สรุปข่าว
- SBI Securities และ Rakuten Securities สองโบรกเกอร์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น ประกาศเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์กองทุนรวมคริปโตให้นักลงทุนทั่วไปซื้อขายได้
- SBI จะเน้นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงอย่าง Bitcoin และ Ethereum ส่วน Rakuten วางแผนให้ซื้อขายผ่านแอปสมาร์ตโฟน และผลสำรวจ Nikkei ชี้ว่า 11 จาก 18 โบรกเกอร์หลักพร้อมตามรอยหากกฎระเบียบชัดเจน
- การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มใหญ่ที่ญี่ปุ่นเดินหน้าปฏิรูปกฎหมายคริปโต โดยคาดว่า ETF คริปโตจะได้รับอนุมัติให้จดทะเบียนได้เร็วสุดในปี 2571
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่โบรกเกอร์รายใหญ่ของญี่ปุ่นเริ่มเปิดประตูให้นักลงทุนเข้าถึงคริปโตผ่านกองทุนรวมนั้นเป็นสัญญาณบวกที่ชัดเจน เพราะหมายความว่าเงินลงทุนจากนักลงทุนสถาบันและรายย่อยในตลาดขนาดใหญ่แห่งที่สามของโลกจะไหลเข้าสู่สินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น ซึ่งเป็นแรงหนุนระยะกลางให้กับ Bitcoin และ Ethereum โดยเฉพาะ
เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2569 ตามรายงานจาก Cointelegraph SBI Securities และ Rakuten Securities สองโบรกเกอร์ที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นได้ประกาศแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์กองทุนรวมคริปโต (Cryptocurrency Investment Trust) เพื่อให้นักลงทุนทั่วไปเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลได้ง่ายขึ้น โดย SBI Securities วางแผนจะเสนอผลิตภัณฑ์ทั้งในรูปแบบ ETF และกองทุนรวม ผ่านบริษัทย่อย SBI Global Asset Management โดยเน้นที่สินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงอย่าง Bitcoin และ Ethereum ส่วน Rakuten Securities จะร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์กับบริษัทในกลุ่ม Rakuten Investment Management พร้อมตั้งเป้าให้ซื้อขายได้ผ่านแอปพลิเคชันสมาร์ตโฟน นอกจากนี้ ผลสำรวจของ Nikkei ในกลุ่มโบรกเกอร์รายใหญ่ 18 แห่งยังพบว่า 11 รายพร้อมเปิดให้บริการผลิตภัณฑ์ดังกล่าวทันทีที่กรอบกฎหมายมีความชัดเจน โดยมี Nomura Securities เป็นหนึ่งในนั้น
ญี่ปุ่นปฏิรูปกฎหมายคริปโตรอบด้าน เปิดทางสถาบันการเงิน
การประกาศของ SBI และ Rakuten เกิดขึ้นในช่วงที่ญี่ปุ่นกำลังปฏิรูปกฎระเบียบด้านคริปโตอย่างจริงจัง เมื่อเดือนเมษายน 2569 รัฐสภาญี่ปุ่นได้แก้ไขกฎหมาย Financial Instruments and Exchange Act อย่างเป็นทางการ โดยจัดให้คริปโตอยู่ในหมวดสินทรัพย์ทางการเงินแบบเดียวกับหลักทรัพย์ทั่วไป ซึ่งหมายความว่าจะมีกฎห้ามซื้อขายโดยใช้ข้อมูลวงใน รวมถึงกำหนดให้ผู้ออกโทเคนต้องเปิดเผยข้อมูลประจำปี การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้โบรกเกอร์รายใหญ่กล้าเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์คริปโตได้อย่างมั่นใจ
ก่อนหน้านี้เมื่อปลายเดือนเมษายน 2569 Japan Exchange Group (JPX) ซึ่งบริหารตลาดหลักทรัพย์โตเกียว ได้ระบุว่าพร้อมเปิดตัว Bitcoin ETF และ ETF คริปโตสกุลอื่นได้เร็วสุดในปี 2570 หากการแก้ไขกฎหมายที่จำเป็นแล้วเสร็จ ขณะที่สำนักงานบริการทางการเงินของญี่ปุ่น (FSA) มีแผนแก้ไขกฎหมาย Investment Trust Law ให้คริปโตเป็นสินทรัพย์ที่กองทุนรวมสามารถถือได้ภายในปี 2571 ซึ่งผลิตภัณฑ์กองทุนรวมคริปโตที่ SBI และ Rakuten กำลังพัฒนาอยู่นี้ถือเป็นก้าวแรกก่อนที่ ETF จะได้รับการอนุมัติอย่างเต็มรูปแบบ
ตลาดคริปโตญี่ปุ่นโตแรง บัญชีนักลงทุนทะลุ 12 ล้านราย
ตลาดคริปโตในญี่ปุ่นมีขนาดใหญ่และเติบโตต่อเนื่อง ข้อมูลล่าสุด ณ ต้นปี 2568 ระบุว่าญี่ปุ่นมีบัญชีคริปโตที่ใช้งานอยู่กว่า 12 ล้านบัญชี และมูลค่าสินทรัพย์ที่ฝากไว้บนแพลตฟอร์มรวมกันสูงเกิน 5 ล้านล้านเยน หรือราว 3.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ การที่โบรกเกอร์ยักษ์ใหญ่อย่าง SBI ซึ่งมีฐานลูกค้ารายย่อยจำนวนมาก และ Rakuten ที่มีระบบนิเวศแอปพลิเคชันครบวงจร เริ่มเสนอผลิตภัณฑ์คริปโตนั้น เท่ากับเปิดประตูให้นักลงทุนหน้าใหม่อีกหลายล้านคนสามารถเข้าถึงสินทรัพย์ประเภทนี้ผ่านช่องทางที่คุ้นเคยและน่าเชื่อถือ
ย้อนกลับไปในเดือนตุลาคม 2567 กลุ่มสถาบันการเงินญี่ปุ่นหลายแห่ง ทั้ง Mitsubishi UFJ Trust and Banking, Nomura และ Daiwa Securities รวมถึงกระดานเทรดคริปโตอย่าง bitFlyer และ Bitbank ได้ร่วมกันผลักดันให้มีการสร้าง ETF คริปโตที่มุ่งเน้น Bitcoin และ Ethereum โดยเฉพาะ ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางที่ตลาดกำลังเดินอยู่ในปัจจุบัน
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเรื่องนี้เป็นสัญญาณที่น่าตื่นเต้นมากสำหรับตลาดคริปโตในเอเชีย เพราะญี่ปุ่นไม่ใช่ประเทศเล็กๆ ตลาดทุนที่นั่นใหญ่และมีระเบียบ การที่โบรกเกอร์ระดับ SBI กับ Rakuten กระโดดเข้ามาหมายความว่าเงินจากนักลงทุนสถาบันและรายย่อยชาวญี่ปุ่นมีโอกาสไหลเข้าคริปโตมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือความคืบหน้าของกรอบกฎหมายจาก FSA ว่าจะชัดเจนพอให้โบรกเกอร์อีก 11 รายที่สำรวจไว้เริ่มทำผลิตภัณฑ์ได้เมื่อไหร่ และในระยะยาว ถ้าญี่ปุ่นอนุมัติ ETF คริปโตจริงในปี 2570-2571 ตลาดเอเชียทั้งภูมิภาคก็น่าจะได้รับแรงหนุนตาม
ที่มา: @Cointelegraph
ภาพจาก AI

