bitkub-banner

AI Agent เทรดคริปโตไม่มีที่ไป Bitkub-Binance ไม่รองรับ บีบหนีไป DEX

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปบทความ
  • AI และระบบอัตโนมัติครองปริมาณการเทรดคริปโตสูงถึง 88% ของตลาดทั่วโลกในไตรมาส 1 ปี 2026 ขณะที่นักเทรดรายย่อยมีส่วนแบ่งเพียง 5%
  • CEX อย่าง Binance, Coinbase, Bitkub ไม่ได้ออกแบบมารองรับ AI Agent เพราะมี KYC, Rate Limit, และ Throttling ที่ขัดขวางการทำงานของบอท
  • AI Agent กำลังถูกบีบให้ย้ายไปอยู่บน DEX อย่าง Hyperliquid และโปรโตคอลใหม่อย่าง x402 ของ Coinbase อาจเร่งให้ยุค CEX ล่มสลายเร็วกว่าที่คิด

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  NEUTRAL

ข่าวนี้เป็น Neutral เพราะเป็นการวิเคราะห์โครงสร้างตลาดที่กำลังเปลี่ยนแปลง ไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อราคา Bitcoin หรือ Altcoin ในระยะสั้น แต่ในระยะกลาง-ยาว อาจส่งผลให้สภาพคล่องไหลออกจาก CEX ไปสู่ DEX ซึ่งจะกระทบมูลค่าของหุ้น/โทเคนที่เกี่ยวข้องกับ CEX และเป็นบวกกับ Ecosystem DEX อย่าง Hyperliquid

ทุกคนกำลังตื่นเต้นกับ AI Agent ที่จะมาเทรดคริปโตแทนมนุษย์ ทุกโปรเจกต์ตั้งแต่ Tick, Donut, RAFA AI ไปจนถึง x402 ของ Coinbase กำลังโฆษณาว่าบอท AI จะเปลี่ยนเกมการเทรดไปตลอดกาล แต่ในความตื่นเต้นนี้ มีคำถามใหญ่ที่แทบไม่มีใครกล้าถาม นั่นคือ AI Agent พวกนี้จะไปเทรดที่ไหนกันแน่

เพราะถ้าคุณลองคิดตามดี ๆ เว็บกระดานเทรดอย่าง Binance, Coinbase หรือ Bitkub ที่คนไทยใช้กันทุกวัน ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับบอท AI ที่ยิงคำสั่งวินาทีละพันครั้ง ระบบ KYC ที่บังคับให้ทุกบัญชีต้องผูกกับบัตรประชาชนคน ระบบ Rate Limit ที่จำกัดจำนวน API call ต่อวินาที ระบบ Throttling ที่ตัดการเชื่อมต่อทันทีเมื่อมีพฤติกรรมผิดปกติ ทุกอย่างขวางทาง AI Agent หมด คำถามคือถ้า AI เทรดที่ CEX ไม่ได้ แล้วคลื่นลูกใหม่นี้จะไปลงที่ไหน คำตอบกำลังจะเขย่ารากฐานของวงการแลกเปลี่ยนคริปโตทั้งโลก

ตัวเลข 88% ที่ทำให้นักเทรดคนไทยควรหนาว

เริ่มต้นที่ตัวเลขที่ทำให้ผมต้องหยุดอ่านสามรอบ CryptoGoos รายงานว่า ณ เดือนพฤษภาคม 2026 ระบบ AI และบอทอัตโนมัติคิดเป็นปริมาณการเทรดคริปโตสูงถึง 88% ของทั้งตลาด ในไตรมาสแรกของปี 2026 ปริมาณการเทรดคริปโตทั่วโลกอยู่ที่ 20.57 ล้านล้านดอลลาร์ แต่นักลงทุนรายย่อยมีส่วนแบ่งแค่ 9.79 แสนล้านดอลลาร์เท่านั้น

