bitkub-banner

ศาลสหรัฐฯ ตัดสินภาษี 10% ทั่วโลกของ Trump ผิดกฎหมาย

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ศาลการค้าระหว่างประเทศสหรัฐฯ (CIT) มีคำตัดสินเมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2569 ว่าภาษีนำเข้า 10% ทั่วโลกที่ Trump ใช้อำนาจตาม Section 122 ของ Trade Act of 1974 นั้นขัดต่อกฎหมาย
  • คำตัดสินนี้ออกมาในคดี Burlap and Barrel, Inc. v. Trump โดย Liberty Justice Center เป็นตัวแทนผู้ฟ้องร้อง ซึ่งระบุว่านี่คือชัยชนะสำคัญสำหรับธุรกิจและผู้บริโภคชาวอเมริกัน
  • นี่ไม่ใช่ครั้งแรก รัฐบาล Trump เจอคำตัดสินลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง ทั้งจาก CIT, ศาลอุทธรณ์ และแม้แต่ศาลฎีกาสหรัฐฯ เมื่อเดือน ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การที่ศาลพิพากษาว่าภาษีนำเข้าของ Trump ผิดกฎหมายอีกครั้งช่วยลดแรงกดดันจากสงครามการค้าที่กดดันตลาดโลกมาตลอด ส่งผลให้ความเสี่ยงด้านการค้าลดลงในระยะสั้น และเอื้อต่อบรรยากาศการลงทุนที่ดีขึ้น รวมถึงสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตในระยะกลาง

เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2569 ตามเวลาไทย ศาลการค้าระหว่างประเทศสหรัฐฯ (U.S. Court of International Trade หรือ CIT) ได้มีคำพิพากษาในคดี Burlap and Barrel, Inc. v. Trump ว่าภาษีนำเข้า 10% แบบครอบคลุมทุกประเทศที่ประธานาธิบดี Trump ใช้อำนาจตาม Section 122 ของ Trade Act of 1974 ไม่มีความชอบธรรมทางกฎหมาย โดยศาลระบุว่าบทบัญญัติดังกล่าวไม่ได้ให้อำนาจประธานาธิบดีในการกำหนดภาษีเช่นนี้ภายใต้สภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน ตามรายงานจาก The Kobeissi Letter Liberty Justice Center ซึ่งเป็นตัวแทนฝ่ายโจทก์ออกแถลงการณ์ว่านี่ถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญสำหรับภาคธุรกิจและผู้บริโภคชาวอเมริกัน

ภาษีชุดใหม่หลังแพ้คดี IEEPA โดนล้มอีกรอบ

เพื่อให้เห็นภาพรวม ต้องย้อนกลับไปว่าภาษี 10% ชุดที่ถูกตัดสินครั้งนี้ไม่ใช่ภาษีชุดเดิม ก่อนหน้านี้ Trump เคยออกภาษีชุดแรกโดยอ้างอำนาจจากกฎหมาย IEEPA (International Emergency Economic Powers Act) เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2568 หรือที่รู้จักกันว่า “Liberation Day” แต่ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำตัดสิน 6 ต่อ 3 เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2569 ในคดี Learning Resources, Inc. v. Trump ว่ากฎหมาย IEEPA ไม่ได้ให้อำนาจประธานาธิบดีในการกำหนดภาษีได้ ทำให้ภาษี IEEPA ทั้งหมดถูกประกาศว่าขัดต่อกฎหมาย และมีการประเมินว่ารัฐบาลสหรัฐฯ อาจต้องคืนเงินภาษีที่เก็บไปแล้วราว 1.66 ล้านล้านถึง 1.75 ล้านล้านดอลลาร์ให้แก่ภาคธุรกิจ

หลังจากแพ้คดี IEEPA Trump ได้ออกภาษีชุดใหม่ทันทีในวันเดียวกัน คือวันที่ 20 ก.พ. 2569 โดยอ้างอำนาจตาม Section 122 ของ Trade Act of 1974 แทน โดยกำหนดอัตรา 10% เหมือนเดิม มีผลตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. 2569 และมีกำหนดบังคับใช้ 150 วัน จนถึง 24 ก.ค. 2569 แต่แล้วภาษีชุดใหม่นี้ก็ถูกศาลชั้นต้นพิพากษายกเลิกอีกครั้งในวันที่ 7 พ.ค. 2569

ศาลยืนยันอำนาจภาษีเป็นของสภาคองเกรส ไม่ใช่ประธานาธิบดี

การต่อสู้ทางกฎหมายเรื่องภาษีของ Trump สะท้อนให้เห็นถึงข้อถกเถียงด้านรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ในเรื่องการแบ่งแยกอำนาจ โดยหัวใจของเรื่องคือคำถามที่ว่าฝ่ายบริหารสามารถกำหนดภาษีนำเข้าได้โดยลำพังโดยไม่ต้องผ่านการอนุมัติจากรัฐสภาหรือไม่ ซึ่งศาลทุกระดับที่ตัดสินมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา ต่างยืนยันในทิศทางเดียวกันว่าอำนาจในการจัดเก็บภาษีเป็นของรัฐสภา ไม่ใช่ประธานาธิบดี

อย่างไรก็ตาม ภาษีนำเข้าที่ออกภายใต้กฎหมายอื่น อาทิ ภาษี Section 301 สำหรับสินค้าจีน และภาษี Section 232 สำหรับเหล็กและอะลูมิเนียม ไม่ได้รับผลกระทบจากคำตัดสินเหล่านี้และยังคงมีผลบังคับใช้อยู่


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเรื่องนี้น่าสนใจมาก เพราะมันแสดงให้เห็นว่าระบบตรวจสอบถ่วงดุลของสหรัฐฯ ยังทำงานได้แม้ในยุคที่ฝ่ายบริหารพยายามขยายอำนาจตัวเองอย่างจริงจัง แต่คำถามที่น่าจับตาต่อจากนี้คือรัฐบาล Trump จะตอบโต้อย่างไร จะหาช่องกฎหมายอื่นมาใช้อีกหรือเปล่า หรือจะผลักดันให้รัฐสภาออกกฎหมายใหม่ที่ให้อำนาจนี้แก่ประธานาธิบดีโดยตรง สิ่งที่ชัดเจนคือตราบที่ความไม่แน่นอนเรื่องนโยบายภาษียังดำเนินต่อไป นักลงทุนทั่วโลกก็ยังคงต้องติดตามพัฒนาการนี้อย่างใกล้ชิด

ที่มา: @KobeissiLetter

เครดิตภาพจาก @Loki260656