bitkub-banner

Kevin Warsh นั่งประธาน Fed หลังวุฒิสภารับรอง 54-45 เสียง

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • วุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติ 54-45 เสียงรับรอง Kevin Warsh เป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คนใหม่เมื่อวันที่ 13 พ.ค. และเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2569
  • การลงมติครั้งนี้ถือว่าแตกแยกมากที่สุดในประวัติศาสตร์การรับรองประธาน Fed โดย Senator John Fetterman เป็นเพียงคนเดียวจากพรรคเดโมแครตที่โหวตเห็นด้วย ขณะที่ Jerome Powell จะยังอยู่ในบอร์ด Fed ต่อจนถึงปี 2571
  • การประชุม FOMC ครั้งแรกภายใต้การนำของ Warsh มีกำหนดวันที่ 16-17 มิ.ย. นี้ ตลาดให้โอกาส 97% ว่าดอกเบี้ยจะยังคงอยู่ที่ 3.50-3.75% ไม่เปลี่ยนแปลง

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

Warsh มีชื่อเสียงในด้านแนวคิดเข้มงวดเรื่องเงินเฟ้อและเป็นนักวิจารณ์นโยบายผ่อนคลายของ Fed ในอดีต หากเขาส่งสัญญาณแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นในอนาคต สินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตจะเผชิญแรงกดดันมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ตลาดคาดการณ์ว่าดอกเบี้ยจะยังไม่เปลี่ยนแปลงในการประชุมรอบหน้า

Kevin Warsh เข้ารับตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2569 ตามรายงานจาก Crypto Rover หลังจากวุฒิสภาลงมติรับรองด้วยคะแนน 54 ต่อ 45 เสียงเมื่อวันที่ 13 พ.ค. การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในการลงมติที่แตกแยกมากที่สุดในประวัติศาสตร์การแต่งตั้งประธาน Fed โดย Senator John Fetterman จากพรรคเดโมแครตเป็นเพียงคนเดียวที่ข้ามฟากมาโหวตเห็นด้วย ขณะที่ Jerome Powell ซึ่งดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ปี 2561 ได้พ้นจากตำแหน่งประธานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 พ.ค. แต่จะยังคงอยู่ในบอร์ด Fed ในฐานะผู้ว่าการที่มีสิทธิ์ออกเสียงต่อไปจนถึงปี 2571

การลงมติที่แตกแยกที่สุดในประวัติศาสตร์

เส้นทางสู่เก้าอี้ประธาน Fed ของ Warsh ไม่ได้ราบรื่น ประธานาธิบดี Trump ประกาศเลือก Warsh เป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อตั้งแต่วันที่ 30 ม.ค. 2569 จากนั้นวุฒิสภาลงมติ 49-44 เสียงเพื่อให้ผ่านขั้นตอนแรกเมื่อวันที่ 11 พ.ค. ก่อนที่จะลงมติรับรองอย่างเป็นทางการในวันถัดมา Warsh เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ Fed มาก่อนระหว่างปี 2549-2554 และมีชื่อเสียงจากจุดยืนที่เข้มงวดต่อนโยบายการเงิน รวมถึงเคยวิจารณ์มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในอดีต

ที่น่าสังเกตคือ Powell ตัดสินใจอยู่ต่อในบอร์ด Fed แทนที่จะลาออกทันทีเหมือนอดีตประธาน Fed คนอื่น ๆ โดยให้เหตุผลว่าต้องการปกป้องสถาบันท่ามกลางการตรวจสอบทางกฎหมายจากรัฐบาล Trump เรื่องการปรับปรุงอาคาร ซึ่งนับเป็นสถานการณ์ผิดปกติที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ธนาคารกลางสหรัฐฯ

ทิศทางดอกเบี้ยและความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ

ความท้าทายแรกที่ Warsh ต้องรับมือคืออัตราเงินเฟ้อที่ยังคงสูงกว่าเป้าหมาย โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน เม.ย. 2569 อยู่ที่ 3.8% ต่อปี สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของ Fed ค่อนข้างมาก ในขณะนี้ตลาดคาดการณ์ว่าดอกเบี้ยจะยังคงอยู่ที่ระดับ 3.50-3.75% โดย CME FedWatch บ่งชี้ว่ามีโอกาสถึง 97% ที่อัตราดอกเบี้ยจะไม่เปลี่ยนแปลงในการประชุม FOMC ครั้งแรกของ Warsh ซึ่งกำหนดไว้ในวันที่ 16-17 มิ.ย. 2569

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตลาดจะจับตาใกล้ชิดคือน้ำเสียงและสัญญาณนโยบายจาก Warsh หลังการประชุม เนื่องจากประวัติของเขาบ่งชี้แนวคิดที่ระมัดระวังต่อเงินเฟ้อมากกว่า Powell ทิศทางนโยบายในระยะกลางจึงยังเป็นปัจจัยที่นักลงทุนทั่วโลก รวมถึงตลาดสินทรัพย์เสี่ยง จะต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Jerome Powell พ้นตำแหน่งประธาน Fed หลัง 8 ปี Kevin Warsh รับช่วงต่อ และ ตลาดคริปโตรับข่าวดีเรื่องกฎหมายแต่เผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อและดอกเบี้ยขาขึ้น


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการเปลี่ยนตัวประธาน Fed ครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยนที่ต้องจับตาอย่างมาก เพราะ Warsh ไม่ใช่แค่หน้าใหม่ แต่เป็นคนที่มีประวัติเคยวิจารณ์นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมาตลอด สิ่งที่น่าสนใจคือ Powell ยังนั่งอยู่ในบอร์ดในฐานะผู้ออกเสียง ซึ่งอาจสร้างพลวัตภายในที่ซับซ้อนได้ไม่น้อย ตอนนี้ตลาดอาจดูเงียบ แต่ถ้า Warsh ส่งสัญญาณแข็งกร้าวเรื่องเงินเฟ้อหลังการประชุมมิ.ย. นี้ อาจเห็นปฏิกิริยาจากตลาดที่ชัดเจนกว่านี้มากก็ได้

ที่มา: @cryptorover

เครดิตภาพจาก @vaziyetcomtr