ส่วนแบ่งปริมาณเทรดคริปโตระหว่างนักเทรดรายย่อยกับระบบ AI
ภาพจาก: CryptoGoos (X)

ลองมองภาพประกอบดู นักเทรดรายย่อยที่นั่งจ้องชาร์ตจนตาแห้ง มีอัตราการทำกำไรอยู่ที่ 14% ส่วนระบบ AI และสถาบันมีอัตราการทำกำไรที่ 82% ความต่างนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของความสามารถ แต่คือเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด AI ทำงาน 24 ชั่วโมง ไม่หิว ไม่กลัว ไม่ติด FOMO และที่สำคัญที่สุด AI สามารถยิงคำสั่งได้เร็วกว่ามนุษย์เป็นล้านเท่า แต่นี่คือจุดที่ปัญหาเริ่มต้น เพราะเว็บกระดานเทรดส่วนใหญ่ตั้งกำแพงไม่ให้ AI ทำงานได้เต็มที่

CEX ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อ AI และนี่คือเหตุผล

FLASHY ตั้งคำถามที่แหลมคมที่สุดในรอบหลายเดือน เขาบอกว่า “ทุกคนพูดถึง AI Agent จะเข้ามายึดครองการเทรดคริปโต แต่ไม่มีใครถามคำถามที่ชัดเจนเลยว่า แล้ว Agent พวกนี้จะไปเทรดที่ไหนกันแน่ เพราะโครงสร้างพื้นฐานของ CEX ไม่เคยถูกสร้างมาเพื่อรองรับสิ่งนี้”

AI Agent ในตลาดคริปโตและคำถามว่าจะเทรดที่ไหน
ภาพจาก: FLASHY (X)

ลองมาดูกันว่ากำแพงที่ CEX ตั้งไว้มีอะไรบ้าง อย่างแรกคือระบบยืนยันตัวตน (KYC) ทุกบัญชีต้องผูกกับคนจริงและบัตรประชาชนจริง ปัญหาคือ AI Agent ไม่ใช่คน มันคือซอฟต์แวร์ที่ทำงานในนามใครก็ไม่รู้ การให้ AI ใช้บัญชีของคนใดคนหนึ่งจึงเสี่ยงต่อการละเมิดข้อกำหนดการใช้งาน และผิดกฎหมายป้องกันการฟอกเงินในหลายประเทศ

อย่างที่สองคือ Rate Limit ของ API ยกตัวอย่าง Binance ที่อนุญาตให้ส่งคำสั่งได้แค่ประมาณ 1,200 ครั้งต่อนาทีต่อบัญชี Coinbase Advanced เข้มกว่านั้นอีก ส่วน Bitkub นั้นไม่ต้องพูดถึง ยังไม่มี Public API ระดับสถาบันที่รองรับ High-Frequency Trading ด้วยซ้ำ แต่ AI Agent ที่ทำงานในระดับ Swarm หรือฝูงบอทที่ประสานงานกัน อย่างที่ Tick for AI Trading โฆษณาไว้ ต้องการส่งคำสั่งเป็นพันเป็นหมื่นครั้งต่อวินาทีพร้อมกันหลายบัญชี ระบบของ CEX ที่ออกแบบมาเพื่อให้คนกดซื้อขายผ่านมือถือไม่มีทางรองรับได้

อย่างที่สามคือ Throttling และระบบป้องกันบอท เว็บกระดานเทรดทุกแห่งมีระบบ Anti-Bot ที่จะตัดการเชื่อมต่อทันทีเมื่อพบพฤติกรรมที่ผิดปกติ เช่น ส่งคำสั่งถี่เกินไป หรือเทรดในรูปแบบที่ไม่เหมือนมนุษย์ ระบบนี้ไม่ได้ถูกสร้างมาแยกแยะระหว่างบอทที่ตั้งใจปั่นราคา กับ AI Agent ที่ตั้งใจเทรดจริงจัง สุดท้ายมันบล็อกหมดทุกอย่าง

