สรุปข่าว
- นักวิเคราะห์จาก CryptoQuant ตรวจพบสัญญาณ “Golden Cross” ในอัตราส่วน MVRV ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดมูลค่าสำคัญ โดยเหตุการณ์นี้เคยนำไปสู่การพุ่งขึ้นของราคากว่า 400% ในอดีต
- Bitcoin กำลังเผชิญจุดตัดสินสำคัญที่ระดับ 82,500 ดอลลาร์ หากยืนระยะได้มั่นคงจะเป็นการยืนยันการจบเทรนด์ขาลงอย่างเป็นทางการ และเปิดทางสู่เป้าหมายถัดไปที่ 92,000 ดอลลาร์
- เหล่านักวิเคราะห์เริ่มพูดถึง “Supercycle” ที่อาจผลักดันราคาBitcoinให้ทะยานไปถึง 180,000 – 250,000 ดอลลาร์ภายในปีนี้ จากแรงหนุนของนักลงทุนสถาบัน และโครงสร้างกราฟรายสัปดาห์ที่แข็งแกร่ง
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Bullish
การเกิดสัญญาณ Golden Cross ในตัวชี้วัด MVRV ร่วมกับการที่ราคาดีดกลับขึ้นมาอยู่เหนือต้นทุนเฉลี่ยของกลุ่มนักลงทุนระยะสั้น ถือเป็นสัญญาณทางเทคนิคที่บ่งบอกถึงขาขึ้นที่รุนแรงมาก เมื่อนำมาประกอบกับแรงซื้อจากสถาบันการเงินที่ยังคงเก็บของกันอย่างต่อเนื่อง ยิ่งทำให้ตลาดมีโอกาสสูงมากที่จะเข้าสู่สภาวะ “พุ่งทะยานแบบพาราโบลา” ซึ่งถ้าหากราคาสามารถทะลุผ่านแนวต้านสำคัญชุดนี้ไปได้ เป้าหมายระดับ 100,000 ดอลลาร์ ก็จะกลายเป็นเรื่องที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม และมีความเป็นไปได้จริงในเร็ว ๆ นี้
Bitcoin (BTC) อาจกำลังเข้าสู่ช่วงขาขึ้นที่ยาวนานอีกครั้ง หลังจากดัชนีชี้วัดมูลค่าสำคัญเริ่มส่งสัญญาณบวก โดยนักวิเคราะห์คริปโตระบุว่า ราคา Bitcoin มีโอกาสที่จะปรับตัวสูงขึ้นได้มากกว่านี้
ข้อมูลจากนักวิเคราะห์ CW8900 ของ CryptoQuant พบว่า อัตราส่วน MVRV (Market Value to Realized Value) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดว่า สินทรัพย์ถูกประเมินมูลค่าสูงเกินไปหรือไม่ กำลังจะเกิดปรากฏการณ์ “Golden Cross” กับเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน (EMA)
ในอดีตเหตุการณ์นี้มักจะเกิดขึ้น ก่อนการพุ่งขึ้นอย่างมหาศาลของราคา Bitcoin เช่น ในช่วงต้นปี 2023 ที่ราคาพุ่งขึ้น 90% และในเดือนกันยายน 2023 ที่นำไปสู่การพุ่งขึ้นของราคาถึง 400% จนทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 126,000 ดอลลาร์ในเดือนตุลาคม 2025 ที่ผ่านมา
จากการวิเคราะห์ก่อนหน้านี้ CW8900 ได้ชี้ให้เห็นสัญญาณ Golden Cross ตอนที่เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (SMA) 30 วัน ของค่า MVRV Ratio ของ Bitcoin พุ่งตัดขึ้นเหนือเส้น SMA 90 วัน เมื่อช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยเขาได้ระบุว่า:
