bitkub-banner

Elizabeth Warren ส่งจดหมายถึง Mark Zuckerberg จี้ขอข้อมูลโปรเจกต์ Stablecoin ของ Meta

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • วุฒิสมาชิก Elizabeth Warren ส่งจดหมายถึง Mark Zuckerberg วิจารณ์การขาดความโปร่งใสของ Meta หลังเริ่มทดสอบระบบชำระเงินด้วย Stablecoin บน Facebook โดยกังวลเรื่องผลกระทบต่อความเป็นส่วนตัวและเสถียรภาพการเงินสหรัฐฯ
  • Meta ชี้แจงว่าไม่มีแผนสร้างเหรียญของตัวเองเหมือนในอดีต แต่เป็นการเปิดทางให้ใช้เหรียญ USDC ของบริษัท Circle ผ่านกระเป๋าเงินภายนอก เพื่อเพิ่มทางเลือกในการชำระเงินให้กับครีเอเตอร์ในฟิลิปปินส์และโคลอมเบีย
  • การตรวจสอบครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการผลักดันกฎหมาย CLARITY Act ที่มุ่งกำหนดกรอบกำกับดูแลคริปโตระดับประเทศ ขณะที่ Warren ยังคงยกเหตุการณ์ De-peg ของ USDC ในปี 2023 มาโจมตีถึงความเสี่ยง

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral 

ข่าวนี้สะท้อนถึงแรงกดดันทางการเมืองที่มีต่อบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ในการเข้าสู่โลกคริปโต แม้การขยับตัวของ Meta จะเป็นบวกต่อการใช้งานจริง แต่การเผชิญหน้ากับวุฒิสมาชิก Warren อาจทำให้กระบวนการขยายระบบล่าช้าออกไป ตลาดจึงมีแนวโน้มรับข่าวในเชิงเฝ้าระวังและรอความชัดเจนของกฎหมาย CLARITY Act มากกว่าจะมีการเคลื่อนไหวของราคาที่รุนแรงในระยะสั้น

หลังจาก Meta เริ่มทดสอบระบบการชำระเงินด้วย Stablecoin บน Facebook เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุดวุฒิสมาชิก Elizabeth Warren คู่ปรับคนสำคัญในวอชิงตันก็ได้เคลื่อนไหวทันที เมื่อวันพุธที่ผ่านมาเธอส่งจดหมายถึง Mark Zuckerberg ซีอีโอของ Meta เพื่อวิจารณ์ว่า การขาดความโปร่งใสเกี่ยวกับแผนการดังกล่าวเป็นเรื่องที่น่ากังวล พร้อมจี้ถามคำถามหลายประการเกี่ยวกับการผนวกระบบคริปโตเข้ากับแพลตฟอร์ม 

Warren ให้เหตุผลว่า ด้วยฐานของผู้ใช้งานจำนวนมหาศาลทั่วโลก การเคลื่อนไหวใดๆ ของ Meta อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการแข่งขัน ความเป็นส่วนตัว ความมั่นคงของระบบการชำระเงิน และเสถียรภาพทางการเงินของสหรัฐฯ

Meta แจงไม่มีเหรียญของตัวเอง แค่เปิดทางให้ระบบชำระเงินภายนอก

ประเด็นที่ Warren สงสัยเริ่มมีความชัดเจนขึ้นบางส่วนจากข้อมูลบนเว็บไซต์ที่ระบุว่า Facebook ได้แอบเปิดตัวระบบชำระเงินด้วย Stablecoin ให้กับครีเอเตอร์บางส่วนในประเทศโคลอมเบียและฟิลิปปินส์ไปแล้ว โปรแกรมนี้เลือกใช้เหรียญ USDC ของบริษัท Circle และกำหนดให้ผู้ใช้งานต้องเชื่อมต่อกระเป๋าเงินดิจิทัลจากภายนอกเข้ากับบัญชี Facebook

โดยโฆษกของ Meta ชี้แจงว่า พวกเขาได้แจ้งต่อสว. Warren หลายครั้งแล้วว่า Meta ไม่มีแผนจะสร้างเหรียญของตัวเองเหมือนโปรเจกต์ในอดีต แต่ต้องการให้ผู้คนและธุรกิจมีทางเลือกในการชำระเงินที่ต้องการ รวมถึงการใช้ Stablecoin ของบุคคลที่สาม

ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย จากความล้มเหลวของ Libra สู่การเผชิญหน้าในปัจจุบัน

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Meta ถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวด ย้อนกลับไปในปี 2019 บริษัทเคยพยายามเปิดตัวเหรียญ Libra ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น Diem แต่ถูกกระแสต่อต้านจากนักการเมืองอย่างหนักจนต้องพับโครงการไปในปี 2022 ท่ามกลางแรงกดดันด้านกฎระเบียบที่รุนแรง ในตอนนั้น Zuckerberg ต้องเข้าให้การต่อสถาบันการเงินของสภาผู้แทนราษฎรเพื่อปกป้องแผนงานของบริษัท 

ขณะที่ Warren เองก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ส่งเสียงคัดค้านคริปโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ Meta เธอแสดงความกังวลเสมอว่าบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จะพยายามรื้อฟื้นโปรเจกต์เหรียญของตัวเองขึ้นมาอีกครั้ง

การตรวจสอบเข้มข้นท่ามกลางการผลักดันกฎหมาย CLARITY Act

ความเคลื่อนไหวของ Warren เกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญที่คณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภากำลังมีความคืบหน้าในการร่างกฎหมาย CLARITY Act กฎหมายฉบับนี้ถูกสร้างขึ้น เพื่อกำหนดกรอบการกำกับดูแลคริปโตเคอร์เรนซีในระดับประเทศ โดยประธานคณะกรรมาธิการฯ ตั้งเป้าว่า จะนำร่างกฎหมายเข้าสู่กระบวนการพิจารณาภายในเดือนนี้ 

นอกจากนี้ Warren ยังคงแสดงท่าทีระแวดระวังต่อเหรียญ USDC โดยอ้างถึงเหตุการณ์ที่เหรียญเคยสูญเสียมูลค่าที่ผูกกับดอลลาร์ในปี 2023 เพื่อเน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นหาก Meta นำสินทรัพย์เหล่านี้มาใช้งานในวงกว้าง

ที่มา : fortune


มุมมองผู้เขียน : การที่ Meta กลับมาแตะ Stablecoin อีกครั้งคือสัญญาณว่าพวกเขาไม่เคยยอมแพ้กับตลาดการเงินดิจิทัล แม้รอบนี้จะถอยมาใช้เหรียญของคนอื่นอย่าง USDC เพื่อลดแรงเสียดทาน แต่การเจอ Elizabeth Warren ขวางทางก็ไม่ใช่เรื่องง่าย