สรุปข่าว
- Roundhill Investments เตรียมเปิดตัวกองทุน ETF ที่อิงกับตลาดคาดการณ์ผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ เป็นครั้งแรกในสัปดาห์หน้าโดยมีผู้จัดการสินทรัพย์อีกสองรายกำลังเตรียมผลิตภัณฑ์ในลักษณะเดียวกัน
- กองทุนทั้งหกกองทุนจะเปิดให้เทรดผลการควบคุมทำเนียบขาว วุฒิสภา และสภาผู้แทนราษฎรโดยใช้สัญญา Swap ที่อ้างอิงจากเหตุการณ์แบบไบนารีซึ่งหากทายผิดมูลค่ากองทุนจะกลายเป็นศูนย์ทันที
- การผลักดันนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ CFTC ยกเลิกข้อเสนอแบนสัญญาเหตุการณ์ทางการเมืองแม้ว่าหน่วยงานกำกับดูแลในหลายรัฐจะยังคงพยายามฟ้องร้องเพื่อสกัดกั้นการซื้อขายสัญญาเหล่านี้บนกระดานเทรดก็ตาม
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การนำสัญญาจากตลาดคาดการณ์มาบรรจุลงในกองทุน ETF ถือเป็นการเปิดประตูให้เม็ดเงินจากนักลงทุนสถาบันและรายย่อยในตลาดการเงินดั้งเดิมสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้ง่ายขึ้นซึ่งจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องและยกระดับความน่าเชื่อถือให้กับแพลตฟอร์มตลาดคาดการณ์ในระยะยาว
Roundhill Investments เตรียมเปิดตัวกองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยนหรือ ETF กลุ่มแรกของสหรัฐฯ ที่อิงกับตลาดคาดการณ์ในสัปดาห์หน้า ในขณะที่ผู้จัดการสินทรัพย์อีกสองรายก็กำลังเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่คล้ายคลึงกัน
ข้อมูลจากเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ หรือ SEC ระบุว่า Roundhill จะจดทะเบียนกองทุนหกกองทุนที่ผูกติดกับผลลัพธ์ว่าพรรคเดโมแครตหรือพรรครีพับลิกันจะได้เป็นผู้ควบคุมทำเนียบขาว วุฒิสภา และสภาผู้แทนราษฎร
James Seyffart นักวิเคราะห์ ETF จาก Bloomberg ระบุว่าการเปิดตัวดังกล่าวถูกกำหนดไว้ในวันที่ 5 พฤษภาคม
กองทุนเหล่านี้ประกอบไปด้วย Roundhill Democratic President ETF (BLUP) Republican President ETF (REDP) Democratic Senate ETF (BLUS) Republican Senate ETF (REDS) Democratic House ETF (BLUH) และ Republican House ETF (REDH)
ผลิตภัณฑ์สำหรับสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาจะอิงตามผลการควบคุมหลังจากวันเลือกตั้งที่ 3 พฤศจิกายน 2026 ในขณะที่ผลิตภัณฑ์สำหรับตำแหน่งประธานาธิบดีจะชี้ไปที่การแข่งขันในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2028
กองทุนเหล่านี้จะสร้างผลตอบแทนผ่านข้อตกลง Swap ที่อ้างอิงกับสัญญาเหตุการณ์แบบไบนารีซึ่งมีการซื้อขายในตลาดที่ได้รับการกำกับดูแลโดย CFTC สัญญาเหล่านี้จะชำระราคาที่ 1 ดอลลาร์หากเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง และ 0 ดอลลาร์หากไม่เกิดขึ้น