ทำไม Hyperliquid และ DEX กำลังกลายเป็นบ้านของ AI

ทำไม Hyperliquid และ DEX กำลังกลายเป็นบ้านของ AI
ภาพจาก AI

เมื่อ CEX ปิดประตู AI Agent ก็ต้องหาบ้านใหม่ และบ้านที่เปิดประตูต้อนรับอย่างเต็มที่คือ DEX แบบ Perpetual โดยเฉพาะ Hyperliquid ที่ออกแบบมาให้รองรับการเทรดความถี่สูงตั้งแต่ระดับ Protocol ไม่ต้องผ่าน KYC ไม่มีระบบ Throttling แบบ CEX ทุกคำสั่งวิ่งตรงเข้า On-Chain ผ่าน Smart Contract และที่สำคัญที่สุดคือ บอทกระเป๋าไหนก็เทรดได้โดยไม่ต้องขออนุญาตใคร

Seed ระบุชัดเจนว่านิชที่กำลังมาแรงที่สุดในตอนนี้คือ Crypto AI ผสมกับ Perp DEX และ Trading Infrastructure ส่วน Lewis Nueve ก็มองว่า AI Agent กำลังจะทำให้การเทรดง่ายขึ้นมาก แค่เลือก Agent ที่ทำกำไรได้ดี แล้วก๊อปปี้ตามได้เลย แต่ทุกการก๊อปปี้นั้นเกิดขึ้นบน On-Chain ทั้งหมด ไม่ใช่บน Bitkub หรือ Binance

ระบบฝูง AI Agent ที่ทำงานประสานกันในการเทรด
ภาพจาก: Tick for AI Trading (X)

นี่คือเหตุผลที่ Hyperliquid โตเป็นจรวดในปีที่ผ่านมา และเหตุผลที่ Coinbase ต้องรีบเปิดตัวโปรโตคอล x402 เพื่อให้ AI Agent สามารถจ่ายเงินและทำธุรกรรมแบบอัตโนมัติได้ เพราะถ้าไม่ทำ Coinbase จะกลายเป็นเว็บกระดานเทรดที่เหลือไว้แค่ลุงป้าน้าอาเทรดเล่น ๆ ในขณะที่ปริมาณการเทรดจริงทั้งหมดวิ่งไปอยู่บน Chain แทน

Bankr ถูกแฮก $174K สัญญาณเตือนของยุค Agent

แต่ก่อนที่จะเชียร์ DEX อย่างไม่ลืมหูลืมตา ต้องยอมรับว่ายุค AI Agent มีจุดเปราะบางที่อันตรายมาก เหตุการณ์ Bankr AI Agent บน Base ที่เพิ่งถูกเจาะระบบจนเสียหายกว่า 174,000 ดอลลาร์ เป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่าโครงสร้างความปลอดภัยของ AI Agent ยังไม่พร้อม

AI Agent บน Base และเครื่องมือสำหรับนักพัฒนา
ภาพจาก: Caligula (X)

ปัญหาของ AI Agent บน DEX คือมันต้องถือ Private Key เพื่อเซ็นธุรกรรมเอง นั่นแปลว่าถ้าคนเจาะระบบที่รัน Agent นั้นได้ ก็เท่ากับขโมยทั้งหมดได้เลย ไม่ต้องผ่านระบบ 2FA ไม่ต้องผ่านการอนุมัติของเจ้าของบัญชี 0Arena ถึงกับออกมาประกาศชัดว่า “99% ของ AI Trading Agent ในวงการคริปโตคือเรื่องโกหก” เพราะพวกมันรันบน Backtest ที่ Overfit หรือใช้ Look-ahead Bias หรือพึ่งคนกดสั่งเองตอนตลาดผันผวน

