bitkub-banner

ETH ร่วง 2.55% หลุด $2,270 ทดสอบแนวรับกรอบ 8 สัปดาห์

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ETH ร่วงลง 2.55% ในช่วงสั้น แตะระดับ $2,270.58 เมื่อวันที่ 12 พ.ค. 2569 ใกล้จุดต่ำสุดของกรอบการแกว่งตัว 8 สัปดาห์
  • ราคาในรอบ 24 ชั่วโมงแกว่งระหว่าง $2,265.76 ถึง $2,343.30 ปริมาณซื้อขายอยู่ที่ 1.43 หมื่นล้านดอลลาร์ สะท้อนตลาดยังขาดแรงหนุนชัดเจน
  • ETH กำลังทดสอบขอบล่างของกรอบ $2,265 $2,421 ที่อยู่มานานกว่า 2 เดือน หากหลุดโซนนี้อาจเปิดทางสู่แรงขายรอบใหม่

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

การร่วงครั้งนี้กดราคา ETH ลงสู่ขอบล่างของกรอบที่เคยพยุงมาตลอด 8 สัปดาห์ ท่ามกลางปริมาณซื้อขายที่ยังบางเบา แรงซื้อยังไม่ปรากฏชัด ทำให้ภาพรวมในระยะสั้นยังคงเป็นขาลง

ราคา Ethereum (ETH) ดิ่งลงเร็ว 2.55% ในวันที่ 12 พ.ค. 2569 แตะ $2,270.58 กดราคาลงมาทดสอบขอบล่างของกรอบการแกว่งตัวที่อยู่มานานกว่า 2 เดือน การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและฉับพลัน จากระดับ $2,340 กว่าในช่วงเช้า ราคาไหลลงมาโดยแทบไม่มีแรงรับ จนมาหยุดอยู่ใกล้ $2,265 ซึ่งเป็นโซนที่ตลาดเคยพยุงราคาไว้ได้มาตลอด

ETH 4H price chart

ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ETH แกว่งระหว่างจุดสูงสุด $2,343.30 และจุดต่ำสุด $2,265.76 ลดลงสุทธิ 1.89% มูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 2.74 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่ปริมาณซื้อขายใน 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 1.43 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งยังต่ำกว่าระดับที่เคยเห็นในช่วงตลาดพลิกทิศทางสำคัญอย่างมีนัยสำคัญ

เกิดอะไรขึ้นในช่วงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา

สิ่งที่น่าสังเกตในการร่วงรอบนี้คือความเร็ว ETH ลื่นไถลจากแถว $2,340 ลงมาแตะ $2,270 ในระยะเวลาสั้น โดยไม่มีแรงรับหรือแรงซื้อกลับที่ชัดเจนระหว่างทาง ราคาตอนนี้อยู่ในบริเวณต่ำสุดของกรอบ $2,265 $2,421 ที่ ETH ใช้เวลาราว 8 สัปดาห์แกว่งอยู่ภายใน นับตั้งแต่ฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดบริเวณ $1,821 ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569

ภาพใหญ่ยังชวนกังวล ETH ยังคงอยู่ในเทรนด์ขาลงระยะยาวที่เริ่มต้นตั้งแต่ปลายปี 2568 หลังราคาแตะจุดสูงสุดใกล้ $4,829 ในช่วงสิงหาคม 2568 และร่วงลงมากกว่า 53% จากจุดนั้น การแกว่งตัวที่เราเห็นอยู่นี้จึงเป็นเพียงการพักฐานหลังการดิ่งลงครั้งใหญ่ ยังไม่มีสัญญาณที่บ่งชี้ชัดว่าตลาดพลิกกลับมาเป็นขาขึ้นอย่างยั่งยืน

ปัจจัยที่กดดันราคาในช่วงนี้

ในเชิงมหภาค ตลาดคริปโตโดยรวมยังคงแบกรับแรงกดดันจากสภาพแวดล้อมอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังคงส่งสัญญาณระมัดระวังเรื่องการลดดอกเบี้ย ทำให้นักลงทุนยังลังเลที่จะเพิ่มความเสี่ยงในสินทรัพย์เก็งกำไรอย่างคริปโต บรรยากาศนี้กดดันเงินไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยงโดยตรง

