สรุปข่าว
- Lumen Technologies ซึ่งรองรับทราฟฟิกอินเทอร์เน็ตทั่วโลกกว่า 65% เปิดเผยว่า AI บอทสร้างทราฟฟิกออนไลน์มากกว่า 50% ของทั้งหมดแล้ว
- CEO Kate Johnson เรียกร้องให้บริษัทต่าง ๆ ทบทวนขีดความสามารถของเครือข่ายและระบบป้องกันทางไซเบอร์ เนื่องจากการไหลของข้อมูลที่ขับเคลื่อนโดย AI คาดเดาได้ยากขึ้น
- ตัวเลขนี้อ้างอิงจากรายงาน Imperva/Thales Bad Bot Report ปี 2025 และสะท้อนให้เห็นว่าโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตกำลังเผชิญกับแรงกดดันครั้งใหญ่จาก AI
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
ข่าวนี้ไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อราคาคริปโต แต่สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของ AI ในภาพรวม ซึ่งอาจหนุนความสนใจในโปรเจกต์คริปโตที่เกี่ยวข้องกับ AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในระยะยาว
เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2026 Lumen Technologies บริษัทโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายรายใหญ่ที่รองรับทราฟฟิกอินเทอร์เน็ตทั่วโลกกว่า 65% ได้เปิดเผยตัวเลขที่น่าตกใจผ่านจดหมายเปิดผนึกจาก CEO Kate Johnson ว่า AI บอทสร้างทราฟฟิกออนไลน์มากกว่า 50% ของกิจกรรมทั้งหมดบนอินเทอร์เน็ตแล้ว ตามรายงานจาก Coin Bureau ที่แชร์ข้อมูลดังกล่าวผ่าน X Johnson ยกคำพูดว่า “ผู้ทำงานอัตโนมัติสร้างทราฟฟิกกว่า 50% บนอินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน” พร้อมเรียกร้องให้ทุกบริษัททบทวนขีดความสามารถของเครือข่ายและระบบป้องกันทางไซเบอร์อย่างเร่งด่วน ตัวเลขนี้อ้างอิงจากรายงาน Imperva/Thales Bad Bot Report ฉบับปี 2025
ทราฟฟิก AI บอทพุ่งแรงแค่ไหน
ข้อมูลจากการวิจัยชี้ให้เห็นว่าสัดส่วนทราฟฟิกที่สร้างโดย AI เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากประมาณ 35% ในปี 2022 ขยับสู่ 51% ณ สิ้นปี 2023 และตัวเลขล่าสุดจาก Lumen ณ ต้นปี 2026 ทะลุ 50% ไปแล้วอย่างชัดเจน ทั้งนี้ “AI บอท” ในที่นี้ครอบคลุมทั้งระบบ Chatbot, Crawler อัตโนมัติ และเครื่องมือดึงข้อมูลขนาดใหญ่ที่ใช้สำหรับฝึกโมเดล AI ซึ่งแตกต่างจากคำนิยามแคบที่วัดเฉพาะคำขอหน้าเว็บ HTML
อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตสำคัญ ข้อมูลจาก Cloudflare ต้นปี 2025 ที่วัดเฉพาะคำขอหน้า HTML พบว่า AI บอทคิดเป็นเพียง 4.2% ของคำขอทั้งหมด ขณะที่บอทอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ AI คิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่ง ดังนั้นตัวเลข “กว่า 50%” ของ Lumen จึงน่าจะครอบคลุมการถ่ายโอนข้อมูลขนาดใหญ่ทุกประเภท ไม่ใช่แค่คำขอหน้าเว็บ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปริมาณข้อมูลมหาศาลที่ AI ต้องการในกระบวนการฝึกโมเดลและการทำงานจริง
Lumen ปรับตัวเพื่อรับยุค AI
Lumen ไม่ได้เป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ บริษัทกำลังเปลี่ยนตัวเองอย่างจริงจังเพื่อรองรับความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เพิ่มสูงขึ้น ในเดือนตุลาคม 2025 ผู้บริหารระดับสูงด้านเทคโนโลยีของบริษัทเผยแพร่รายงานเรียกร้องให้ปรับโครงสร้างอินเทอร์เน็ตครั้งใหญ่ โดยคาดการณ์ว่าทราฟฟิกทิศทางตะวันออก-ตะวันตกจะเพิ่มขึ้น 100 เท่า และระบบ AI ต้องการความหน่วงต่ำกว่า 5 มิลลิวินาที ซึ่งโครงสร้างอินเทอร์เน็ตปัจจุบันรองรับไม่ได้
ในด้านธุรกิจ Kate Johnson ที่เข้ารับตำแหน่ง CEO ในเดือนพฤศจิกายน 2022 พร้อมกันกับการเปิดตัว ChatGPT ได้นำพาบริษัทปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ขนานใหญ่ ขายธุรกิจไฟเบอร์สำหรับผู้บริโภคให้ AT&T ในราคา 5.75 พันล้านดอลลาร์ และนำเงิน 4.8 พันล้านดอลลาร์ไปลดหนี้ พร้อมทำสัญญาซอฟต์แวร์มูลค่า 200 ล้านดอลลาร์กับ Palantir Technologies เพื่อใช้ AI ตรวจจับภัยคุกคามทางไซเบอร์ รวมถึงการติดตามกลุ่มแฮกเกอร์อย่าง Salt Typhoon
ผลกระทบต่อโลกคริปโตและ AI
สถิติที่ Lumen เปิดเผยมีนัยสำคัญต่อวงการคริปโตและ AI ในหลายมิติ ประการแรก ความต้องการโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายและการประมวลผลที่พุ่งสูงขึ้นย่อมหนุนการลงทุนในโปรเจกต์ Decentralized AI และ DePIN (Decentralized Physical Infrastructure Networks) ที่ระดมทรัพยากรคอมพิวเตอร์แบบกระจาย ประการที่สอง การที่ AI บอทกลายเป็นผู้ใช้อินเทอร์เน็ตหลักแทนมนุษย์จริง ๆ อาจเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจออนไลน์และการตลาดดิจิทัลอย่างถาวร ซึ่งจะส่งผลต่อโครงการ Web3 ที่ต้องการ “ผู้ใช้จริง” ด้วยเช่นกัน
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าตัวเลข 50% ของ Lumen น่าสนใจมากในแง่ที่สะท้อนให้เห็นว่า AI ไม่ใช่แค่ “กระแสฮือฮา” อีกต่อไป แต่มันกำลังกินทรัพยากรโครงสร้างพื้นฐานจริง ๆ ในสัดส่วนมหาศาล อย่างไรก็ตาม ต้องระวังการตีความตัวเลขนี้ด้วย เพราะ “ทราฟฟิก” ของ Lumen ครอบคลุมการถ่ายโอนข้อมูลทุกประเภท ไม่ใช่แค่การเข้าเว็บไซต์ทั่วไป จุดที่น่าจับตาคือถ้า AI ยังเติบโตในอัตรานี้ต่อไป บริษัทที่ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายและคลาวด์จะได้รับประโยชน์มหาศาล รวมถึงโปรเจกต์คริปโตที่สร้างตัวเองอยู่บนเทรนด์นี้ด้วย
ที่มา: @coinbureau
เครดิตภาพจาก @CoinBureau

