bitkub-banner

ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ ระงับคำสั่งห้ามภาษีนำเข้า 10% ของทรัมป์ชั่วคราว

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ (U.S. Court of Appeals for the Federal Circuit) มีคำสั่งระงับคำตัดสินของศาลการค้าระหว่างประเทศที่เคยสั่งห้ามภาษีนำเข้าทั่วโลก 10% ของทรัมป์ไว้ชั่วคราว เมื่อวันที่ 12 พ.ค. 2026
  • ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ศาลการค้าระหว่างประเทศได้ตัดสิน 2 ต่อ 1 ว่าภาษีดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยให้ความคุ้มครองเฉพาะผู้นำเข้า 2 รายและรัฐวอชิงตัน ก่อนฝ่ายบริหารทรัมป์จะยื่นอุทธรณ์ขอระงับคำสั่งในวันถัดมา
  • มาตรการภาษี 10% นี้มีกำหนดหมดอายุวันที่ 24 ก.ค. 2026 และอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ต่อไป ผลคดีจะชี้ชะตาอำนาจของฝ่ายบริหารในการใช้มาตรา 122 เพื่อกำหนดภาษีนำเข้า

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Neutral

ข่าวนี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมภาษีนำเข้าอย่างมีนัยสำคัญจากมุมมองตลาด เนื่องจากภาษี 10% ยังมีผลบังคับใช้อยู่เดิมต่อผู้นำเข้าส่วนใหญ่ก่อนหน้านี้อยู่แล้ว การระงับคำสั่งเพียงแค่รักษาสถานะเดิมไว้ระหว่างรอกระบวนการอุทธรณ์ ราคาสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโตจึงไม่ได้รับผลกระทบชัดเจนในระยะสั้น

ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ มีคำสั่งระงับคำตัดสินของศาลชั้นต้นที่สั่งห้ามมาตรการภาษีนำเข้าทั่วโลก 10% ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไว้ชั่วคราว เมื่อวันที่ 12 พ.ค. 2026 ตามรายงานจาก Watcher.Guru และ เจ้ามือ Insider ทางโซเชียลมีเดีย X การระงับชั่วคราวนี้มาจากศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ สำหรับวงจรของรัฐบาลกลาง (U.S. Court of Appeals for the Federal Circuit) ซึ่งหมายความว่าภาษีดังกล่าวยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไปในระหว่างที่กระบวนการอุทธรณ์กำลังดำเนินอยู่ เหตุการณ์นี้เป็นพัฒนาการล่าสุดในการต่อสู้ทางกฎหมายที่ดำเนินมาหลายเดือนเกี่ยวกับนโยบายภาษีนำเข้าของรัฐบาลทรัมป์

ที่มาของการต่อสู้ทางกฎหมาย

เหตุการณ์นี้มีต้นตอจากคำตัดสินของศาลการค้าระหว่างประเทศสหรัฐฯ (U.S. Court of International Trade) เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2026 ที่ตัดสินด้วยคะแนนเสียง 2 ต่อ 1 ว่ามาตรการภาษีทั่วโลก 10% ของทรัมป์ที่บังคับใช้ภายใต้มาตรา 122 แห่งพระราชบัญญัติการค้าปี 1974 นั้น ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยศาลวินิจฉัยว่าฝ่ายบริหารอ้างอำนาจผิดเงื่อนไข เนื่องจากมาตรา 122 ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหา “การขาดดุลการชำระเงินอย่างรุนแรง” ไม่ใช่การขาดดุลการค้าหรือบัญชีเดินสะพัด

อย่างไรก็ตาม คำสั่งของศาลการค้าระหว่างประเทศในครั้งนั้นให้ความคุ้มครองเฉพาะโจทก์ที่ยื่นฟ้องเท่านั้น ได้แก่ ผู้นำเข้าเอกชนสองราย คือ Burlap & Barrel และ Basic Fun! รวมถึงรัฐวอชิงตัน ไม่ได้ออกคำสั่งคุ้มครองทั่วประเทศ ทำให้ผู้นำเข้ารายอื่นส่วนใหญ่ยังคงต้องจ่ายภาษีอยู่ตามปกติ จากนั้นฝ่ายบริหารทรัมป์ก็รีบยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ในวันที่ 11 พ.ค. เพื่อขอให้ระงับคำตัดสินดังกล่าวไว้ก่อน และศาลอุทธรณ์ก็ตอบรับคำร้องนั้นในวันถัดมา

บริบทและสิ่งที่ต้องจับตา

ภาษีนำเข้า 10% ชุดนี้ถูกกำหนดโดยทรัมป์เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026 (ประกาศฉบับที่ 11012 มีผลบังคับใช้วันที่ 24 ก.พ. 2026) เพื่อทดแทนมาตรการภาษีชุดก่อนหน้าที่ศาลฎีกาได้ตัดสินยกเลิกไปก่อนหน้านั้น โดยในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ศาลฎีกาได้วินิจฉัยในคดี Learning Resources, Inc. v. Trump ว่าภาษีที่บังคับใช้ภายใต้พระราชบัญญัติอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (IEEPA) นั้นผิดกฎหมาย ส่งผลให้มีการคืนเงินภาษีราว 1.66 แสนล้านดอลลาร์แก่ผู้นำเข้า

มาตรการภาษีตามมาตรา 122 มีกำหนดหมดอายุในวันที่ 24 ก.ค. 2026 และในระหว่างนี้ กระบวนการอุทธรณ์ยังคงดำเนินต่อไป ผลคดีครั้งนี้จะมีนัยสำคัญต่อขอบเขตอำนาจของฝ่ายบริหารในการใช้กฎหมายการค้าเพื่อกำหนดภาษีนำเข้า ซึ่งเป็นประเด็นที่ภาคธุรกิจและนักลงทุนทั่วโลกต่างจับตามอง


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการต่อสู้ทางกฎหมายเรื่องภาษีนำเข้าของทรัมป์ยังไม่จบง่าย ๆ เพราะนี่คือรอบที่สามแล้วที่รัฐบาลต้องหาช่องทางกฎหมายใหม่หลังจากโดนศาลตีตก สิ่งที่น่าสังเกตคือภาษีชุดนี้มีกำหนดหมดอายุกลางเดือน ก.ค. อยู่แล้ว ดังนั้นการอุทธรณ์ครั้งนี้อาจเป็นเพียงการยื้อเวลาเพื่อให้ฝ่ายบริหารมีเวลาเตรียมมาตรการอื่นแทน สิ่งที่ควรจับตาต่อไปคือว่าฝ่ายบริหารจะหันไปใช้มาตรา 301 หรือมาตรา 232 แทนหรือไม่ ซึ่งถ้าเกิดขึ้น ตลาดการค้าโลกก็อาจต้องปรับตัวรับความไม่แน่นอนรอบใหม่อีกครั้ง

ที่มา: @WatcherGuru

ภาพจาก AI