สรุปข่าว
- Polymarket เพิ่งได้มีการปรับโอกาสที่ CLARITY Act ได้ไฟเขียว สูงถึง69% โดยโอกาสพุ่งขึ้นมา 21% ใน 24 ชั่วโมง หลังจากวุฒิสมาชิก Thom Tillis และ Angela Alsobrooks บรรลุข้อตกลงเรื่องผลตอบตบแทนจากการลงทุนใน stablecoin ที่เป็นประเด็นขัดแย้งหลักมานานกว่า 4 เดือน ทำให้ฟ้าเปิดมากขึ้นและตลาดก็เปิดทางสู่เชิงบวกมากขึ้น
- ข้อตกลงเรื่องผลตอบตบแทนจากการลงทุน stablecoin (Section 404) ซึ่งเผยแพร่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 กำหนดว่า “หน่วยงานที่เข้าข่าย” จะไม่สามารถจ่ายผลตอบแทนหรือดอกเบี้ยใด ๆ ให้ผู้ถือ stablecoin ในสหรัฐฯ ได้เพียงเพราะการถือครอง แต่อนุญาตให้มีโปรแกรมภักดีที่เชื่อมกับกิจกรรมบนแพลตฟอร์มได้ เป็นการปกป้องธนาคารขณะเดียวกันก็รักษาผลประโยชน์ของ Coinbase ที่มีรายได้บน USDC reward กว่า $1,350 ล้านในปี 2568
- Tim Scott ประธานคณะกรรมการธนาคารวุฒิสภาสหรัฐฯ ประกาศว่า CLARITY Act อยู่ใน “จุดอันตราย” และตั้งเป้าเดินเรื่องให้คืบหน้าเดือนพฤษภาคม 2569 ขณะที่ Cynthia Lummis เตือนว่าถ้าไม่ผ่านปีนี้ต้องรอถึงปี 2030 เพราะคองเกรสชุดใหม่จะต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ต้น
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
CLARITY Act คือ “กุญแจดอกสุดท้าย” ที่ยังรอปลดล็อกตลาด crypto อเมริกา การที่อัตราการเกิดพุ่งเกิน 65% บน Polymarket หลังข้อตกลง stablecoin สำเร็จ บ่งชี้ว่าตลาดกำลังเทไปทิศทางว่ามันจะเกิดขึ้น ความเป็นไปได้ของเรื่องกฎระเบียบครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯอาจจะเกิดขึ้น JPMorgan ประเมินว่าถ้าผ่านมติเห็นชอบจริง ตลาดจะเข้าสู่ bull market เต็มรูปแบบในครึ่งปีหลัง 2569
ข้อตกลงที่รอมา 4 เดือน เกิดขึ้นแล้ว
หลังจากที่ CLARITY Act ติดหล่มอยู่กับประเด็นเดียวมานานกว่า 4 เดือน คืนวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 กลายเป็นคืนที่ทุกอย่างเปลี่ยนไป Coinbase ประกาศว่าวุฒิสมาชิก Thom Tillis และ Angela Alsobrooks (D-MD) ได้บรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายเรื่องผลตอบแทนการลงทุนใน stablecoin โดยได้มีกระบวนการเจรจาที่ดึงทำเนียบขาว, ภาคส่วนธนาคาร, Coinbase และหน่วยงานด้านคริปโตเข้ามาร่วมหารือตลอด 4 เดือนที่ผ่านมา
ตลาด Polymarket ตอบสนองทันทีด้วยอัตราการผ่านไฟเขียวของร่างกฎหมายดังกล่าวที่พุ่งขึ้น 21% ในช่วง 24 ชั่วโมง จาก 45% ไปแตะ 66-69%
CEO อย่าง Coinbase Brian Armstrong โพสต์บน X ในทำนองสื่อความหมายชัดว่า Coinbase พอใจกับข้อตกลงนี้และพร้อมให้กระบวนการในการพิจารณาได้เดินหน้าต่อ
ข้อตกลง Stablecoin ใครได้ ใครเสีย?
ข้อความ Section 404 ที่เพิ่งเผยแพร่ออกมากำหนดว่า “หน่วยงานที่เข้าข่ายหรือเกี่ยวข้อง” จะไม่สามารถจ่ายดอกเบี้ย, ผลตอบแทนหรือสิ่งที่เทียบเท่ากับดอกเบี้ยของธนาคารให้แก่ผู้ถือ stablecoin ในสหรัฐฯ ได้แต่อนุญาตให้จัดทำโปรแกรมความภักดีที่เชื่อมกับกิจกรรมบนแพลตฟอร์มได้
ข้อตกลงนี้ถือว่า “win-win” ในระดับหนึ่งธนาคารได้รับการปกป้องจากการถูก stablecoin ดูดเงินฝากออกไป ขณะที่บริษัทคริปโตอย่าง Coinbase ยังสามารถรักษาระบบ rewards ที่เชื่อมกับกิจกรรมที่เกิดขึ้นเอาไว้ได้ ซึ่งเป็นที่มาของรายได้หลักจาก USDC partnership กับ Circle มูลค่า $1,350 ล้านในปี 2568
CLARITY Act เดินทางมาไกลมากตั้งแต่ที่สภาผ่านด้วยเสียง 294-134 ในกรกฎาคม 2568 จนวันนี้ที่ข้อตกลงเรื่องผลตอบแทน stablecoin ในวุฒิสภาผ่านการเห็นชอบสำเร็จและ Polymarket ก็เพิ่มโอกาสร่าง CLARITY จะได้รับความเห็นชอบขึ้นสู่ 65-69% แต่ยังเหลืออีกหลายขั้นตอนตลอดจนถึงการได้ลายเซ็น Trump ทั้งหมดต้องเสร็จก่อนวันที่ 31 ธันวาคมนี้ นี่คือช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของ CLARITY Act ที่หากผ่านกำแพงที่เป็นขวากหนามสำคัญไปได้แล้ว โอกาสที่จะได้รับการอนุมัติจริงก็อาจเกิดขึ้น
ที่มา: CryptoRover, Polymarket, The Block, CoinDesk, CoinCu, CoinTimes, CoinEdition

