สรุปข่าว
- ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อสุทธิทองคำรวม 244 ตันใน Q1/2026 สูงที่สุดนับตั้งแต่ Q4/2024 และเกินค่าเฉลี่ย 5 ปี (2021-2025) ที่ราว 228 ตัน
- ผู้ซื้อรายใหญ่สุดคือธนาคารกลางโปแลนด์ (31 ตัน) รองลงมาคืออุซเบกิสถาน (25 ตัน) และคาซัคสถาน (12 ตัน) ขณะที่จีนเพิ่มสำรองทองคำอีก 7 ตัน
- ราคาทองคำ LBMA เฉลี่ยแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4,873 ดอลลาร์ต่อออนซ์ใน Q1/2026 สะท้อนความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงกดดันตลาดต่อเนื่อง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
การซื้อทองคำสุทธิของธนาคารกลางที่เพิ่มขึ้นสะท้อนการกระจายความเสี่ยงออกจากสินทรัพย์ดอลลาร์ ซึ่งในระยะยาวอาจเอื้อต่อสินทรัพย์ทางเลือกอย่าง Bitcoin ได้บ้าง แต่ความเชื่อมโยงนี้ยังเป็นทางอ้อมและไม่ส่งผลต่อราคาคริปโตในทันที สถานการณ์ตลาดคริปโตในปัจจุบันยังคงทรงตัว
สภาทองคำโลก (World Gold Council) เผยแพร่รายงาน Gold Demand Trends ประจำ Q1/2026 เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2569 โดยพบว่าธนาคารกลางทั่วโลกซื้อสุทธิทองคำรวม 244 ตัน ใน Q1/2026 (มกราคม-มีนาคม) ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ Q4/2024 และเป็นอัตราสะสมที่เร็วที่สุดในรอบกว่า 1 ปี ตามรายงานจาก The Kobeissi Letter ตัวเลขดังกล่าวยังเกินค่าเฉลี่ย 5 ปี (2021-2025) ที่ราว 228 ตัน และสูงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงปี 2016-2020 ที่อยู่ที่ประมาณ 115 ตันต่อไตรมาส หรือน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของตัวเลขปัจจุบัน นับเป็นสัญญาณชัดเจนว่าธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเดินหน้าสะสมทองคำอย่างต่อเนื่องในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง
ใครซื้อมากที่สุดใน Q1/2026
ธนาคารกลางโปแลนด์ครองตำแหน่งผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุดใน Q1/2026 ด้วยการเพิ่มสำรองทองคำถึง 31 ตัน ดันยอดสะสมรวมขึ้นไปแตะ 582 ตัน รองลงมาคือธนาคารกลางอุซเบกิสถานที่เพิ่มอีก 25 ตัน และธนาคารกลางคาซัคสถานอีก 12 ตัน ส่วนธนาคารประชาชนจีน (PBOC) ก็ยังคงสะสมต่อเนื่องโดยเพิ่มอีก 7 ตัน ทำให้ยอดรวมทองคำสำรองของจีนพุ่งขึ้นไปแตะ 2,313 ตัน นอกจากนี้ยังมีธนาคารกลางจากประเทศต่าง ๆ อีกหลายแห่งที่ร่วมเพิ่มสำรอง ได้แก่ สาธารณรัฐเช็ก (5 ตัน) มาเลเซีย (5 ตัน) อินโดนีเซีย (2 ตัน) กัวเตมาลา (2 ตัน) กัมพูชา (2 ตัน) เซอร์เบีย (1 ตัน) และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (1 ตัน)
อย่างไรก็ตาม การขายทองคำของธนาคารกลางก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยตุรกี รัสเซีย และกองทุนน้ำมันอาเซอร์ไบจาน (SOFAZ) รวมกันขายออกประมาณ 115 ตันในช่วงเดียวกัน ส่วนใหญ่เกิดจากปัจจัยเฉพาะของแต่ละประเทศ เช่น แรงกดดันด้านค่าเงิน การจัดหาเงินงบประมาณ และการปรับสัดส่วนพอร์ตการลงทุน ทำให้ยอดซื้อสุทธิรวมออกมาที่ 244 ตัน
ราคาทองคำทำสถิติใหม่ท่ามกลางความไม่แน่นอน
ใน Q1/2026 ราคาทองคำ LBMA (ราคาบ่าย) เฉลี่ยทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในระดับไตรมาสที่ 4,873 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาพุ่งขึ้นไปแตะจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 5,405 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในเดือนมกราคม ก่อนปรับตัวลดลงบ้าง ทั้งไตรมาสราคาทองคำให้ผลตอบแทนรวมราว 6% บริบทที่สำคัญเบื้องหลังตัวเลขนี้คือความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงคุกรุ่น รวมถึงความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน สหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งเพิ่มความไม่แน่นอนในตลาดการเงินโดยรวม และผลักดันให้ธนาคารกลางหลายแห่งมองทองคำในฐานะสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์มากขึ้น
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า “ทองคำ” แซงหน้า “ดอลลาร์สหรัฐ” ขึ้นแท่น Global Reserve Asset อันดับ 1 ของโลก ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มที่ธนาคารกลางทั่วโลกกำลังเพิ่มน้ำหนักทองคำในทุนสำรองระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนถึงกระบวนการลดการพึ่งพาดอลลาร์ (de-dollarization) ที่ยังคงดำเนินต่อไป แม้จะช้าและค่อยเป็นค่อยไป
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าตัวเลข 244 ตันนี้น่าสนใจมาก เพราะมันไม่ใช่แค่ตัวเลขสูงในเชิงสถิติ แต่มันสะท้อนให้เห็นว่าธนาคารกลางทั้งในยุโรป เอเชียกลาง และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่างก็มองไปทางเดียวกันคือสะสมทองคำไว้ป้องกันความไม่แน่นอน สิ่งที่น่าจับตาดูต่อจากนี้คือว่าการซื้อของธนาคารกลางจะยังรักษาระดับสูงแบบนี้ไว้ได้ใน Q2/2026 ต่อไปหรือไม่ โดยเฉพาะในบริบทที่ราคาทองคำปรับตัวลงจากจุดสูงสุด แรงซื้อจะยังอยู่ตรงนี้หรือเปล่าก็น่าคิด
ที่มา: @KobeissiLetter
เครดิตภาพจาก @PiNewsMedia