“ตอนนี้ $BTC ได้กลับตัวเข้าสู่เทรนด์ขาขึ้นอย่างเต็มตัวแล้ว”

ที่มา: CW8900
นักลงทุนระยะสั้นกลับมาทำกำไร นักวิเคราะห์มองเป้าถัดไปที่ $92,000
การที่ Bitcoin ฟื้นตัวกลับมาที่ระดับ 83,000 ดอลลาร์เมื่อเร็ว ๆ นี้ ส่งผลให้ต้นทุนเฉลี่ยของผู้ถือครองระยะสั้น (STH Cost Basis) หรือกลุ่มที่ถือเหรียญน้อยกว่า 155 วัน ขยับขึ้นตามไปด้วย ซึ่งหมายความว่า ผู้ซื้อรายใหม่เริ่มกลับมามีกำไรอีกครั้ง
หากพิจารณาจากดัชนีชี้วัดความร้อนแรงของตลาด นักวิเคราะห์มองว่า Bitcoin ยังมีพื้นที่ให้วิ่งต่อได้ในระยะสั้น โดยมีเป้าหมายถัดไปอยู่ที่ระดับ 92,000 ดอลลาร์ และหากเข้าสู่สภาวะที่ร้อนแรงเกินไป ราคา Bitcoin ก็อาจพุ่งทะลุไปถึง 104,000 ดอลลาร์ ได้เลยทีเดียว

ช่วงราคาซื้อขายระยะสั้นของ Bitcoin แหล่งที่มา: Glassnode
นักวิเคราะห์ชี้ “การเบรกเอาต์ครั้งใหญ่” กำลังจะมา
ปัจจุบัน Bitcoin อยู่ในจุดตัดสินสำคัญ เนื่องจากกำลังทดสอบเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันที่ระดับ 82,500 ดอลลาร์ หากสามารถยืนเหนือระดับนี้ได้ จะเป็นการสิ้นสุดแนวโน้มขาลงที่ดำเนินมาหลายเดือนอย่างเป็นทางการ
หากผ่านแนวนี้ไปได้ ก็น่าจะจบเทรนด์ขาลงที่ลากยาวมาหลายเดือน แต่ถ้าราคาโดนตบกลับลงมา ก็อาจจะเกิดแรงเทขายรอบใหม่ จนราคาร่วงไปแถวระดับ $50,000 ได้เลย
นักวิเคราะห์จาก Shib Spain ชี้ให้เห็นว่า การเบรกเอาต์เหนือเส้นเทรนด์ไลน์ในกราฟรายสัปดาห์ ประกอบกับสัญญาณบวกจากอินดิเคเตอร์ MACD คือการยืนยันว่าโครงสร้างตลาดได้เปลี่ยนจากขาลงเป็นขาขึ้นเรียบร้อยแล้ว โดยเขาเชื่อว่า “การวิ่งของตลาดขาขึ้นเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น”
คาดการณ์การเกิด “Supercycle” สู่ระดับ 180,000 – 250,000 ดอลลาร์ในปีนี้
ในมุมมองระยะยาว นักวิเคราะห์ชื่อดังอย่าง Moustache ระบุว่า มูลค่าตลาดของ Bitcoin และค่า RSI ได้ดีดตัวขึ้นจากเส้นแนวรับที่ลากยาวมาหลายปี ซึ่งเป็นภาพเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในปี 2022 บ่งชี้ว่า ราคาBitcoinจะพุ่งสูงขึ้นไปอีกมาก
นอกจากนี้ นักวิเคราะห์หลายรายยังเริ่มคาดการณ์ถึงการเกิด “Supercycle” ที่อาจนำพาBitcoinพุ่งไปสู่ระดับราคา 180,000 ถึง 250,000 ดอลลาร์ ภายในปีนี้ โดยได้รับแรงหนุนจากการสะสมเหรียญอย่างต่อเนื่องของนักลงทุนสถาบัน และโครงสร้างทางเทคนิคที่แข็งแกร่งขึ้นในทุกมิติ
ที่มา : cointelegraph
มุมมองผู้เขียน : การที่สัญญาณ Golden Cross ในรอบ 3 ปีบนตัวชี้วัด MVRV กำลังจะเกิดขึ้น ถือเป็นสัญญาณที่น่าจับตา เพราะมันสะท้อนถึงสุขภาพทางการเงินของคนทั้งตลาด ไม่ใช่แค่ตัวเลขราคาที่ขึ้นลงชั่วคราว

