สรุปข่าว
- กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ส่งจดหมายยื่นคำขาดถึง Binance ให้ปฏิบัติตามข้อตกลงกับทางการในปี 2023 อย่างเคร่งครัด หลังมีรายงานว่าเงินกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ไหลไปยังหน่วยงานที่เชื่อมโยงกับอิหร่าน
- ประเด็นนี้ทำให้ Binance ถูกจับตาอีกครั้ง ทั้งเรื่องระบบป้องกันฟอกเงิน (AML) และความสัมพันธ์กับรัฐบาล Trump รวมถึงดีลลงทุนผ่านเหรียญ USD1
- Binance ยืนยันว่า กำลังให้ความร่วมมือกับผู้ตรวจสอบและหน่วยงานรัฐอย่างเต็มที่ พร้อมระบุว่า การกำกับดูแลช่วยทำให้ระบบ Compliance แข็งแกร่งขึ้น
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
คลังสหรัฐฯ เริ่มกลับมาบีบ Binance หลังมีรายงานว่าแพลตฟอร์มอาจปล่อยให้เงินกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ไหลไปยังหน่วยงานที่เชื่อมโยงกับอิหร่าน จนรัฐบาลต้องส่งจดหมายหาบริษัทเป็นการส่วนตัว พร้อมสั่งให้ปฏิบัติตามข้อตกลงด้านการกำกับดูแลที่เคยทำไว้กับรัฐบาลปี 2023 อย่างเคร่งครัด โดยประเด็นนี้ยิ่งร้อนแรงขึ้นเมื่อความสัมพันธ์ระหว่าง Binance กับเครือข่ายธุรกิจของปธน. Donald Trump เริ่มถูกจับตามอง
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ กำลังกลับมากดดันกระดานเทรด Binance อีกครั้ง หลังมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่รัฐได้ส่งจดหมายส่วนตัวถึงบริษัท เพื่อเร่งให้ปฏิบัติตามข้อตกลงด้านการกำกับดูแลที่ทำไว้กับรัฐบาลสหรัฐฯ ในปี 2023 อย่างเคร่งครัด หลังพบข้อมูลว่าแพลตฟอร์มอาจมีส่วนช่วยให้เงิน 1,000 ล้านดอลลาร์ไหลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน
รายงานจาก The Information ระบุว่า กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ยื่นคำขาดให้ Binance ดำเนินการตามกระบวนการตรวจสอบภายในองค์กรอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญจากข้อตกลงยอมความเมื่อปี 2023 ที่ Binance ต้องจ่ายค่าปรับมหาศาลกว่า 4.3 พันล้านดอลลาร์ ให้กับกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงการคลังสหรัฐฯ พร้อมยอมให้หน่วยงานรัฐเข้าตรวจสอบการดำเนินงานเป็นเวลา 3 ปี
ปมเงินโยงอิหร่าน จุดชนวนแรงกดดันรอบใหม่
แรงกดดันล่าสุดเกิดขึ้นหลังมีรายงานว่า Binance ได้ปลดพนักงานกลุ่มหนึ่งที่มีหน้าที่รายงานความเสี่ยงให้ผู้บริหาร หลังคนกลุ่มนี้แจ้งเตือนว่า มีเม็ดเงินมหาศาลไหลผ่านแพลตฟอร์มไปยังองค์กรที่เชื่อมโยงกับอิหร่าน
ประเด็นดังกล่าวทำให้กลุ่ม ส.ว. สหรัฐฯ เรียกร้องให้ Scott Bessent รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาชี้แจงว่า Binance ปฏิบัติตามข้อตกลงปี 2023 จริงหรือไม่ และระบบป้องกันการฟอกเงินของบริษัทยังมีประสิทธิภาพเพียงพอหรือเปล่า
ฝั่ง Binance ออกมาตอบโต้ผ่านแถลงการณ์ว่า บริษัทยังคงให้ความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่าการกำกับดูแลถือเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาระบบ Compliance หรือกระบวนการที่ทำให้บริษัทดำเนินธุรกิจโดยไม่ผิดกฎหมาย รวมถึงยกระดับมาตรการป้องกันการฟอกเงินขององค์กรให้แข็งแกร่งขึ้น
ความสัมพันธ์กับปธน. Trump ถูกจับตา
อีกประเด็นที่ทำให้ข่าวนี้ยิ่งทวีความร้อนแรงคือ ความสัมพันธ์ระหว่าง Binance กับเครือข่ายธุรกิจของปธน. Donald Trump กำลังถูกจับตามองมากขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงหลัง
ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า บริษัทจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้เข้าลงทุนใน Binance มูลค่า 2,000 ล้านดอลลาร์ ผ่าน USD1 ซึ่งเป็น Stablecoin ของ World Liberty Financial บริษัทที่ Donald Trump และลูกชายเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง
นอกจากนี้ Trump ยังเคยอภัยโทษให้ Changpeng Zhao หรือ “CZ” อดีตซีอีโอ Binance เมื่อเดือนตุลาคม 2025 ทำให้หลายฝ่ายเริ่มตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ทางการเมืองและผลประโยชน์ที่อาจเชื่อมโยงกัน
CZ บอก “พอแล้ว” กับการบริหารบริษัทคริปโต
จังหวะเดียวกันกับที่รายงานดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกมา Changpeng Zhao หรือ “CZ” อดีตซีอีโอของ Binance ได้ขึ้นเวทีในงาน Consensus ที่เมืองไมอามี โดยเขากล่าวว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเขาพยายามหลีกเลี่ยงตลาดในสหรัฐฯ มาโดยตลอด ท่ามกลางแรงกดดันด้านกฎระเบียบที่เพิ่มขึ้นต่ออุตสาหกรรมคริปโต
อย่างไรก็ตาม CZ ได้เสนอแนวคิดในการฟื้นฟู Binance.US ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับผู้ใช้งานในสหรัฐฯ เพื่อเปิดทางให้นักลงทุนสามารถเข้าถึง “สภาพคล่องระดับโลก” หรือความสามารถในการซื้อขายสินทรัพย์ได้อย่างรวดเร็วและมีปริมาณมากขึ้นอีกครั้ง
แม้จะยังแสดงวิสัยทัศน์ต่ออนาคตของอุตสาหกรรมคริปโต แต่ CZ ก็ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่จะกลับไปดำรงตำแหน่งผู้บริหารในบริษัทคริปโตแห่งใหม่
CZ กล่าวว่า “ผมไม่คิดว่าตัวเองมีแรงพอจะไปสร้างหรือบริหารสตาร์ทอัพอีกแล้ว” พร้อมนิยามตัวเองว่าเป็น “One-trick pony” หรือคนที่เชี่ยวชาญอยู่เพียงแค่ด้านเดียว และเขาก็พอใจกับสิ่งที่สร้างไว้กับ Binance แล้ว
มุมมองผู้เขียน: แม้ Binance จะยืนยันว่ากำลังให้ความร่วมมือกับทางการเต็มที่ แต่ข่าวนี้สะท้อนชัดว่าหน่วยงานสหรัฐฯ ยังไม่ลดระดับการจับตาต่อบริษัทลงง่าย ๆ โดยเฉพาะประเด็นมาตรการป้องกันการฟอกเงิน (AML) และธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับประเทศที่ถูกคว่ำบาตรอย่างอิหร่าน
ที่มา:cointelegraph

