bitkub-banner

เบอร์มิวดาย้ายระบบชำระเงินขึ้น Stellar มุ่งเป็นประเทศ On-chain แห่งแรกของโลก

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • เบอร์มิวดาและ Stellar Development Foundation ประกาศร่วมกันในวันที่ 12 พ.ค. 2026 เพื่อย้ายระบบชำระเงินและบริการทางการเงินของประเทศขึ้น Stellar network
  • ประชาชนจะสามารถรับเงินเดือน ชำระค่าสินค้า จ่ายค่าธรรมเนียมรัฐ และถือสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านกระเป๋าเงิน Stellar พร้อมทดลองใช้ Stablecoin และเครื่องมือ Tokenization สำหรับสถาบันการเงิน
  • เป้าหมายคือลดค่าธรรมเนียมการชำระเงินของพ่อค้าแม่ค้าที่ปัจจุบันสูงถึง 3%-5% และก้าวสู่การเป็นประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจ On-chain เต็มรูปแบบแห่งแรกของโลก

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การที่รัฐบาลระดับประเทศนำ Stellar network มาใช้จริงในระบบชำระเงินแห่งชาติถือเป็นสัญญาณบวกต่อการรับเอาบล็อกเชนในโลกจริง แม้เบอร์มิวดาจะเป็นเกาะเล็กที่มีเศรษฐกิจขนาดจำกัด แต่ความสำเร็จของโครงการนี้อาจเป็นต้นแบบให้ประเทศอื่นเดินตาม ส่งผลเชิงบวกต่อความเชื่อมั่นในวงการคริปโตโดยรวมในระยะยาว

เมื่อวันที่ 12 พ.ค. 2026 ตามรายงานจาก CoinDesk รัฐบาลเบอร์มิวดาและ Stellar Development Foundation ได้ประกาศร่วมกันเริ่มต้นย้ายระบบชำระเงินและบริการทางการเงินหลักของประเทศขึ้นบน Stellar network ถือเป็นก้าวแรกในเชิงปฏิบัติการสู่เป้าหมายของเบอร์มิวดาในการเป็นประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจบนบล็อกเชนเต็มรูปแบบแห่งแรกของโลก ภายใต้แผนนี้ ประชาชนชาวเบอร์มิวดาจะสามารถใช้กระเป๋าเงินดิจิทัลบน Stellar network เพื่อรับเงินเดือน ชำระค่าสินค้ากับร้านค้า จ่ายค่าธรรมเนียมรัฐบาล และถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลได้ นอกจากนี้รัฐบาลยังวางแผนทดลองใช้การชำระเงินด้วย Stablecoin และจะเปิดให้สถาบันการเงินเข้าถึงเครื่องมือ Tokenization รวมถึงนำสินทรัพย์ดิจิทัลเหล่านี้ไปใช้ในการแจกจ่ายสวัสดิการสังคมของภาครัฐ

ลดค่าธรรมเนียมพ่อค้าแม่ค้าเป็นเป้าหมายหลัก

หนึ่งในแรงจูงใจสำคัญของโครงการนี้คือการแก้ปัญหาค่าธรรมเนียมการชำระเงินที่สูงของผู้ประกอบการในเบอร์มิวดา ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 3% ถึง 5% หรืออาจสูงกว่านั้น ระบบชำระเงินดั้งเดิมของเกาะแห่งนี้ถูกมองว่ามีข้อจำกัดและต้นทุนสูงสำหรับเศรษฐกิจที่มีขนาดเล็กและพึ่งพาผู้ประกอบการรายย่อย การใช้บล็อกเชนจึงถูกคาดหวังว่าจะช่วยลดต้นทุนเหล่านี้ได้อย่างมีนัยสำคัญ เพิ่มประสิทธิภาพการชำระเงิน และเสริมความแข็งแกร่งให้โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินดิจิทัลของประเทศ

สำหรับสถาบันการเงิน โครงการนี้จะเปิดโอกาสให้เข้าถึงเครื่องมือสร้างสินทรัพย์ในรูปแบบ Token ซึ่งหมายความว่าผลิตภัณฑ์ทางการเงินหลากหลายประเภทอาจถูกนำมาอยู่บนบล็อกเชนได้ในอนาคต เป็นการขยายขอบเขตของระบบการเงินดิจิทัลในเบอร์มิวดาให้ครอบคลุมกว้างขวางกว่าแค่การชำระเงินพื้นฐาน

เส้นทางสู่เศรษฐกิจ On-chain ที่เริ่มตั้งแต่ปี 2018

ความทะเยอทะยานของเบอร์มิวดาในด้านนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ก่อนหน้านี้รัฐบาลเบอร์มิวดาได้ออกกฎหมาย Digital Asset Business Act (DABA) ตั้งแต่ปี 2018 เพื่อสร้างกรอบกฎหมายที่ชัดเจนสำหรับธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมี Bermuda Monetary Authority (BMA) ทำหน้าที่กำกับดูแลและออกใบอนุญาตสำหรับกิจกรรมที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และในเดือนมกราคม 2026 ที่ผ่านมา รัฐบาลเบอร์มิวดาได้ประกาศแผนการจับมือกับ Coinbase และ Circle เพื่อติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วทั้งภาครัฐ ธุรกิจ และผู้บริโภค ซึ่งถือเป็นการประกาศต่อสาธารณชนในเวที World Economic Forum ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

การเลือกใช้ Stellar network ในครั้งนี้จึงเป็นการต่อยอดจากแผนระยะยาวที่วางไว้ และถือเป็นการเปลี่ยนจากคำประกาศในเชิงนโยบายสู่การลงมือปฏิบัติจริงในระดับประเทศ ซึ่งหากสำเร็จ เบอร์มิวดาจะกลายเป็นกรณีศึกษาสำคัญที่โลกจะจับตามองอย่างใกล้ชิด


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าโครงการของเบอร์มิวดาครั้งนี้น่าสนใจมากในแง่ของแนวคิด เพราะนี่คือครั้งแรกที่มีรัฐบาลระดับประเทศตั้งใจจริงจะย้ายทั้งระบบเศรษฐกิจขึ้นบล็อกเชน ไม่ใช่แค่ทดลองใช้บางส่วน แต่ต้องยอมรับว่าเบอร์มิวดาเป็นเกาะเล็กมากที่มีประชากรแค่ราว 65,000 คน ดังนั้นผลกระทบต่อตลาดคริปโตโดยรวมในระยะสั้นยังคงจำกัดอยู่ สิ่งที่น่าจับตาจริงๆ คือ ถ้าระบบนี้ทำงานได้ดีจริงและลดค่าธรรมเนียมลงได้ตามที่ตั้งใจ อาจเป็นแม่แบบให้ประเทศเกาะหรือประเทศขนาดเล็กอื่นๆ พิจารณาเดินตาม ซึ่งนั่นแหละจะเป็นตัวเปลี่ยนเกมที่แท้จริง

ที่มา: @CoinDesk

ภาพจาก AI