bitkub-banner

DTCC เตรียมโทเคนไนซ์หุ้นและพันธบัตรสหรัฐฯ เปิดตัวกรกฎาคม 2026

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • DTCC ประกาศเปิดตัวบริการโทเคนไนซ์สินทรัพย์แบบจำกัดในเดือนกรกฎาคม 2026 และเปิดตัวเต็มรูปแบบในเดือนตุลาคม 2026 ครอบคลุมหุ้นในดัชนี Russell 1000, ETF หลัก และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ
  • บริษัทกว่า 50 แห่งเข้าร่วม Working Group รวมถึง BlackRock, Goldman Sachs, J.P. Morgan, Circle และ Kraken โดยได้รับ No-Action Letter จาก ก.ล.ต. สหรัฐฯ ตั้งแต่ธันวาคม 2025
  • DTC บริษัทในเครือดูแลสินทรัพย์กว่า 114 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งแสดงถึงขนาดของตลาดที่อาจนำมาโทเคนไนซ์ได้ในอนาคต

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การที่สถาบันการเงินระดับโลกอย่าง DTCC เดินหน้าโทเคนไนซ์สินทรัพย์บนบล็อกเชนจริงถือเป็นสัญญาณบวกต่อระบบนิเวศคริปโตในภาพรวม แม้ยังไม่ระบุชื่อบล็อกเชนที่ใช้งานจริง แต่ความร่วมมือจากยักษ์ใหญ่ด้านการเงินอย่าง BlackRock และ JPMorgan ในโครงการนี้ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเทคโนโลยีบล็อกเชนในระดับสถาบัน

เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2026 บริษัท The Depository Trust & Clearing Corporation (DTCC) ซึ่งเป็นสถาบันหักบัญชีหลักของวอลล์สตรีทที่ดูแลสินทรัพย์กว่า 114 ล้านล้านดอลลาร์ ได้ประกาศแผนเปิดตัวบริการโทเคนไนซ์สินทรัพย์จริง โดยจะเริ่มทำธุรกรรมจริงแบบจำกัดในเดือนกรกฎาคม 2026 ก่อนเปิดตัวเต็มรูปแบบในเดือนตุลาคม 2026 ตามรายงานจาก CoinDesk Frank La Salla ประธานและซีอีโอของ DTCC กล่าวว่าบริการนี้จะ “เชื่อมโยง TradFi และ DeFi” และจะ “เปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานของตลาดอย่างมีนัยสำคัญ นำสภาพคล่อง ความโปร่งใส และประสิทธิภาพในระดับใหม่มาสู่นักลงทุน” บริการดังกล่าวจะครอบคลุมหุ้นในดัชนี Russell 1000, ETF หลัก และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ โดยยังคงสิทธิ์ความเป็นเจ้าของและการคุ้มครองนักลงทุนเช่นเดียวกับสินทรัพย์ดั้งเดิม

ใครอยู่เบื้องหลังโครงการนี้

DTCC เปิดเผยว่ามีบริษัทมากกว่า 50 แห่งเข้าร่วมใน DTCC Industry Working Group เพื่อร่วมกำหนดรูปแบบการทำงานของบริการนี้ ทั้งจากสถาบันการเงินดั้งเดิมและบริษัทคริปโต ได้แก่ BlackRock, Goldman Sachs, J.P. Morgan, Anchorage Digital, Circle และ Payward (บริษัทแม่ของ Kraken) การที่ยักษ์ใหญ่ด้านการเงินระดับโลกเข้าร่วมพร้อมกันขนาดนี้ถือว่าผิดปกติ และสะท้อนให้เห็นว่าการโทเคนไนซ์สินทรัพย์กำลังเข้าสู่ระยะที่จริงจังแล้ว

บริการนี้ยังได้รับการรับรองทางกฎหมายผ่าน No-Action Letter จาก ก.ล.ต. สหรัฐฯ ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2025 ซึ่งเปิดทางให้ DTCC เดินหน้าได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องกฎระเบียบในระยะแรก อย่างไรก็ตาม DTCC ยังไม่ได้ระบุชื่อบล็อกเชนเฉพาะที่จะใช้งาน โดยกล่าวถึงเพียง “บล็อกเชนที่ได้รับอนุมัติ” และการทดสอบการทำงานร่วมกันข้ามหลายเครือข่าย

เส้นทางยาวนานกว่าจะมาถึงวันนี้

DTCC ไม่ใช่หน้าใหม่ในวงการบล็อกเชน ย้อนกลับไปเมื่อปี 2020 บริษัทได้เปิดตัว “Project Whitney” โครงการต้นแบบบน Ethereum สาธารณะสำหรับหลักทรัพย์ตลาดส่วนตัว และ “Project Ion” ที่ใช้เทคโนโลยี DLT เร่งการชำระหนี้ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งในช่วงนำร่องสามารถบันทึกธุรกรรมได้ถึง 160,000 รายการในวันที่มีปริมาณสูงสุด และในเดือนกันยายน 2025 Project Ion ก็เข้าสู่ขั้นตอนพัฒนาเต็มรูปแบบ ความพยายามสะสมมาหลายปีนี้ทำให้การประกาศล่าสุดไม่ใช่เพียงคำพูด แต่มีรากฐานจากการทดลองที่ผ่านมาจริง

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Securitize จับมือ Jump Trading และ Jupiter เปิดเทรดหุ้น Tokenized บน Solana และ Ondo, JPMorgan, Mastercard, Ripple ทดสอบชำระเงินข้ามพรมแดนบน XRP Ledger สำเร็จ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าการโทเคนไนซ์สินทรัพย์กำลังเร่งตัวขึ้นทั่วทั้งอุตสาหกรรมพร้อมกัน


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการเคลื่อนไหวของ DTCC ครั้งนี้น่าจับตามากกว่าโครงการโทเคนไนซ์ทั่วไปที่เราเห็นกันมาก เพราะ DTCC ไม่ใช่สตาร์ทอัพที่มาพร้อม whitepaper แต่คือหัวใจของระบบการเงินสหรัฐฯ ที่จับมือกับ BlackRock, JPMorgan และ Goldman Sachs โดยตรง สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้คือการเปิดเผยชื่อบล็อกเชนที่ DTCC เลือกใช้จริง เพราะนั่นจะเป็นตัวแปรสำคัญที่กระทบราคาของเครือข่ายที่ได้รับเลือก อย่างไรก็ตาม ยังมีความท้าทายเรื่องมาตรฐานและการทำงานร่วมกันข้ามเครือข่ายที่ยังต้องพิสูจน์กันอีกนาน

ที่มา: CoinDesk

ภาพจาก AI