bitkub-banner

วุฒิสภาจ่อโหวต Clarity Act ท่ามกลางการยื่นขอแก้กฎหมายกว่า 100 ข้อ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • วุฒิสภาสหรัฐฯ เตรียมลงมติร่างกฎหมาย Clarity Act ในวันพฤหัสบดีนี้ โดยมีการยื่นขอแก้ไขกฎหมายเพิ่มเติมกว่า 100 ฉบับ ครอบคลุมประเด็นร้อนอย่างการสั่งห้าม CBDC และนิยามผลตอบแทนของ Stablecoin
  • เกิดการขับเคี่ยวกันอย่างหนักระหว่างพรรคเดโมแครตที่เน้นด้านจริยธรรมและการกำกับดูแล DeFi กับพรรครีพับลิกันที่มุ่งขัดขวางการออกเหรียญดิจิทัลโดยธนาคารกลาง เพื่อรักษาเสถียรภาพระบบธนาคารดั้งเดิม
  • ประเด็นด้านจริยธรรมของครอบครัวประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กลายเป็นจุดแตกหักสำคัญ หลังมีข้อเสนอสั่งห้ามเจ้าหน้าที่ระดับสูง เป็นเจ้าของหรือโปรโมตสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral 

แม้ร่างกฎหมาย Clarity Act จะเป็นสัญญาณบวกในการสร้างความชัดเจนด้านกฎระเบียบ ที่อุตสาหกรรมคริปโตเฝ้ารอมานาน แต่ความซับซ้อนของข้อเสนอแก้ไขที่มีมากกว่า 100 ฉบับ และความขัดแย้งเรื่องจริยธรรมของผู้นำประเทศ อาจทำให้กระบวนการผ่านกฎหมายเกิดความล่าช้าหรือถูกปรับลดความเข้มข้นลง ตลาดในขณะนี้จึงเลือกที่จะรอดูผลการโหวตในวันพฤหัสบดีอย่างระมัดระวัง

เหล่านิติบัญญัติได้ยื่นข้อเสนอแก้ไขกฎหมายเพิ่มเติมมากกว่า 100 ฉบับ ในร่างกฎหมาย Clarity Act ก่อนที่จะมีการพิจารณาคดี และลงมติครั้งสำคัญในวันพฤหัสบดีนี้ 

โดยข้อเสนอเหล่านี้ครอบคลุมตั้งแต่การเพิ่มอำนาจในการคว่ำบาตร, การสั่งห้ามสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC), ไปจนถึงการปรับเปลี่ยนถ้อยคำเกี่ยวกับผลตอบแทนจาก Stablecoin ซึ่งถือเป็นจุดแตกหักสำคัญในการเจรจา โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการห้ามบริษัทจ่ายดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนจากการถือครอง Stablecoin เพื่อป้องกันปัญหาเงินฝาก ไหลออกจากระบบธนาคารดั้งเดิมตามข้อกังวลของภาคการธนาคารและทำเนียบขาว

การขับเคี่ยวระหว่างพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันต่อกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโต

ในฝั่งของพรรคเดโมแครต สว. Jack Reed ได้ยื่นข้อเสนอเกือบ 20 ฉบับ รวมถึงการขอปรับนิยามผลตอบแทน Stablecoin ให้มีความคล้ายคลึงกับดอกเบี้ยธนาคารมากขึ้น 

ขณะที่ สว. Andy Kim เสนอให้ฟื้นฟูทีมบังคับใช้กฎหมายคริปโตระดับชาติ (NCET) ที่เคยถูกยุบไปในปี 2025 

ส่วนฝั่งพรรครีพับลิกัน สว. Bill Hagerty ก็มุ่งเน้นไปที่การขัดขวางไม่ให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ออกเหรียญ CBDC ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนที่ทำให้ร่างกฎหมายในสภาผู้แทนราษฎรเคยชะงักมาแล้ว 

นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอที่มุ่งเป้าไปที่การกำกับดูแลการเงินไร้ศูนย์กลาง (DeFi) โดย สว. Mark Warner เสนอให้กระทรวงการคลัง เขียนกฎระเบียบที่ชัดเจนสำหรับผู้ควบคุมแพลตฟอร์มการซื้อขายที่ไม่ใช่แบบกระจายศูนย์อย่างแท้จริง

ประเด็นจริยธรรม เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนของครอบครัวทรัมป์

ประเด็นเรื่องจริยธรรม ก็กลายเป็นจุดสนใจหลัก เนื่องจากข้อกังวลเกี่ยวกับธุรกิจคริปโตของ Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และครอบครัว ซึ่ง Bloomberg ประเมินว่า สามารถทำรายได้ไปแล้วกว่า 1.4 พันล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง ทำให้สว. Chris Van Hollen ได้ยื่นข้อเสนอแก้ไข เพื่อสั่งห้ามให้ประธานาธิบดี รองประธานาธิบดี และเจ้าหน้าที่ระดับสูงรวมถึงคนในครอบครัว เป็นเจ้าของสินทรัพย์ดิจิทัล หรือโปรโมตสินทรัพย์ดิจิทัล 

ขณะที่ สว. Elizabeth Warren วิจารณ์ว่า ร่างกฎหมายฉบับล่าสุด อาจยิ่งกระตุ้นให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์อย่างรุนแรง โดยยืนยันว่า กฎหมายคริปโตจะไม่สามารถผ่านคณะกรรมาธิการการธนาคารไปได้ หากไม่มี “เกราะป้องกันด้านจริยธรรม” ที่แท้จริง

การสนับสนุนจากอุตสาหกรรม ท่ามกลางเสียงค้านจากธนาคาร

แม้จะมีข้อพิพาทหลายจุด แต่ผู้บริหารระดับสูงจาก Coinbase และองค์กรอย่าง Blockchain Association ต่างแสดงการสนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้อย่างเต็มที่ โดยมองว่า เป็นช่วงเวลาที่จะทำให้สหรัฐฯ ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล และช่วยรักษาให้การสร้างนวัตกรรมอยู่ภายในประเทศ 

อย่างไรก็ตาม สมาคมธนาคารอเมริกัน (ABA) ยังคงออกมาคัดค้านอย่างหนัก โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องผลตอบแทนจาก Stablecoin 

ซึ่งขั้นตอนต่อไปคือ การลงมติจากคณะกรรมาธิการการธนาคารในวันพฤหัสบดีนี้ ที่ต้องนำไปปรับจูนให้ตรงกับฉบับของคณะกรรมาธิการการเกษตร ก่อนจะส่งให้สภาผู้แทนราษฎรตัดสิน และส่งต่อไปยังโต๊ะของประธานาธิบดีทรัมป์ เพื่อลงนามบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป

ที่มา : theblock


มุมมองผู้เขียน : Clarity Act รอบนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่มันคือเกมการเมืองที่เดิมพันด้วยขั้วอำนาจทางการเงิน การที่มีข้อเสนอแก้กฎหมายเป็นร้อยฉบับสะท้อนว่า ทุกคนอยากมีส่วนแบ่งในเรื่องนี้ โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง “ดอกเบี้ย Stablecoin” ที่ธนาคารกลัวว่าคนจะแห่ถอนเงินไปฝากคริปโตแทน