หนังสือชี้ชวนได้มีการพิมพ์คำเตือนอย่างชัดเจนว่าหากพรรคที่เป็นเป้าหมายไม่ชนะ กองทุนจะสูญเสียมูลค่าเกือบทั้งหมดในทันที
Roundhill จะไม่ปิดกองทุนหลังจากที่มีการชำระราคาแล้ว เมื่อตลาดตั้งราคาผู้ชนะไว้สูงกว่า 0.995 ดอลลาร์หรือต่ำกว่า 0.005 ดอลลาร์ติดต่อกันห้าวันทำการ กองทุนจะถือว่าผลลัพธ์นั้นได้รับการตัดสินแล้วและจะทบยอดเข้าสู่รอบการเลือกตั้งถัดไป ซึ่งก็คือสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาในปี 2028 และการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2032 สำหรับ BLUP และ REDP
หนังสือชี้ชวนยังระบุด้วยว่าหากภายหลังพบว่าตลาดคาดการณ์ผิดพลาด จะไม่มีการชดเชยใดๆ ให้กับผู้ถือหุ้น
ด้าน Bitwise และ GraniteShares ก็ได้ยื่นขอเปิดตัวกองทุนหกกองทุนในรูปแบบเดียวกันเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ โดย Bitwise ใช้ชื่อแบรนด์ว่า PredictionShares โครงสร้างของพวกเขาแตกต่างกันตรงที่กองทุนของ Bitwise จะปิดตัวลงหลังจากทราบผลลัพธ์ ในขณะที่ GraniteShares จะทบยอดไปสู่การเลือกตั้งครั้งต่อไปเหมือนกับของ Roundhill
ปัจจุบันสัญญาเหตุการณ์ทางการเมืองมีการซื้อขายกันอยู่แล้วบนตลาดคาดการณ์อย่าง Polymarket และ Kalshi แต่การนำมาบรรจุในรูปแบบ ETF จะช่วยขยายการเข้าถึงโดยอนุญาตให้นักลงทุนสามารถถือครองสัญญาเหล่านี้ในบัญชีโบรกเกอร์ทั่วไปและบัญชีเพื่อการเกษียณอายุบางประเภทได้
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ CFTC ได้ถอนข้อเสนอในยุคของอดีตประธานาธิบดีไบเดนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่จะแบนสัญญาเหตุการณ์ทางการเมือง แม้ว่าหน่วยงานกำกับดูแลระดับรัฐในแมสซาชูเซตส์ นิวยอร์ก เนวาดา และที่อื่นๆ จะยังคงเดินหน้าท้าทายสัญญาเหล่านี้ในชั้นศาลต่อไปก็ตาม
นอกจากนี้ Eric Balchunas นักวิเคราะห์ ETF จาก Bloomberg ยังตั้งข้อสังเกตว่า Roundhill ได้ยื่นขอจดทะเบียน ETF ตลาดคาดการณ์ในหมวดหมู่ที่ไม่เกี่ยวกับการเมืองด้วย ซึ่งจะอิงกับผลลัพธ์ที่ว่าสหรัฐฯ จะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยหรือไม่
ที่มาและที่มารูปภาพ Coindesk
มุมมองส่วนตัวผมประเมินว่าการขยับตัวของวอลล์สตรีทในครั้งนี้คือการเปิดมิติใหม่ให้กับวงการตลาดคาดการณ์ครับ ปกติแล้วเรื่องการเทรดข่าวหรือผลลัพธ์ทางการเมืองมักจะจำกัดอยู่แค่ในวงการ Crypto อย่าง Polymarket แต่การนำแพ็กเกจนี้มาทำเป็น ETF จะทำให้เม็ดเงินจากรายย่อยและสถาบันฝั่งดั้งเดิมไหลเข้ามาได้ง่ายขึ้นมาก สิ่งที่น่าสนใจคือกองทุนนี้มีความเสี่ยงสูงมากแบบได้คือได้ เสียคือเสียหมดตัว ซึ่งถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ดึงดูดสายเก็งกำไรได้เป็นอย่างดี การเติบโตของ ETF กลุ่มนี้น่าจะช่วยสร้างความชอบธรรมและแรงกระเพื่อมเชิงบวกให้กับแพลตฟอร์ม Prediction Market แบบกระจายศูนย์ในระยะยาวได้อย่างแน่นอนครับ
