สรุปข่าว
- บริษัท MARA ตัดสินใจเทขาย Bitcoin มูลค่ากว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ในช่วงไตรมาสแรกเพื่อเพิ่มสภาพคล่องและนำเงินไปชำระหนี้ส่งผลให้บริษัทร่วงลงมาอยู่อันดับที่สี่ของผู้ถือครอง Bitcoin ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
- ผู้บริหารประกาศปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางธุรกิจโดยลดความสำคัญของการซื้อเครื่องขุด ASIC ล็อตใหญ่และหันมามุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและ Data Center เพื่อรองรับการเติบโตของเทคโนโลยี AI
- รายได้ในไตรมาสแรกของบริษัทลดลง 18% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าพร้อมกับตัวเลขขาดทุนสุทธิที่พุ่งสูงถึง 1.3 พันล้านดอลลาร์ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการประเมินมูลค่าการถือครอง Bitcoin ในพอร์ต
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
การที่บริษัทเหมืองขุดรายใหญ่ระดับโลกตัดสินใจเทขาย Bitcoin จำนวนมหาศาลเพื่อนำเงินไปปรับโครงสร้างหนี้และหันไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ถือเป็นแรงเทขายที่กดดันตลาดโดยตรงและสะท้อนถึงการลดบทบาทการเก็บสะสม Bitcoin ในระยะยาวของบริษัท
MARA หรือที่รู้จักกันในชื่อเดิมว่า Marathon Digital Holdings ซึ่งเป็นบริษัทเหมืองขุด Bitcoin รายใหญ่กำลังส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกชี้ให้เห็นว่าบริษัทกำลังลดบทบาทของการทำเหมืองขุดลงและหันไปมุ่งเน้นเรื่องพลังงาน Data Center และความต้องการด้าน AI มากขึ้น
ในรายงานผลประกอบการไตรมาสแรก MARA ระบุว่าจะไม่มีการสั่งซื้อเครื่องขุด ASIC ล็อตใหญ่ในเร็วๆ นี้ ซึ่งโดยปกติแล้วการซื้อเครื่องขุดจะเป็นตัวบ่งชี้สำคัญถึงแผนการเติบโตของธุรกิจเหมืองขุด การลดความสนใจในการซื้อเครื่องจักรใหม่จึงสะท้อนให้เห็นถึงการลดความสำคัญในการขยายกำลังการขุดอย่างชัดเจน
บริษัทกำลังเบนเข็มกลยุทธ์ด้านพลังงานไปสู่ AI และระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูง โดยมีแผนที่จะสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ควบคู่ไปกับเหมืองขุดเดิม ซึ่งจะช่วยให้บริษัทยังคงมีรายได้จาก Bitcoin ต่อไปแต่ก็เปิดทางเลือกที่จะสลับการจ่ายพลังงานไปรองรับความต้องการด้าน AI และ IT ได้ทันทีเมื่อตลาดเติบโตเต็มที่ ทางบริษัทคาดการณ์ว่ากำลังการขุดที่บริษัทเป็นเจ้าของเองกว่า 90% อาจถูกเปลี่ยนไปใช้สำหรับโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และ IT ในท้ายที่สุด
สำหรับผลประกอบการในไตรมาสแรกเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา บริษัทรายงานรายได้ลดลง 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้ามาอยู่ที่ 174.6 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่ยอดขาดทุนสุทธิขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 1.3 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการประเมินมูลค่าการขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการถือครอง Bitcoin จำนวน 38,689 เหรียญหลังจากที่ราคาเหรียญร่วงลง 17% ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา
ประเด็นสำคัญคือ MARA ได้ทำการเทขาย Bitcoin มูลค่ารวมกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสนี้เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและนำไปจัดการกับหนี้สิน โดยเม็ดเงินส่วนนี้รวมถึงยอดขาย 1.1 พันล้านดอลลาร์ในช่วงปลายไตรมาสเพื่อนำไปซื้อคืนหุ้นกู้แปลงสภาพ การเทขายครั้งใหญ่นี้ส่งผลให้ MARA ร่วงลงมาสองอันดับกลายเป็นผู้ถือครอง Bitcoin ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์รายใหญ่เป็นอันดับสี่ของโลก
ในวัฏจักรตลาดรอบก่อนหน้านี้ บริษัทเหมืองขุดที่จดทะเบียนในตลาดมักจะถูกประเมินมูลค่าจากความสามารถในการขุดและกักเก็บ Bitcoin เอาไว้ให้ได้มากที่สุด แต่ตอนนี้ MARA กำลังแสดงให้เห็นถึงลำดับความสำคัญที่เปลี่ยนไป โดยมอง Bitcoin เป็นเพียงกระสุนสำรองบนงบดุลที่พร้อมจะงัดออกมาใช้เมื่อมีความจำเป็น
การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ครั้งนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วผ่านการทำดีลทางธุรกิจ โดย MARA ได้จับมือเป็นพันธมิตรกับ Starwood Capital และตกลงเข้าซื้อกิจการ Long Ridge Energy & Power ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและพื้นที่สำหรับ Data Center ในรัฐโอไฮโอด้วยมูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งทางบริษัทประเมินว่าพื้นที่ดังกล่าวจะสามารถรองรับการใช้พลังงานสำหรับ AI ได้มากกว่า 600 เมกะวัตต์ในอนาคต
ถึงแม้ทิศทางบริษัทจะเปลี่ยนไป แต่ธุรกิจเหมืองขุดก็ยังคงมีการเติบโตในไตรมาสนี้ โดย Hashrate เพิ่มขึ้น 33% เมื่อเทียบเป็นรายปีมาอยู่ที่ 72.2 Exahash ต่อวินาที และ MARA สามารถขุด Bitcoin ได้ทั้งหมด 2,247 เหรียญ เพิ่มขึ้นจาก 2,011 เหรียญในไตรมาสก่อนหน้า
เห็นได้ชัดว่าการขุด Bitcoin ยังคงมีประโยชน์ต่อบริษัท แต่เพียงแค่มันอาจไม่ใช่ธุรกิจหลักที่บริษัทจะฝากอนาคตไว้อีกต่อไป
ที่มา coindesk
มุมมองส่วนตัวผมมองว่าการขยับตัวของ MARA สะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์การเอาตัวรอดของธุรกิจเหมืองขุดในช่วงที่ผลตอบแทนจากการขุดน้อยลงหลังเหตุการณ์ Halving ครับ การทำเหมืองขุด Bitcoin เพียงอย่างเดียวอาจมีความเสี่ยงสูงเกินไปเมื่อเทียบกับต้นทุนพลังงานที่มหาศาล การที่บริษัทระดับโลกยอมหั่นพอร์ต Bitcoin ขายออกมาเพื่อเอาเงินไปลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ถือเป็นการปรับตัวที่ชาญฉลาดในโลกธุรกิจ แต่ในมุมมองของนักลงทุน Crypto การที่ Whale ระดับนี้มองเห็นว่า Data Center และ AI มีอนาคตสดใสกว่าการขุดเหรียญเก็บไว้ อาจสร้าง Sentiment เชิงลบให้กับตลาดและทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของการทำเหมืองขุดในระยะยาวครับ
