bitkub-banner

Michael Saylor ส่งสัญญาณ ‘กลับมาทำงานต่อ’ จ่อช้อน Bitcoin เพิ่ม หลังพักไปหนึ่งวีค 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Michael Saylor ส่งสัญญาณผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X ด้วยข้อความ “Back to work, BTC” บ่งบอกว่า MicroStrategy เตรียมกลับมาซื้อ Bitcoin เพิ่ม หลังจากเสร็จสิ้นการรายงานผลประกอบการประจำไตรมาส
  • ปัจจุบัน MicroStrategy ถือครอง Bitcoin รวมกว่า 818,334 BTC มูลค่ามหาศาลถึง 6.18 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยมีต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 75,537 ดอลลาร์ต่อเหรียญ และยังคงสถานะเจ้ามือรายใหญ่ที่สุดในบรรดาบริษัทมหาชน
  • เกิดกระแสวิจารณ์หลัง Saylor เปรยว่า อาจเทขาย Bitcoin บางส่วนเพื่อจ่ายปันผลแก่ผู้ถือตราสารหนี้ ซึ่งขัดกับจุดยืนเดิมที่ไม่เคยคิดจะขาย แต่บริษัทมองว่า เป็นการเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารสินทรัพย์

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Bullish 

แม้จะมีประเด็นเรื่องการแบ่งขายเพื่อจ่ายปันผล แต่ภาพรวมยังคงเป็นบวกอย่างมากจากการที่ Michael Saylor ยังคงเดินหน้าซื้อเพิ่ม ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ไม่มีเสื่อมคลาย โดยแรงซื้อจาก MicroStrategy มักเป็นตัวจุดฉนวนความคึกคักให้ตลาดเสมอ 

Michael Saylor ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Strategy ออกมาส่งสัญญาณว่า บริษัท Strategy ผู้ถือครอง Bitcoin รายใหญ่แห่งนี้จะกลับมาเดินหน้าซื้อ BTC เพิ่มในสัปดาห์นี้ ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากการรายงานผลประกอบการเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาเสร็จสิ้น 

Saylor  ได้โพสต์ข้อความลงบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา ว่า “Back to work, BTC”  หรือแปลเป็นไทยว่า กลับมาทำงาน $BTC ซึ่งเป็นข้อความที่ใช้ส่งสัญญาณก่อนการเข้าซื้อ Bitcoin จริงในวันถัดไป 

การเข้าซื้อ Bitcoin ครั้งล่าสุดของบริษัทเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 เมษายน โดยบริษัทซื้อ Bitcoin ไปจำนวน 3,273 BTC ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัท Strategy ถือครองบิตคอยน์รวมทั้งสิ้น 818,334 BTC คิดเป็นมูลค่าประมาณ 6.18 หมื่นล้านดอลลาร์ และมีต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 75,537 ดอลลาร์ต่อ 1 BTC ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ของ Strategy 

เปลี่ยนกลยุทธ์ เตรียมขาย Bitcoin บางส่วนเพื่อจ่ายปันผล

สิ่งที่สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดคือ การที่ Michael Saylor ระบุในระหว่างการแถลงผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2026 ว่า บริษัทอาจพิจารณาขายบิตคอยน์บางส่วนออกมาเป็นระยะ เพื่อนำเงินมาจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือตราสารหนี้ของบริษัท ซึ่งถือเป็นการขัดแย้งกับจุดยืนเดิมของบริษัท ที่เคยประกาศว่า จะไม่ขายบิตคอยน์โดยเด็ดขาด 

Saylor ให้เหตุผลว่า การเทขายเพื่อจ่ายปันผลนี้ เป็นการ “สร้างภูมิคุ้มกัน” ให้กับตลาด และเพื่อส่งสารว่า บริษัทสามารถบริหารจัดการสินทรัพย์ได้อย่างยืดหยุ่น 

ซึ่งเรื่องนี้สร้างความเห็นที่แตกออกเป็นสองฝ่ายในชุมชนคริปโต โดยฝ่ายหนึ่งอย่าง Adam Livingston มองว่า การเทขายเป็นครั้งคราวจะช่วยให้บริษัทมีสภาพคล่องในการระดมทุนเพื่อซื้อ BTC เพิ่มได้มากขึ้นในอนาคต 

ในขณะที่อีกฝ่ายกังวลว่า อาจเกิดสภาวะ “Doom Loop” ที่สร้างแรงกดดันมหาศาลต่อราคาตลาดโลก

CEO ยันการเทขายไม่กระทบราคาตลาด พร้อมแจงเหตุผลความจำเป็น

ด้าน Phong Le ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Strategy ได้ออกมาสร้างความเชื่อมั่นว่า บริษัท Strategy จะขายบิตคอยน์เฉพาะในกรณีที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น เช่น การจ่ายผลตอบแทนปันผล หรือการจัดการด้านภาษี และเชื่อมั่นว่า ทั้งการซื้อหรือขาย Bitcoin ของบริษัทจะไม่ส่งผลกระทบต่อราคาตลาดบิตคอยน์ในภาพรวม เนื่องจากปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของบิตคอยน์ทั่วโลกที่มีมูลค่ากว่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์ สามารถรองรับการจ่ายปันผลประจำปีของบริษัทมูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ได้อย่างสบาย 

โดย Phong Le เน้นย้ำว่า แม้บริษัทจะถือครองบิตคอยน์คิดเป็นสัดส่วนถึง 4% ของอุปทานทั้งหมด แต่บริษัทไม่ได้มีอิทธิพลในการปั่นราคา Bitcoin ให้ขึ้นหรือลงแต่อย่างใด

ที่มา : cointelegraph


มุมมองผู้เขียน : การที่ Michael Saylor ส่งสัญญาณว่ากำลัง “กลับมาลุยงานต่อ” (Back to Work) ในช่วงเวลานี้ ถือเป็นการช่วยเรียกสตินักลงทุนที่กำลังหวั่นวิตกเรื่องการเทขายได้เป็นอย่างดี เพราะข้อความสั้นๆ นี้สื่อชัดเจนว่า แผนการสะสม Bitcoin ของ Strategy ยังไม่มีคำว่าจบ และเจ้ามือรายใหญ่ที่สุดรายนี้ยังมองว่า ราคาในระดับปัจจุบันคือ “โอกาสในการเก็บของเพิ่ม” มากกว่าจะเป็นจุดที่ต้องกังวล