สรุปข่าว
- BlackRock บริษัทจัดการสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกประกาศเตรียมเปิดตัวกองทุนตลาดเงินในรูปแบบโทเคนบนบล็อกเชน Ethereum
- นี่ถือเป็นก้าวสำคัญในการนำสินทรัพย์การเงินแบบดั้งเดิมมาอยู่บนบล็อกเชน ตอกย้ำ Ethereum ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานสถาบัน
- นักลงทุนควรจับตาความเคลื่อนไหวของเงินทุนสถาบันที่อาจไหลเข้าสู่ระบบนิเวศ Ethereum มากขึ้นในอนาคต
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่ BlackRock นำกองทุนตลาดเงินมาอยู่บน Ethereum โดยตรงถือเป็นสัญญาณที่แข็งแกร่งว่าสถาบันการเงินระดับโลกยอมรับ Ethereum เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน ความต้องการใช้งานบนเครือข่ายจะเพิ่มขึ้น และอาจดึงดูดกระแสเงินทุนสถาบันไหลเข้าสู่ระบบนิเวศ ETH ต่อเนื่อง
เมื่อเช้าวันที่ 9 พ.ค. 2569 ตามเวลาไทย ตามรายงานจาก Watcher.Guru BlackRock บริษัทจัดการสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยสินทรัพย์ภายใต้การจัดการมูลค่ากว่า 10 ล้านล้านดอลลาร์ ประกาศเตรียมเปิดตัวกองทุนตลาดเงินในรูปแบบโทเคน (Tokenized Money-Market Fund) บนบล็อกเชน Ethereum โดยตรง ถือเป็นการขยับครั้งสำคัญในเส้นทางการนำสินทรัพย์การเงินแบบดั้งเดิมมาอยู่บนบล็อกเชน และตอกย้ำสถานะของ Ethereum ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของสถาบันระดับโลก
BlackRock กับการโทเคนไนซ์สินทรัพย์บน Ethereum
กองทุนตลาดเงินในรูปแบบโทเคนคือการนำกองทุนการเงินดั้งเดิมที่ลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นและสินทรัพย์สภาพคล่องสูงมาอยู่ในรูปแบบโทเคนบนบล็อกเชน ทำให้สามารถโอน ซื้อขาย หรือใช้เป็นหลักประกันได้ตลอด 24 ชั่วโมง ต่างจากกองทุนแบบเดิมที่ถูกจำกัดด้วยเวลาทำการของตลาด การที่ BlackRock เลือก Ethereum เป็นแพลตฟอร์มสำหรับผลิตภัณฑ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าเครือข่าย Ethereum ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งของสถาบันการเงินขนาดใหญ่เมื่อต้องการนำสินทรัพย์จริงมาอยู่บนบล็อกเชน
ก่อนหน้านี้ BlackRock เคยเปิดตัวกองทุน BUIDL ซึ่งเป็นกองทุนโทเคนบน Ethereum สำหรับนักลงทุนสถาบัน และประสบความสำเร็จอย่างมากจนกลายเป็นกองทุนโทเคนที่ใหญ่ที่สุดในตลาด RWA (Real-World Assets) การประกาศครั้งใหม่นี้จึงเป็นการต่อยอดจากฐานที่แข็งแกร่งที่สร้างไว้แล้ว
กระแสโทเคนไนซ์สินทรัพย์กำลังร้อนแรง
การเคลื่อนไหวของ BlackRock ครั้งนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่กระแสการโทเคนไนซ์สินทรัพย์ในตลาดการเงินโลกกำลังเร่งตัวอย่างชัดเจน ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า DTCC เตรียมโทเคนไนซ์หุ้นและพันธบัตรสหรัฐฯ เปิดตัวกรกฎาคม 2026 รวมถึงรายงานการที่ DTCC นำร่องซื้อขายหลักทรัพย์โทเคน ก.ค. 69 โดยดึง BlackRock และ JPMorgan ร่วมด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นว่า BlackRock กำลังวางตัวเองไว้ในจุดศูนย์กลางของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของระบบการเงินโลก
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าธนาคารระดับโลกจะเลือก ETH เป็นรากฐานระบบการเงินยุคใหม่ และ Fidelity ได้เปิดตัวหุ้นติดตาม Ethereum สำหรับกองทุนตลาดเงินสหรัฐฯ ไปแล้วก่อนหน้า ซึ่งแสดงให้เห็นว่า BlackRock ไม่ได้เดินเพียงลำพัง แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระแสใหญ่ที่สถาบันการเงินชั้นนำหลายแห่งกำลังพาสินทรัพย์ดั้งเดิมขึ้นมาบนบล็อกเชน
ผลต่อ Ethereum และตลาดคริปโต
ณ เวลาที่รายงาน ราคา Ethereum อยู่ที่ $2,315.97 เคลื่อนไหวอยู่ในแนวระนาบ การที่กองทุนตลาดเงินของ BlackRock จะมาอยู่บน Ethereum หมายความว่าเงินทุนสถาบันจำนวนมหาศาลจะต้องใช้เครือข่าย Ethereum ในการดำเนินการ ซึ่งอาจผลักดันความต้องการใช้งานและค่าธรรมเนียมบนเครือข่ายให้สูงขึ้น ขณะเดียวกันยังเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าสถาบันการเงินระดับโลกมองว่า Ethereum มีความน่าเชื่อถือและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับสินทรัพย์ในโลกจริง
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้น่าตื่นเต้นมากสำหรับคนที่ถือ ETH อยู่ เพราะมันไม่ใช่แค่ข่าวการลงทุนทั่วไป แต่เป็นสัญญาณว่า Ethereum กำลังจะกลายเป็น “ราง” ที่ระบบการเงินโลกวิ่งอยู่บน ยิ่งสถาบันใหญ่อย่าง BlackRock นำสินทรัพย์มาวางไว้บนเครือข่าย ความต้องการใช้งาน ETH ก็จะยิ่งโตตาม แต่ก็ต้องติดตามดูว่ากองทุนนี้จะเปิดให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงได้หรือไม่ หรือเป็นแค่สำหรับสถาบันอีกครั้ง เพราะถ้าเป็นอย่างหลัง ผลต่อราคาอาจไม่ได้มาเร็วอย่างที่หวัง
ที่มา: @WatcherGuru
ภาพจาก AI

