณ์ FTX ล่มสลาย

นอกจากการแสดงความโปร่งใส Block ยังเร่งผลักดันระบบนิเวศของ Bitcoin สู่การใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน โดยประกาศเปิดตัว Hardware Wallet แบบจอสัมผัสในชื่อ ‘Bitkey’ พร้อมเพิ่มฟีเจอร์แปลงเงินเป็น Bitcoin อัตโนมัติบน Cash App เสนอโปรแกรม Cashback 5% เป็น Bitcoin สำหรับร้านค้าที่ใช้ระบบ Square และขยายเพดานการถอนเงินของลูกค้าขึ้น 5 เท่าเป็น 25,000 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์
อย่างไรก็ตาม ท่าทีด้านความโปร่งใสนี้สวนทางกับความเห็นของ Michael Saylor ประธานของ Strategy ซึ่งเป็นองค์กรที่ถือครอง Bitcoin มากที่สุดในโลก โดย Saylor ได้ออกมาเตือนว่า การเปิดเผยข้อมูลผ่านระบบ Proof-of-reserves ถือเป็น “ไอเดียที่แย่” และอาจสร้างความเสี่ยงด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้ถือครองสินทรัพย์และตัวแพลตฟอร์ม
ความเคลื่อนไหวล่าสุดของ Block สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Dorsey ที่ต้องการผลักดันให้ Bitcoin ได้รับการยอมรับในกระแสหลัก และสานต่อวิสัยทัศน์ดั้งเดิมของ Satoshi Nakamoto ในการสร้างระบบเงินสดอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้ตัวกลางอย่างแท้จริง
มุมมองผู้เขียน: ในขณะที่สายสถาบันอย่าง Michael Saylor เน้นกลยุทธ์เก็บของให้มากที่สุดและมองข้ามความจำเป็นของการทำ Proof-of-Reserves แต่ Jack Dorsey เลือกที่จะเน้นการใช้งานจริงและความโปร่งใสเพื่อดึงดูดรายย่อย ซึ่งอาจนำไปสู่ Mass Adoption ที่แท้จริง
ที่มา:Cointelegraph