นี่คือความย้อนแย้งของยุคนี้ AI Agent ถูกบีบให้ไปอยู่บน DEX เพราะ CEX ไม่รองรับ แต่ DEX ก็ยังไม่มีระบบป้องกันความเสี่ยงระดับสถาบันเหมือน CEX ผู้แพ้ที่แท้จริงในเกมนี้คือนักเทรดรายย่อยที่ไม่รู้จะเอาเงินไปวางที่ไหน วางบน Bitkub ก็ตามคนอื่นไม่ทันเพราะไม่มี Agent มาช่วย วางบน DEX ก็เสี่ยงถูกเจาะระบบ

นักเทรดไทยกำลังอยู่ผิดที่ผิดเวลาหรือเปล่า

นักเทรดไทยกำลังอยู่ผิดที่ผิดเวลาหรือเปล่า
ภาพจาก AI

คำถามที่ผมอยากให้นักเทรดไทยทุกคนหยุดคิดสักครู่คือ ในขณะที่ AI ครองปริมาณการเทรดทั่วโลก 88% คุณยังเทรดมือบน Bitkub หรือ Binance เหมือนเดิมอยู่หรือเปล่า ในขณะที่ Hedge Fund ในนิวยอร์กรัน Swarm ของ AI Agent หลายร้อยตัวพร้อมกันบน Hyperliquid คุณยังนั่งดูชาร์ต 1 ชั่วโมงเพื่อตัดสินใจซื้อ ETH อยู่หรือเปล่า

muimuko เขียนความเห็นที่ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งว่า “ความเห็นที่คนไม่ค่อยพูดถึง คือ Bull Run รอบหน้าจะไม่ถูกนำโดยนักเทรดรายย่อย แต่จะถูกนำโดย AI Agent ที่เทรดกันเอง ตลาดจะเคลื่อนไหวเร็วกว่าที่มนุษย์จะตามทัน คุณพร้อมหรือยัง”

Donut Agentic Crypto Browser บน Solana
ภาพจาก: Nitin (X)

คลื่นใหม่ของโครงสร้างพื้นฐาน AI กำลังก่อตัวขึ้น Donut เปิดตัวเป็น Agentic Crypto Browser ตัวแรกของโลกบน Solana ที่ออกแบบมาเพื่อยุคที่ AI ทำธุรกรรมเอง Neome รายงานว่า DexaAI ก็เพิ่งรวมโปรโตคอล x402 ของ ManusPay เพื่อให้ AI Agent สามารถจ่ายเงินและเทรด DeFi อัตโนมัติ ทุกอย่างกำลังเคลื่อนไปทาง On-Chain หมด แต่คนไทยส่วนใหญ่ยังคุ้นเคยกับ App สีเขียวที่กดซื้อขายเองอยู่ ทั้งที่โลกข้างนอกเปลี่ยนไปเรียบร้อยแล้ว

จุดจบของยุค CEX มาเร็วกว่าที่คิด

จุดจบของยุค CEX มาเร็วกว่าที่คิด
ภาพจาก AI

ขอย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์สักนิด Mt.Gox ครอง 70% ของปริมาณการเทรด Bitcoin ทั้งโลกในปี 2013 ก่อนล่มสลายในปี 2014 FTX ที่ดูเหมือนแข็งแกร่งที่สุดในปี 2021 หายไปในปี 2022 ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างใหญ่ในตลาด ผู้นำเก่ามักล้มลงเร็วกว่าที่ใครคาดคิด คำถามคือคราวนี้ Binance, Coinbase หรือ Bitkub จะไหวไหม

ที่น่าเป็นห่วงสำหรับ Bitkub โดยเฉพาะคือ ตอนนี้ยังไม่มี API ระดับสถาบันที่รองรับ HFT ยังไม่มีระบบ Sub-Account สำหรับบอท ยังไม่มีโปรโตคอลคล้าย x402 สำหรับ Agent Payment ในขณะที่นักเทรดไทยรุ่นใหม่ที่เริ่มเข้าใจเทคโนโลยี อาจจะข้าม Bitkub ไปใช้ Hyperliquid โดยตรง เหมือนที่คนรุ่นใหม่ข้ามธนาคารไปใช้ PromptPay หรือ Wallet โดยตรง