ในเชิงเทคนิค ปริมาณซื้อขายที่ลดลงต่อเนื่องสะท้อนให้เห็นว่าทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขายต่างก็ขาดความเชื่อมั่น ตลาดอยู่ในสภาวะลังเลว่าจะขึ้นหรือลง ซึ่งในสภาวะแบบนี้ แรงขายเพียงเล็กน้อยก็สามารถดันราคาให้หลุดกรอบได้ง่ายกว่าปกติ นอกจากนี้ ความเคลื่อนไหวในตลาดฟิวเจอร์ยังบ่งชี้ว่าผู้เล่นบางส่วนกำลังป้องกันความเสี่ยงขาลงเพิ่มขึ้น

สิ่งที่ต้องจับตาในช่วงถัดไป

โซนราคา $2,265 คือจุดที่ตลาดกำลังทดสอบอยู่ตอนนี้ และเป็นระดับที่สำคัญมากในเชิงโครงสร้าง หากราคาสามารถยืนเหนือบริเวณนี้ได้ กรอบการแกว่งตัว 8 สัปดาห์ก็ยังคงสมบูรณ์ แต่ถ้าหากหลุดลงไปอย่างชัดเจน สัญญาณต่อมาที่นักวิเคราะห์จะจับตาคือโซน $2,200 และ $2,090 ตามลำดับ

ในทางกลับกัน หากแรงซื้อกลับเข้ามาและราคาดีดขึ้นยืนเหนือโซน $2,340 $2,421 ได้อีกครั้ง ก็อาจเป็นสัญญาณว่ากรอบการแกว่งตัวยังมีแรงพยุง อย่างไรก็ตาม แนวต้านที่ $2,421 ยังคงเป็นด่านแรกที่ต้องผ่านก่อน และด้วยปริมาณซื้อขายที่บางเบาในตอนนี้ การทะลุผ่านระดับนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ผู้ที่ติดตามตลาดควรจับตาดูว่าราคาจะตอบสนองต่อโซนนี้อย่างไรในช่วง 24 48 ชั่วโมงข้างหน้า


ความเห็นผู้เขียน

ผมต้องบอกตรง ๆ ว่าการดิ่งรอบนี้เร็วกว่าที่คิด ETH ไหลลงมาจาก $2,340 สู่ $2,270 โดยแทบไม่มีแรงต้านระหว่างทาง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าตลาดตอนนี้เปราะบางมาก แม้ราคาจะยังอยู่ในกรอบที่นิยามมาตลอด 8 สัปดาห์ แต่การที่ราคากดลงมาทดสอบขอบล่างอีกครั้งโดยไม่มีแรงซื้อรับที่แข็งแกร่ง ทำให้รู้สึกว่ากรอบนี้กำลังส่งสัญญาณอ่อนแอลงเรื่อย ๆ

สิ่งที่ผมเป็นห่วงที่สุดคือปริมาณซื้อขายที่ยังต่ำมาก 1.43 หมื่นล้านดอลลาร์ไม่ได้บ่งบอกว่ามีแรงซื้อใหญ่รออยู่ข้างล่าง ตลาดที่เงียบแบบนี้มักจะ “เซอร์ไพรส์” ได้ทั้งสองทิศทาง ทั้งดีดขึ้นแรงหรือดิ่งลงหนัก สำหรับคนที่กำลังติดตามอยู่ ผมแนะนำให้ระวังการตามตลาดในช่วงที่ราคาเคลื่อนไหวเร็วแบบนี้เพราะมักเกิดการย้อนกลับที่รวดเร็วเช่นกัน อดทนรอดูทิศทางที่ชัดขึ้นก่อนน่าจะเป็นทางเลือกที่ฉลาดกว่า

คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน

ภาพจาก AI