bitkub-banner

Tether ลงทุนใน LemFi ดัน USDT แทน SWIFT โอนเงินข้ามแดนแอฟริกา-เอเชีย

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Tether ประกาศลงทุนเชิงกลยุทธ์ใน LemFi สตาร์ทอัพฟินเทคด้านการโอนเงินข้ามแดนที่ผ่านการบ่มเพาะจาก Y Combinator โดยไม่เปิดเผยมูลค่าการลงทุน
  • เป้าหมายหลักคือนำ USDT เข้ามาเป็นระบบชำระเงินในเส้นทางโอนเงินสำคัญไปยังตลาดในแอฟริกาและเอเชีย แทนระบบ SWIFT ที่ใช้เวลาหลายวัน
  • LemFi มีลูกค้ากว่า 2 ล้านราย ประมวลธุรกรรมเดือนละ $1 พันล้าน และระดมทุนรวมแล้วกว่า $85 ล้านก่อนการลงทุนครั้งนี้

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การขยายการใช้งาน USDT เข้าสู่ตลาดโอนเงินในแอฟริกาและเอเชียถือเป็นสัญญาณบวกต่อความต้องการใช้งาน Stablecoin จริงในโลกจริง แม้จะไม่มีผลกระทบต่อราคาในทันที แต่การที่ Tether สร้างพันธมิตรด้านการเงินกับฐานผู้ใช้กว่า 2 ล้านรายในตลาดเกิดใหม่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ระบบนิเวศ USDT ในระยะยาว

เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2569 Tether ผู้ออก Stablecoin รายใหญ่ที่สุดของโลกประกาศเข้าลงทุนเชิงกลยุทธ์ใน LemFi แพลตฟอร์มบริการทางการเงินที่เน้นให้บริการกลุ่มผู้อพยพ ตามรายงานจาก Coin Bureau บน X โดย Tether มีแผนช่วย LemFi นำ USDT มาใช้เป็นระบบชำระเงินในเส้นทางโอนเงินสำคัญข้ามแดนไปยังตลาดในแอฟริกาและเอเชีย เพื่อให้การชำระเงินเกิดขึ้นได้แทบจะทันทีและมีต้นทุนต่ำ แทนที่กระบวนการ SWIFT แบบดั้งเดิมที่ต้องใช้เวลาหลายวัน ทั้งนี้ Tether ไม่ได้เปิดเผยมูลค่าการลงทุนในครั้งนี้แต่อย่างใด

LemFi คือใคร และทำไม Tether ถึงเลือกลงทุน

LemFi ก่อตั้งขึ้นในปี 2563 โดย Ridwan Olalere (CEO) และ Rian Cochran (CFO) ในชื่อเดิมว่า Lemonade Finance ก่อนจะรีแบรนด์เป็น LemFi ในปี 2566 บริษัทเข้าร่วมโครงการ Y Combinator รุ่น Summer 2021 ซึ่งเป็นโปรแกรมบ่มเพาะสตาร์ทอัพชั้นนำของโลก และได้ระดมทุนรวมแล้วกว่า $85 ล้าน รวมถึง Series B มูลค่า $53 ล้านในเดือน ม.ค. 2568 ที่นำโดย Highland Europe

ปัจจุบัน LemFi ให้บริการลูกค้ากว่า 2 ล้านราย ในสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา แคนาดา และยุโรป โดยเน้นบริการโอนเงินไปยังตลาดเกิดใหม่โดยเฉพาะในแอฟริกาและเอเชีย และประมวลธุรกรรมได้มากถึง $1 พันล้านต่อเดือน ณ ต้นปี 2568 จุดแข็งนี้ทำให้ LemFi เป็นพันธมิตรที่น่าสนใจสำหรับ Tether ในการขยายการใช้งาน USDT สู่ตลาดจริง

USDT กับบทบาทใหม่ในระบบโอนเงินข้ามแดน

Paolo Ardoino ซีอีโอของ Tether กล่าวว่าการลงทุนครั้งนี้สอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัทในการส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึง (financial inclusion) โดยให้ความสำคัญกับความเร็ว ต้นทุน และความโปร่งใสในการชำระเงินข้ามแดน ซึ่งเป็นปัญหาหลักของระบบการโอนเงินแบบดั้งเดิมที่ผู้อพยพทั่วโลกต้องเผชิญอยู่ทุกวัน LemFi วางแผนขยายโครงสร้างพื้นฐาน Stablecoin และทยอยนำความสามารถเหล่านี้ไปใช้ในผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ในวงกว้างมากขึ้น

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Tether บุกตลาดหุ้นและทองคำบน Hyperliquid ผ่าน Dreamcash ซึ่งเป็นอีกหนึ่งก้าวของ Tether ในการขยายประโยชน์ใช้งานของ USDT นอกเหนือจากการเป็น Stablecoin ซื้อขายบนกระดานเทรด รวมถึงการที่ อังกฤษเปิดทาง Tokenization และดัน Stablecoin สำหรับชำระเงินสถาบัน สะท้อนให้เห็นกระแสโลกที่กำลังมุ่งสู่การชำระเงินด้วย Stablecoin มากขึ้นเรื่อย ๆ


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าดีลนี้น่าสนใจในแง่การขยายฐานผู้ใช้จริงของ USDT ไปสู่กลุ่มที่มีความต้องการโอนเงินข้ามแดนสูงอย่างชุมชนผู้อพยพในแอฟริกาและเอเชีย ซึ่งเป็นกลุ่มที่ระบบการเงินดั้งเดิมเข้าไม่ถึงหรือคิดค่าธรรมเนียมแพง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้คือ Tether กับ LemFi จะเริ่มใช้งานจริงในประเทศไหนก่อน และจะมีการเปิดเผยมูลค่าการลงทุนในภายหลังหรือไม่ เพราะตัวเลขเหล่านั้นจะบอกได้ว่า Tether จริงจังกับการขยายธุรกิจในตลาดเกิดใหม่แค่ไหน

ที่มา: @coinbureau

ภาพจาก AI