Aiden ก็ตั้งข้อสังเกตว่า แพลตฟอร์มที่กำลังเอนเอียงไปทาง AI จะเป็นผู้กำหนดวงจรการเทรดรอบหน้า นี่ไม่ใช่คำพูดที่ฟังเล่น ๆ เพราะถ้า Binance หรือ Coinbase ขยับช้า ในขณะที่ Hyperliquid และ DEX แบบใหม่ ๆ ปรับตัวเร็ว ความเชื่อมั่นและสภาพคล่องจะไหลออกจาก CEX อย่างต่อเนื่อง จนถึงจุดที่ไม่มีทางกลับ

ความเห็นผู้เขียน

ความเห็นผู้เขียน
ภาพจาก AI

ส่วนตัวผมมองว่าคนไทยจำนวนมากกำลังพลาดคลื่นลูกใหม่ที่สำคัญที่สุดในรอบ 5 ปี โดยไม่รู้ตัว เพราะเรามัวแต่ถกเถียงกันว่า Bitkub กับ Binance อันไหนดีกว่ากัน ทั้งที่คำถามที่ควรจะถามคือ ในอีก 18 เดือนข้างหน้า ทั้งสองเจ้านี้จะยังเกี่ยวข้องกับเกมหลักของวงการคริปโตอยู่หรือเปล่า

ผมไม่ได้บอกว่าทุกคนต้องโยน Bitkub ทิ้งแล้วกระโดดไป Hyperliquid พรุ่งนี้ เพราะ DEX ก็ยังมีความเสี่ยงสูงเรื่องการเจาะระบบและ Smart Contract Bug แต่สิ่งที่ผมเชียร์ให้ทุกคนทำคือ อย่างน้อยลองเปิดกระเป๋า MetaMask หรือ Phantom ลองโอน USDC เล็กน้อยไปลองเทรดบน Hyperliquid ดู ลองศึกษาว่า x402 ทำงานยังไง ลองดูว่า Tick หรือ Donut ใช้งานยังไง เพื่อที่อย่างน้อยคุณจะมีภาพว่าอนาคตหน้าตาเป็นยังไง ไม่ใช่นั่งงงเมื่อวันที่ปริมาณการเทรดบน CEX ลดลงเรื่อย ๆ แล้วราคาเหรียญที่คุณถืออยู่ขยับตาม Sentiment ของฝูง AI ที่เทรดกันบน DEX

อีกประเด็นที่อยากเตือนคือ อย่าหลงเชื่อ Project AI Agent ทุกตัวที่โฆษณาว่าทำกำไรได้ 80% ตามคำเตือนของ 0Arena ที่บอกว่า 99% เป็นเรื่องโกหก คำแนะนำของผมคือถ้าจะลองใช้ AI Agent จริง ๆ ให้เลือกตัวที่ Open Source ทั้งหมด ตรวจสอบ Backtest ย้อนหลังได้ และมีคนนอกตรวจสอบโค้ดแล้ว ห้ามฝากเงินก้อนใหญ่กับ Agent ที่ไม่มีใครรู้ว่าทำงานยังไง เพราะ Bankr ที่ถูกแฮก 174,000 ดอลลาร์จะไม่ใช่กรณีสุดท้ายแน่นอน

สุดท้ายแล้ว ผมเชื่อว่ายุค AI Agent คือยุคใหม่ของวงการคริปโตจริง ๆ และมันจะเขย่าโครงสร้างเดิมแบบที่ไม่มีใครหลีกหนีได้ คำถามที่เหลือคือคุณจะเป็นคนที่เห็นคลื่นมาแต่ไกลและเตรียมตัวขึ้นเล่นเซิร์ฟ หรือเป็นคนที่ยืนหันหลังให้ทะเลแล้วโดนคลื่นซัดกระจัดกระจาย คำตอบขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเริ่มศึกษาวันนี้ หรือรอให้สื่อกระแสหลักบอกว่ามันสายไปแล้ว

ภาพจาก AI